เปิดกลโกงมิจฉาชีพยุคใหม่ หลอกซื้อของหรูผ่านออนไลน์ ก่อนใช้ “เลข Tracking” ฉกพัสดุ
จากกรณีผู้เสียหายกว่า 60 รายทั่วประเทศ พบว่ามีรูปแบบการก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน คือ มิจฉาชีพแฝงตัวเป็นลูกค้า ติดต่อซื้อสินค้าราคาแพง ก่อนใช้ “ช่องโหว่ของระบบขนส่ง” และ “เลข Tracking” ในการนำพัสดุออกไปโดยมิชอบ
นาฬิกาหรูมูลค่า 800,000 บาท สูญหายในเวลาไม่ถึง 10 นาที
หนึ่งในผู้เสียหายเปิดเผยว่า ได้โพสต์ขายนาฬิกาหรูรุ่นหายากผ่าน Facebook ก่อนมีผู้สนใจติดต่อเข้ามาทาง Line โดยมีพฤติกรรมเหมือนนักสะสมตัวจริง ทั้งการสอบถามรายละเอียดเชิงลึก เช่น Serial Number สภาพสินค้า และประวัติการผลิต ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ
แม้ผู้ขายจะตั้งเงื่อนไขชัดเจนว่า “ต้องโอนเงินก่อน 100%” แต่คนร้ายใช้กลยุทธ์ขอเลข Tracking เพื่อยืนยันการจัดส่ง โดยอ้างว่าเป็นหลักฐานก่อนโอนเงินจำนวนเกือบ 1 ล้านบาท
หลังจากผู้ขายส่งเลข Tracking ไปแล้ว เหตุการณ์กลับพลิกผันอย่างรวดเร็ว โดยภายในเวลาเพียง 5–6 นาที มีบุคคลอื่นอ้างตัวเป็น “ญาติผู้ส่ง” มาแสดงข้อมูลเลข Tracking ต่อพนักงานขนส่ง และรับพัสดุออกไปทันที
เปิดแผนการ “3 ตัวละคร” ในขบวนการโกง
จากการรวบรวมข้อมูลของผู้เสียหาย พบว่า กลโกงดังกล่าวมีโครงสร้างชัดเจน ได้แก่
- A (ผู้ขาย):เจ้าของสินค้า โพสต์ขายผ่านออนไลน์
- B (มิจฉาชีพ):ติดต่อซื้อสินค้า สร้างความน่าเชื่อถือ และหลอกขอเลข Tracking
- C (ผู้รับของ/ไรเดอร์):บุคคลที่ถูกจ้างให้ไปรับพัสดุ โดยอ้างตัวเป็นญาติหรือผู้เกี่ยวข้อง
หลังจากรับพัสดุแล้ว สินค้าจะถูกส่งต่อกันหลายทอดผ่านไรเดอร์ รวมระยะทางกว่า 50–60 กิโลเมตร ก่อนส่งต่อให้บุคคลปลายทาง ซึ่งทำให้ยากต่อการติดตาม
“รูปแบบเดียวกันทุกเคส” ไม่ใช่เหตุบังเอิญ
ผู้เสียหายอีกหลายรายยืนยันตรงกันว่า รูปแบบการหลอกลวงแทบไม่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายนาฬิกาหรูหรือโลหะเงิน โดยมิจฉาชีพมักติดต่ออย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาทีหลังโพสต์ขาย และใช้บทสนทนาแบบมืออาชีพเพื่อสร้างความไว้วางใจ
สิ่งที่สร้างข้อสงสัยสำคัญคือ “ขั้นตอนของบริษัทขนส่ง” ที่ปล่อยพัสดุให้บุคคลอื่นโดยไม่มีการตรวจสอบเอกสารตัวจริง หรือการยืนยันตัวตนจากผู้ส่ง
[caption id="attachment_12861" align="aligncenter" width="1870"]
นายธนู รุ่งโรจน์เรืองฉาย ทนายความ[/caption]
บริษัทขนส่งอาจต้องร่วมรับผิด
นายธนู รุ่งโรจน์เรืองฉาย ทนายความ ระบุว่า การนำพัสดุออกจากระบบต้องใช้ “ต้นฉบับใบตราส่ง” เท่านั้น การใช้เพียงภาพถ่ายหรือสำเนาไม่สามารถใช้แทนได้
หากพนักงานขนส่งปล่อยสินค้าออกไปโดยไม่มีเอกสารตัวจริง อาจเข้าข่าย “ละเลยต่อหน้าที่” และบริษัทขนส่งในฐานะนายจ้างต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตถึงความเป็นไปได้ของการสมรู้ร่วมคิด ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบเชิงลึกโดยเจ้าหน้าที่
ผู้เสียหายร้องขอความรับผิดชอบ แต่ยังไร้คำตอบ
ผู้เสียหายจำนวนหนึ่งระบุว่า หลังเกิดเหตุ ได้พยายามติดต่อบริษัทขนส่งผ่านช่องทางต่าง ๆ แต่ไม่ได้รับการตอบสนองที่ชัดเจน จนต้องนำเรื่องเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย จึงเริ่มมีการติดต่อกลับ
บางรายต้องพึ่งพากระบวนการทางกฎหมาย โดยเข้าแจ้งความและเตรียมดำเนินคดี เพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบจากผู้เกี่ยวข้อง
วิธีป้องกันตกเป็นเหยื่อ
เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า
- หลีกเลี่ยงการส่งสินค้า หากยังไม่ได้รับเงินครบถ้วน
- ไม่เปิดเผยเลข Tracking จนกว่าธุรกรรมจะสมบูรณ์
- เลือกใช้บริการขนส่งที่มีระบบยืนยันตัวตนรัดกุม
- ติดตามสถานะพัสดุอย่างใกล้ชิดหลังจัดส่ง
- หากพบความผิดปกติ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
“แก๊งตุ๋นซื้อนาฬิกาหรู” สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนารูปแบบการหลอกลวงที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยอาศัยทั้งจิตวิทยาและช่องโหว่ของระบบขนส่ง เหตุการณ์นี้ไม่เพียงเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ขายสินค้าออนไลน์ แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งยกระดับมาตรการความปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายซ้ำในอนาคต
ขอบคุณข้อมูลจาก: รายการสถานีประชาชน