นับถอยหลัง 25 ปี! เปิด 7 ประเทศเกาะสวรรค์ ที่อาจจมหายไปจากแผนที่โลกภายในปี 2050
โลกร้อนพ่นพิษ! เปิดโผ 7 ประเทศเกาะสุดเสี่ยง อาจล่มสลายหายไปจากแผนที่โลกภายในปี 2050
วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) กำลังทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบอย่างเด่นชัดต่อระดับน้ำทะเลทั่วโลก แม้การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกเพียง 1 องศาเซลเซียสอาจดูเหมือนน้อย แต่ผลกระทบที่ตามมากลับสาหัสเกินคาดคิด
โดยเฉพาะธารน้ำแข็งที่ละลายอย่างรวดเร็วและอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น กำลังกลายเป็นภัยเงียบที่อาจทำให้ประเทศที่เป็นเกาะหลายแห่งต้องเผชิญกับสภาวะจมหายไปจากแผนที่โลกอย่างสิ้นเชิงภายในปี 2050
ส่อง 7 ประเทศเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกและอินเดีย เผชิญความเสี่ยงขั้นสูงสุด
จากการประเมินพบว่ามีประชากรกว่า 3 ล้านคนที่อาศัยอยู่บนเกาะเหล่านี้ ซึ่งเสี่ยงที่จะต้องอพยพย้ายถิ่นฐานก่อนสิ้นศตวรรษ โดยปัจจุบันหมู่เกาะโซโลมอนได้สูญเสียเกาะแนวปะการังไปแล้วอย่างน้อย 5 เกาะ และนี่คือ 7 ประเทศที่กำลังนับถอยหลังสู่ความล่มสลายทางภูมิศาสตร์
- มัลดีฟส์ (Maldives): ประกอบด้วยเกาะเกือบ 1,200 เกาะ โดยกว่าร้อยละ 80 ของพื้นที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่ถึง 1 เมตร รายงานจาก IPCC ปี 2021 คาดการณ์ว่าระดับน้ำทะเลจะเพิ่มขึ้น 0.63 เมตรภายในสิ้นศตวรรษนี้ ซึ่งจะทำให้เกาะส่วนใหญ่ไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีกต่อไป ทั้งยังส่งผลให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งและแหล่งน้ำจืดกลายเป็นน้ำเค็ม
iStockphotoมัลดีฟส์ (Maldives)
- คิริบาส (Kiribati): ประเทศเกาะที่ประกอบด้วยเกาะปะการังวงแหวน 33 แห่ง ซึ่งไม่มีพื้นที่ใดอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเกิน 4 เมตร ปัจจุบันกำลังเผชิญวิกฤตน้ำใต้ดินปนเปื้อนน้ำเค็มอย่างรุนแรง ทำลายพื้นที่เกษตรกรรมและขาดแคลนน้ำดื่มสะอาด
iStockphotoคิริบาส (Kiribati)
- หมู่เกาะโซโลมอน (Solomon Islands): เกาะต่ำในมหาสมุทรแปซิฟิก ผลวิจัยชี้ว่าในรอบ 7 ทศวรรษที่ผ่านมา มีเกาะจมหายไปใต้บาดาลแล้ว 5 เกาะ และอีก 6 เกาะสูญเสียพื้นที่ไปมากกว่าร้อยละ 20 จนประชากรต้องอพยพย้ายถิ่นฐาน
iStockphotoหมู่เกาะโซโลมอน (Solomon Islands)
- ตูวาลู (Tuvalu): เกาะปะการัง 9 แห่ง มีพื้นที่รวมเพียง 26 ตารางกิโลเมตร แต่เป็นบ้านของประชากรเกือบ 11,000 คน พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเพียงไม่กี่เมตร โดยจุดสูงสุดสูงเพียง 4.6 เมตร คาดว่าจะเป็นประเทศแรกๆ ที่จมน้ำหายไปทั้งหมดหากระดับน้ำทะเลยังเพิ่มขึ้นด้วยอัตราเร่งปัจจุบัน
iStockphotoตูวาลู (Tuvalu)
- หมู่เกาะมาร์แชลล์ (Marshall Islands): ระดับน้ำทะเลในพื้นที่นี้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 7 มิลลิเมตรต่อปี รายงานจากธนาคารโลกเตือนว่า หากน้ำทะเลสูงขึ้น 1 เมตร จะทำให้น้ำท่วมอาคารถาวรถึงร้อยละ 40 ในเมืองมาจูโรซึ่งเป็นเมืองหลวง และเกาะบางแห่งจะหายไปโดยสิ้นเชิง
iStockphotoหมู่เกาะมาร์แชลล์ (Marshall Islands)
- วานูอาตู (Vanuatu): เกาะภูเขาไฟ 82 แห่ง เสี่ยงภัยจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น 6-7 มิลลิเมตรต่อปี รวมถึงปัญหามหาสมุทรมีความเป็นกรดสูงขึ้น ทำลายระบบนิเวศปะการังและสร้างความเสี่ยงต่อการเกิดพายุไซโคลนที่รุนแรงขึ้น ซึ่งจะซ้ำเติมวิกฤตอาหารในประเทศ
iStockphotoวานูอาตู (Vanuatu)
- ฟิจิ (Fiji): เผชิญกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากจนหมู่บ้าน "วูนิดโกโลอา" (Vunidogoloa) ต้องอพยพประชากรขึ้นสู่ที่สูง นอกจากนี้ ป่าชายเลนที่เป็นปราการธรรมชาติยังถูกทำลาย ส่งผลให้ชายฝั่งบางแห่งหดหายไปแล้วกว่า 15-20 เมตร คาดว่าระดับน้ำทะเลจะเพิ่มขึ้นอีก 43 เซนติเมตรภายในปี 2050
iStockphotoฟิจิ (Fiji)
ทางรอดและกลยุทธ์การปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของมนุษยชาติ
ในระหว่างที่รอการแก้ไขปัญหาระดับโลก ประเทศเกาะเหล่านี้ไม่ได้นิ่งเฉย แต่ได้เริ่มดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อเอาชีวิตรอดในหลากหลายรูปแบบ:
- การสร้างเขื่อนและเกาะเทียม: มัลดีฟส์กำลังเร่งโครงการสร้างเกาะเทียม "ฮูลฮูมาเล" (Hulhumalé) เพื่อรองรับประชากรและสร้างแนวป้องกันน้ำทะเลหนุน รวมถึงเพิ่มความสูงของอาคารและระบบควบคุมน้ำท่วม ขณะที่ฟิจิเร่งสร้างเขื่อนกั้นน้ำตามแนวชายฝั่ง
- การอพยพย้ายถิ่นฐานอย่างมีศักดิ์ศรี: ประเทศคิริบาสได้ผุดแนวคิดโครงการนวัตกรรมที่ชื่อว่า "Migration with Dignity" เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประชาชนอพยพย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศอื่นได้อย่างมีเกียรติ โดยเน้นการศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพ เพื่อให้ประชากรสามารถแข่งขันในตลาดแรงงานต่างประเทศได้เมื่อถึงเวลาต้องทิ้งแผ่นดินเกิด
- การลงทุนในพลังงานหมุนเวียน: เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นต้นตอของปัญหา มัลดีฟส์และประเทศเกาะอื่นๆ กำลังเปลี่ยนผ่านระบบพลังงานด้วยการติดตั้งโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล
บทสรุปของวิกฤตการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ประเทศเกาะขนาดเล็กเหล่านี้จะปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่พวกเขากลับต้องรับกรรมและเผชิญหน้ากับอันตรายถึงขั้นสูญสิ้นดินแดนและวัฒนธรรมเป็นกลุ่มแรกของโลก