นันทนา ซัด รัฐล้มเหลว เหตุรถไฟชนรถเมล์ ชี้ถ้าเป็นตปท. รมต.คมนาคม ลาออกแล้ว
นันทนา ซัด รัฐล้มเหลว เหตุรถไฟชนรถเมล์ ชี้ถ้าเป็นต่างประเทศ รัฐมนตรีคมนาคม ลาออกแล้ว แต่ของไทยไม่เห็นมีใครรับผิดชอบ เก่งแต่โชว์วิสัยทัศน์
เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 19 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. อภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดงว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คนไทยตั้งคำถามว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ใครต้องรับผิดชอบ และเราจะทำอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก
ถ้าดูผิวเผินสังคมจะวิจารณ์ว่าเป็นเรื่องความไม่มีวินัยของพวกเราคนไทย ไม่ใส่ใจกฎจราจร จอดรถทับบนทางรถไฟได้อย่างไร ยิ่งไปตรวจพบว่าคนขับรถไฟปัสสาวะสีม่วง ไม่มีใบอนุญาตขับรถและไม่ได้นั่งควบคุมอยู่ที่คนขับ พากันประณามถามหาจิตสำนึกของพนักงานขับรถไฟคนนี้ แทบทุกปัญหาในประเทศไทยเรามักจะโทษไปที่เรื่องสันดานคนไทย
ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนหนึ่งปีมีผู้เสียชีวิตประมาณ 2 หมื่นกว่าราย ปัญหาฝุ่น การรุกป่าทำลายสิ่งแวดล้อม ลักวิ่งชิงปล้น แม้กระทั่งการซื้อเสียง การจ่ายสินบน ถ้าเรามองว่าเป็นเรื่องที่เกิดจากสันดาน จิตสำนึกของคนไทย จะไม่ง่ายไปหรือ ถ้าโทษไปที่ดีเอ็นเอของคนไทยก็แก้อะไรไม่ได้ ไม่ต้องเปิดการอภิปรายกันในวันนี้ เพราะอย่างไรสันดอนขุดได้ แต่สันดานขุดไม่ได้อยู่แล้ว
“อย่าให้เขามาหลอกให้เราเป็นแพะรับบาป ปัญหาทั้งหมดอยู่ที่รัฐบาล ถ้าเป็นประเทศญี่ปุ่นหรือหลายประเทศในยุโรปเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เราจะได้เห็นรัฐมนตรีคมนาคมออกมาประกาศความรับผิดชอบพร้อมลาออกแล้ว
แต่ประเทศไทยถูกหลอกว่าเป็นเรื่องของความไม่เอาไหนของประชาชน ไม่ว่าความเสียหายจะใหญ่ขนาดไหน ก็ไม่ต้องมีรัฐมนตรี ปลัด อธิบดีคนไหนออกมาแสดงความรับผิดชอบ อย่างเก่งก็จะออกมาแสดงวิสัยทัศน์ เช่น จะขุดอุโมงค์ลอดใต้แยกอโศก
โดยไม่รู้เลยว่าใต้ถนนอโศกนั้น มีรถไฟฟ้าใต้ดินอยู่ข้างล่างแล้ว ถ้าขุดลึกลงไปกว่านั้นก็เจอนรกแล้ว บางท่านเสนอให้รถไฟไปหยุดที่ชานกรุงเทพฯ ขนถ่ายผู้โดยสารขึ้นรถเมล์ มาขึ้นรถไฟฟ้า จบที่มอเตอร์ไซค์ อันนี้ไม่ใช่แลนด์บริดจ์” น.ส.นันทนา กล่าว
น.ส.นันทนา กล่าวว่า ทำไมตนถึงมองว่าปัญหานี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบเต็มๆ เพราะการที่คนจะปฏิบัติตามระเบียบ ท่านคิดว่าอยู่ที่จิตสำนึกหรืออยู่ที่การบังคับใช้กฎหมาย การที่คนขับรถกันอย่างไม่มีวินัย ท่านจะตำหนิใครถ้าไม่ใช่รัฐบาล คนจำนวนมากไม่รู้กฎจราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เคยทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมายให้เป็นจริง และรัฐบาลเคยใส่ใจที่จะกวดขันให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นหรือไม่
อย่างไรก็ตาม อีกมิติหนึ่งที่สำคัญในการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว คือ ความล้มเหลวของรัฐบาลไทยในการบริหารระบบผังเมืองและการขนส่ง เรื่องการเดินรถ หลังจากทำรางรถไฟเมื่อ 133 ปีที่แล้ว ก็ไม่มีรัฐบาลไหนจริงจังที่จะพัฒนาระบบรางรถไฟเลย
รัฐบาลส่วนใหญ่ชอบสร้างถนน ผลคือขณะที่เมืองเจริญขึ้นเรื่อยๆ ทางรถไฟที่สร้างไว้ก็ใช้กันจนทุกวันนี้ ความเจริญของเมืองกับเส้นทางรถไฟจึงไม่ไปด้วยกัน รถไฟจึงกลายเป็นระบบสังคมสงเคราะห์ คือเก็บไว้ให้คนจนใช้ และไม่ได้มีการพัฒนา ทำให้เห็นว่าเส้นทางรถไฟตัดกับเส้นทางของรถยนต์บนผิวระนาบ
น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า รัฐบาลจะต้องคิดใหม่ว่าประเทศไทยต้องหันมาพัฒนาระบบรถไฟ ต้องคิดว่ารถไฟเป็นระบบขนส่งให้ปัจจุบันและอนาคต ไม่ใช่คิดแต่ว่ารถไฟเป็นของโบราณ แต่ต้องคิดว่าทำรถไฟให้เป็นพาหนะเดินทางของทุกคนไม่ใช่เฉพาะคนจนหรือนักท่องเที่ยว
และท่านต้องลงทุนแก้ไขปัญหาเรื่องจุดตัดระหว่างถนนกับทางรถไฟ ท่านจะทำทางยกระดับหรือทางลอดก็ต้องพิจารณา อย่าให้เป็นอย่างเช่นในปัจจุบันที่พบกับโศกนาฏกรรม และอย่าไปคิดว่าระบบรถไฟล้าสมัย เราต้องพัฒนาระบบนี้ขึ้นมา
“ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องพัฒนารถไฟทำให้เป็นระบบขนส่งหลักของประเทศไทย ขอให้พูดและทำ อย่าสักแต่พูด โดยปล่อยให้เป็นอีกอุบัติเหตุหนึ่งที่เราแค่เสียใจแต่ไม่ทำอะไรเลย” น.ส.นันทนา กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นันทนา ซัด รัฐล้มเหลว เหตุรถไฟชนรถเมล์ ชี้ถ้าเป็นตปท. รมต.คมนาคม ลาออกแล้ว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th