โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หอการค้าไทย-ส.อาหารแช่เยือกแข็งฯ อุ้มเกษตรกรใต้ รับซื้อกุ้ง 100 ตัน/วัน หลังมาเลฯระงับนำเข้ากุ้งไทย

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย และภาคเอกชน ประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน บรรเทาผลกระทบจากกรณีประเทศมาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้งทะเลจากภาคใต้ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรภาคใต้ ผู้ประกอบการ และห่วงโซ่อุตสาหกรรมกุ้งทะเลของประเทศ โดย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าฯ ร่วมกับส.อาหารแช่เยือกแข็งไทย มีความพร้อมในการช่วยซื้อกุ้งเบื้องต้นจากเกษตรกรโดยตรงมากกว่า 100 ตัน/วัน (ภายใต้โครงการตรวจยาปฏิชีวนะก่อนประมูล) พร้อมทั้งมอบหมายให้ศูนย์ AFC ทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สมาคมการค้า และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เป็นต้น

นายอนุชา เตชะนิธิสวัสดิ์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า สมาคมฯได้ประชุมหารือร่วมกับสมาชิกห้องเย็นผู้ผลิตและแปรรูปส่งออกสินค้ากุ้ง เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 เพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวที่ประชุมเห็นพ้องกันว่า ในระยะสั้นจำเป็นต้องเร่งดำเนินมาตรการดูดซับผลผลิตกุ้งที่ไม่สามารถส่งออกไปยังประเทศมาเลเซียได้ โดยอาศัยความร่วมมือจากสมาชิกห้องเย็นผู้ผลิตและแปรรูปส่งออกสินค้ากุ้งทั่วประเทศ เพื่อช่วยรับซื้อและบริหารจัดการผลผลิตส่วนเกินเข้าสู่ระบบการผลิตและแปรรูป ลดแรงกดดันด้านราคา และป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบลุกลามไปยังเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่อื่น

นายชูพงษ์ ลือสุขประเสริฐ เลขาธิการสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า การช่วยเหลือดังกล่าวจะดำเนินการภายใต้หลักเกณฑ์การซื้อขายตามมาตรฐานปกติของโรงงานผู้ผลิตและแปรรูปส่งออก โดยฟาร์มผู้เลี้ยงกุ้งที่ประสงค์จะจำหน่ายกุ้งเข้าสู่ห้องเย็นจะต้องเข้าร่วมโครงการ “ตรวจยาปฏิชีวนะก่อนประมูลกุ้ง” ซึ่งเป็นแนวทางที่ภาคอุตสาหกรรมกุ้งไทยให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจด้านคุณภาพสินค้า ความปลอดภัยทางอาหาร และการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล โดยโครงการดังกล่าวถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมกุ้งไทย เนื่องจากการตรวจสอบสารตกค้างก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตจะช่วยลดความเสี่ยงด้านคุณภาพสินค้า สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้นำเข้าและผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนช่วยรักษาภาพลักษณ์ของกุ้งไทยในฐานะสินค้าประมงคุณภาพสูงที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...