โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิด 7 แผนรับมือภัยแล้ง รับเอลนีโญลากยาวต้นปี 70 ย้ำภาคอุตฯ ไม่สะดุด

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
จับตาเอลนีโญลากยาวถึงต้นปี 70

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำล่าสุดว่า แม้ปัจจุบันสภาวะเอนโซ่ (ENSO) จะยังคงอยู่ในช่วงเป็นกลาง แต่จากคาดการณ์พบแนวโน้มการก่อตัวของปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ในช่วงกลางปี 2569 ลากยาวไปจนถึงต้นปี 2570 ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดสภาวะฝนน้อย ฝนทิ้งช่วง และภัยแล้งในระยะถัดไป

เพื่อป้องกันผลกระทบอย่างทันท่วงที จึงได้สั่งการให้กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินงานเชิงรุกทันที

เปิดแผน 7 ด้านสำคัญ รับมือภัยแล้งเชิงรุก

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้วางแนวทางขับเคลื่อนเพื่อความมั่นคงด้านน้ำไว้ 7 มิติ ดังนี้:

  • เฝ้าระวังใกล้ชิด: จัดทำฉากทัศน์น้ำรายเดือนเพื่อประเมินสถานการณ์
  • สำรองน้ำต้นทุน: ปรับเกณฑ์การเก็บกักน้ำในอ่างเก็บน้ำให้เหมาะสม
  • พัฒนาแหล่งน้ำ: เร่งรัดการพัฒนาแหล่งน้ำและแก้มลิงทั่วประเทศ
  • เตรียมพร้อมเครื่องจักร: จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำและเครื่องจักรกล พร้อมกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ
  • จัดสรรน้ำเป็นธรรม: ให้ความสำคัญกับการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคมาเป็นอันดับแรก
  • วางรากฐานระยะยาว: พัฒนาโครงข่ายเชื่อมโยงน้ำ (Water Grid) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • สื่อสารฉับไว: บูรณาการระบบแจ้งเตือนภัยให้แก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง

"แม้ภาพรวมสถานการณ์น้ำยังเป็นไปตามแผน แต่ทุกหน่วยงานห้ามประมาท ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยจากอุทกภัยควบคู่ไปกับการกักเก็บน้ำสำรอง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน" รมว.เกษตรฯกล่าว

ล็อกเป้าพื้นที่เศรษฐกิจ EEC คาดใช้น้ำทะลุ 2,800 ล้าน ลบ.ม.

จากการคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ปี 2569 ที่จะพุ่งสูงถึง 2,700 - 2,800 ล้านลูกบาศก์เมตร ประกอบกับความท้าทายจากเอลนีโญ รัฐมนตรีฯ จึงกำชับให้ใช้มาตรการ "บริหารจัดการน้ำเชิงรุก" เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั่วโลก

ชูโมเดล "อ่างพวง" และ Smart Water Grid

นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน เผยถึงหัวใจหลักในการขับเคลื่อนพื้นที่ EEC โดยมีแนวทางบริหารจัดการดังนี้:

  • ศูนย์กลางน้ำภาคตะวันออก: ใช้ "อ่างเก็บน้ำประแสร์" จังหวัดระยอง เป็นแกนหลักในการเชื่อมโยงระบบท่อผันน้ำไปยังอ่างเก็บน้ำอื่น ๆ
  • เพิ่มศักยภาพการสูบเติมน้ำ: ในฤดูฝนนี้ จะเพิ่มการสูบผันน้ำจากคลองสะพานไปเติมอ่างฯ ประแสร์ อีก 50 ล้านลูกบาศก์เมตร
  • ขยายโครงข่ายท่อส่งน้ำ: เร่งผลักดันโครงการผันน้ำ อ่างประแสร์-หนองค้อ-บางพระ เพื่อกระจายน้ำสู่จังหวัดชลบุรีอย่างมีประสิทธิภาพ

ภาคอุตสาหกรรมร่วมใจ ปรับตัวสู่ "โรงงานอัจฉริยะ"

กรมชลประทานได้ร่วมมือกับภาคเอกชนในพื้นที่ วางเป้าหมายลดการใช้น้ำลง 10 - 15% พร้อมนำน้ำเสียกลับมาบำบัดหมุนเวียนใช้ใหม่ (Recycle)

สถานการณ์ล่าสุด: ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางในพื้นที่ EEC มีปริมาณน้ำทุนสะสมอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม สูงกว่า 84% ของความจุ มั่นใจมีน้ำเพียงพอสำหรับป้อนนิคมอุตสาหกรรมและชุมชนเมืองได้อย่างยั่งยืนแน่นอน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...