แม่น้ององุ่น เปิดใจ หลังลูกสาวและน้องชาย รับสารภาพในคดีสะเทือนขวัญ
วันที่ 6 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ควบคุมตัวเด็กหญิงเอ อายุ 12 ปี พี่สาวของน้ององุ่น และนายแป๊ะ อายุ 17 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าชาย มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพในคดีการเสียชีวิตของน้ององุ่น เด็กหญิงวัย 7 ขวบ ขณะที่แม่ของน้ององุ่นเปิดใจยอมรับว่ายังไม่เชื่อว่าลูกสาวและน้องชายของตนจะเป็นผู้ก่อเหตุ แม้ผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์จะเป็นหลักฐานสำคัญในคดีก็ตาม
คดีดังกล่าวเริ่มต้นหลังน้ององุ่นหายออกจากบ้านเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ก่อนจะมีผู้พบร่างเสียชีวิตกลางสวนยางในพื้นที่หมู่ 4 บ้านทิโคร่ง ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 จากนั้นตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ตำรวจภูธรภาค 7 กองปราบปราม และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้ร่วมกันลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งคลี่คลายคดีและติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
ล่าสุด พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา เดินทางมายัง สภ.สังขละบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวเด็กหญิงเอและนายแป๊ะมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ภายหลังเด็กหญิงเอให้การว่าเป็นผู้ก่อเหตุ โดยอ้างว่าเกิดการทะเลาะกับน้ององุ่นเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ก่อนใช้ถุงกระสอบข้าวสารสวมศีรษะน้องจนเสียชีวิต จากนั้นได้ขอให้น้าชายช่วยนำร่างไปซุกซ่อนในตู้เสื้อผ้า ก่อนใส่กระสอบและนำไปทิ้งยังจุดที่มีผู้พบศพ ทั้งนี้ รายละเอียดดังกล่าวเป็นข้อมูลจากการให้การในชั้นสอบสวน ซึ่งยังอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย
ขณะที่บรรยากาศการทำแผนมีชาวบ้านจำนวนมากเดินทางมาติดตามเหตุการณ์ โดยหลายคนยังรู้สึกตกใจและไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น ด้านแม่น้ององุ่นเปิดใจว่า ยังไม่เชื่อว่าลูกสาวและน้องชายของตัวเองจะเป็นผู้ก่อเหตุ แต่ก็จำเป็นต้องยอมรับกระบวนการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ หลังพบรายงานว่ามีการตรวจพบคราบลายนิ้วมือบนรถสามล้อที่ใช้เคลื่อนย้ายร่างน้ององุ่นไปยังจุดทิ้งศพ ขณะที่เด็กหญิงเอยังคงอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ โดยมีสีหน้าเคร่งเครียดและไม่ยอมรับประทานอาหารที่เจ้าหน้าที่นำมาให้
เรียบเรียงโดย มุมข่าว