'คลื่นความร้อน' 40 องศา ถล่มสหรัฐ ดันใช้ไฟพุ่งทุบสถิติใหม่ ฉลองวันชาติชะงัก
คลื่นความร้อนรุนแรง (heat dome) ที่ยืดเยื้อในปีนี้ ซึ่งปกคลุมพื้นที่ตอนกลางและฝั่งตะวันออกของสหรัฐ มีแนวโน้มดำเนินต่อไปตลอดช่วงสุดสัปดาห์วันชาติสหรัฐ ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าบนโครงข่ายไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดในสัปดาห์นี้ และกระทบต่อบรรยากาศการเฉลิมฉลองวันชาติสหรัฐ 4 ก.ค. ในหลายพื้นที่ เช่น กิจกรรมบางส่วนในกรุงวอชิงตันต้องหยุดชะงักลง
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐ (NWS) คาดว่า อุณหภูมิอาจสูงถึง 40.5 องศาเซลเซียส (105 องศาฟาเรนไฮต์) และมีโอกาสทำลายสถิติรายวัน รายเดือน รวมถึง"สถิติสูงสุดตลอดกาล" ในบางพื้นที่
อากาศร้อนจัด เช่นนี้ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากความร้อน โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางและผู้ที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศหรือระบบทำความเย็นเพียงพอ ขณะที่ความชื้นในอากาศที่อยู่ในระดับสูงจะยิ่งทำให้ประชาชนยิ่งรู้สึกว่าร้อนมากขึ้น
การใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงสุดทุบสถิติใหม่
บริษัทPJM Interconnection LLC ซึ่งเป็นผู้ดูแลโครงข่ายไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ ให้บริการประชาชนราว 67 ล้านคน ครอบคลุม 13 รัฐ ตั้งแต่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ไปจนถึงนครชิคาโก เปิดเผยว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าเมื่อวันที่ 2 ก.ค. มีแนวโน้มสูงกว่าสถิติเดิมที่ระดับ 165.563 กิกะวัตต์ ซึ่งเคยทำไว้เมื่อเดือนส.ค. ปี 2006
คลื่นความร้อนอันตรายระลอกนี้ ทำให้อุณหภูมิในหลายเมืองของสหรัฐพุ่งแตะระดับ"เลขสามหลักตามมาตราฟาเรนไฮต์" หรือสูงกว่า 37.7 องศาเซลเซียสไปแล้ว โดยงาน Great American State Fair ซึ่งเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองธีมรักชาติที่จัดต่อเนื่องเป็นเวลา 2 สัปดาห์บริเวณ National Mall ในกรุงวอชิงตัน ต้องปิดให้บริการชั่วคราวหลายชั่วโมงในวันศุกร์ เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัด ก่อนจะกลับมาเปิดกิจกรรมอกครั้งในช่วงเย็น
สภาพอากาศร้อนจัดครั้งนี้สะท้อนให้เห็นมากขึ้นว่า"อุณหภูมิที่รุนแรงขึ้นกำลังเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชาวอเมริกัน รวมถึงระบบโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการใช้ชีวิตของผู้คน"
ศูนย์พยากรณ์อากาศของสหรัฐ ระบุว่า มีประชาชนมากกว่า 197 ล้านคน ตั้งแต่รัฐแคนซัสไปจนถึงรัฐเมน อยู่ภายใต้ "ประกาศเตือนภัย" หรือคำแนะนำเกี่ยวกับสภาพอากาศร้อนจัดในวันศุกร์
คลื่นความร้อนจัดยังเกิดขึ้นก่อนการเฉลิมฉลองวันชาติสหรัฐในวันเสาร์ที 4 ก.ค. นี้ ซึ่งยังตรงกับการ "ครบรอบ 250 ปี" ของสหรัฐอเมริกา รวมถึงช่วงสุดสัปดาห์ที่มีการแข่งขัน "ฟุตบอลโลก" ที่มีผู้ชมจำนวนมาก ส่งผลให้บ้านเรือนและภาคธุรกิจใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมากจากการเปิดเครื่องปรับอากาศเพื่อคลายร้อน
ก่อนจะเกิดคลื่นความร้อนระลอกล่าสุด ระบบโครงข่ายไฟฟ้าของสหรัฐก็เผชิญแรงกดดันอยู่ก่อนแล้วจากการก่อสร้าง "ดาต้าเซ็นเตอร์" จำนวนมาก ที่ขับเคลื่อนความต้องการใช้ไฟฟ้าหลังจากที่ตัวเลขแทบไม่เติบโตตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา และขณะนี้ระบบไฟฟ้าก็ยิ่งเปราะบางต่อการเกิดไฟฟ้าดับในช่วงที่อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงรุนแรง ซึ่งอาจกระทบตั้งแต่เครื่องปรับอากาศในบ้าน ไปจนถึงระบบไฟฟ้าของโรงพยาบาล
บริษัทConsolidated Edison Co. ผู้ให้บริการระบบไฟฟ้าในนครนิวยอร์ก เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า ได้ตัดกระแสไฟฟ้าชั่วคราวลูกค้าเกือบ 10,000 ราย ในพื้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ของเขตควีนส์ เนื่องจากอุปกรณ์เกิดปัญหาจากสภาพอากาศร้อนจัดและความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง
ก่อนหน้านี้บริษัทได้ขอให้ลูกค้านับหมื่นรายทั่วพื้นที่ช่วยกันประหยัดพลังงาน และลดแรงดันไฟฟ้าในระบบลง ด้วยการหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า ไมโครเวฟ และหากบ้านใดมีเครื่องปรับอากาศ 2 เครื่อง ก็ขอให้เปิดใช้งานแค่เครื่องเดียว
"วันนี้สภาพอากาศน่าจะร้อนอบอ้าวอย่างมาก" แฟรงก์ เปเรย์รา นักพยากรณ์อากาศอาวุโสกล่าวพร้อมระบุว่า หลายพื้นที่ตั้งแต่เขตที่ราบมิดเวสต์ ไปจนถึงภูมิภาคมิดแอตแลนติกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอุณหภูมิ "สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติอย่างมาก"
อุณหภูมิที่สวนสาธารณะCentral Park ในนครนิวยอร์กแตะ 98 องศาฟาเรนไฮต์ (36.6 องศาเซลเซียส) ในช่วงบ่ายวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากเมืองเพิ่งเผชิญวันที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่ปี 2012 เมื่อวันก่อน ซึ่งอุณหภูมิแตะ 100 องศาฟาเรนไฮต์ (37.7 องศาเซลเซียส) ขณะที่คาดว่า สภาพอากาศร้อนจัดและความชื้นสูงจะปกคลุมทั้งนครนิวยอร์กและพื้นที่ครึ่งตะวันออกของสหรัฐตลอดช่วงสุดสัปดาห์
โครงข่ายไฟฟ้าของPJM ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในรัฐเวอร์จิเนียตอนเหนือ ได้ออกประกาศเตือนฉุกเฉินหลายครั้งในสัปดาห์นี้ตามอุณหภูมิที่สูงขึ้น ขณะที่กระทรวงพลังงานสหรัฐออกคำสั่งให้โรงไฟฟ้าทุกแห่งเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต รวมถึงใช้แหล่งผลิตไฟฟ้าสำรอง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดไฟฟ้าดับ ซึ่งนับเป็นครั้งที่สองแล้วในฤดูร้อนปีนี้ที่ต้องใช้มาตรการดังกล่าว
ข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) ระบุว่า ราคาซื้อขายไฟฟ้าในตลาดค้าส่งแบบสปอต (Wholesale Spot Market) เมื่อวันพฤหัสบดี พุ่งขึ้นมากกว่า 243% ในภูมิภาคนิวอิงแลนด์ และเพิ่มขึ้น 101% ในนครนิวยอร์ก ขณะที่ราคาค่าไฟฟ้าในภูมิภาคมิดเวสต์เพิ่มขึ้นเกือบ 55% และภูมิภาคมิดแอตแลนติกเพิ่มขึ้น 45.6%
สถานการณ์นี้มีแนวโน้มเพิ่มเสียงเรียกร้องให้สหรัฐเร่ง"ยกเครื่องระบบโครงข่ายไฟฟ้าทั้งประเทศ" ทั้งเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตใหม่และเสริมความยืดหยุ่นของระบบให้เพียงพอ โดยราคาค่าไฟฟ้าในตลาดซื้อขายล่วงหน้าบางพื้นที่ของ PJM พุ่งสูงกว่า 2,500 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์ชั่วโมงในสัปดาห์นี้
การเดินทางฉลองวันชาติปั่นป่วน
คลื่นความร้อนระลอกนี้อาจทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งต้องยกเลิก เลื่อน หรือเปลี่ยนแผนการเดินทาง ในสัปดาห์ที่มีผู้เดินทางหนาแน่นของปีที่สุดสัปดาห์หนึ่ง
บริษัทAmtrak ระบุเมื่อต้นสัปดาห์ว่า รถไฟอาจต้องลดความเร็วในการเดินรถ และอาจเกิดความล่าช้าระหว่างเวลา 11.00-19.00 น. จนถึงวันที่ 4 ก.ค. เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัดที่คาดว่าจะกระทบในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันออกเฉียงใต้ และมิดเวสต์
ขณะที่รถไฟของNew Jersey Transit ที่วิ่งเข้าสู่นครนิวยอร์ก ก็มีแนวโน้มที่อาจล่าช้าและมีการยกเลิกเที่ยวเดินรถ เนื่องจากอุปกรณ์ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศร้อน
ด้านสายการบินเดลตา แอร์ ไลนส์ ได้ออกประกาศเมื่อต้นสัปดาห์ว่า จะยกเว้นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางผ่านสนามบินลา กวาเดีย ในสัปดาห์นี้ เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัด
ส่วนกระทรวงคมนาคมรัฐอิลลินอยส์ได้เตือนผู้ขับขี่ให้ระมัดระวังความเสียหายของพื้นผิวถนน โดยระบุว่า "พื้นถนนอาจโก่งตัวจากอุณหภูมิที่ร้อนจัด"
นครฟิลาเดลเฟีย ซึ่งมีอุณหภูมิสูงกว่า 100 องศาฟาเรนไฮต์ ได้ยกเลิกขบวนพาเหรดเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีของสหรัฐอเมริกา ที่เดิมกำหนดจัดขึ้นในวันศุกร์
ส่วนในมหานครนิวยอร์ก โซห์ราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก เรียกร้องให้ประชาชนช่วยลดภาระโครงข่ายไฟฟ้าของรัฐ โดยขอให้ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไว้ที่ 78 องศาฟาเรนไฮต์ (25.5 องศาเซลเซียส) ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งาน และเลื่อนการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เครื่องล้างจานหรือเครื่องซักผ้า ไปเป็นช่วงเช้าตรู่หรือช่วงดึกแทน และขอให้ชาวนิวยอร์กอยู่ภายในอาคารเพื่อหลีกเลี่ยงสภาพอากาศร้อนจัด