ชิงเก้าอี้เมืองพัทยาเดือด ‘ส้ม’ คัมแบ๊กขอล้างตาแชมป์เก่า
เมืองพัทยา เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รูปแบบพิเศษแห่งที่ 2 ของไทยต่อจากกรุงเทพมหานคร แยกอำนาจการบริหารและการตัดสินใจออกจากระบบภูมิภาคอย่างเด็ดขาดเพื่อความคล่องตัว
สมรภูมิชิงนายกเมืองพัทยาครั้งนี้เริ่มร้อนแรงทันที หลังเปิดรับสมัครนายกเมืองพัทยาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกเมืองพัทยาตบเท้าเข้าสมัครเบื้องต้น 4 คน ประกอบด้วยนายอิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร หมายเลข 1 พรรคประชาชน นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ หมายเลข 2 กลุ่ม “เรารักพัทยา” นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ หมายเลข 3 ทีม “พัทยา 2030” และนายสุไอนี เจริญสุข หมายเลข 4 ทีมอิสระ
เมืองพัทยา พื้นที่ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของภาคตะวันออก ศึกเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาจึงเป็นอีกหนึ่งสนามการเมืองท้องถิ่นสำคัญ คู่แข่งที่น่าจับตามองมากที่สุดหนีไม่พ้น นายปรเมศวร์ อดีตนายก ตัวเต็งบ้านใหญ่แห่งเมืองพัทยา ลุยสู้ศึกอีกรอบ คว้าเบอร์ 2 ประกาศสานต่อนโยบาย เปิดวิสัยทัศน์ “Better Pattaya เมืองท่องเที่ยวระดับโลก คุณภาพชีวิตระดับสากล” พร้อมชูนโยบาย “ทำจริง ทำแล้ว ทำต่อ”
ยืนยันว่าจะสานต่อโครงการที่ดำเนินการไว้ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา และต่อยอดผ่าน 3 เป้าหมายหลัก 33 นโยบาย ครอบคลุมเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และการบริหารจัดการเมือง
หนึ่งในภารกิจสำคัญคือการเดินหน้าแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง หลังจากสามารถลดจุดน้ำท่วมจาก 24 จุด เหลือ 9 จุด พร้อมเตรียมนำระบบ Water Crisis Center และระบบ AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการน้ำและตรวจสอบระบบระบายน้ำแบบเรียลไทม์ รวมถึงพัฒนาเมืองพัทยาสู่ Smart City ผ่านการเชื่อมโยงกล้องวงจรปิดทั่วเมืองกว่า 600 ตัว เพื่อดูแลความปลอดภัย การจราจร และการจัดการเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนคู่ท้าชิงคนสำคัญจากพรรคประชาชน นายอิทธิวัฒน์ ยกการ์ดท้าชนลงพื้นที่ถี่ยิบทั่วเมืองพัทยา ทั้งพัทยาใต้ นาเกลือ พัทยากลาง และชุมชนต่างๆ กระแสดีเกินคาดจัดว่าเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวไม่น้อย
อิทธิวัฒน์ เดินสายรับฟังปัญหาประชาชนต่อเนื่องมากว่า 6 เดือน ก่อนสรุปออกมาเป็น “37 นโยบาย พัทยาเพื่อทุกคน” ครอบคลุมทั้งกลุ่มแรงงานกลางคืน ผู้ประกอบการ โรงแรม เยาวชน และประชาชนทุกกลุ่ม อาทิ แนวคิดศูนย์ดูแลเด็กเล็ก 24 ชั่วโมง สำหรับผู้ปกครองที่ทำงานกลางคืน รวมถึงนโยบายด้านการศึกษาและการแก้ปัญหาน้ำประปา โดยเฉพาะการผลักดันให้ประชาชนบนเกาะล้านเข้าถึงน้ำประปาในราคาที่เท่าเทียมกับฝั่งเมืองพัทยา
ส่วนผู้สมัครทีม “พัทยา 2030” ศักดิ์ชัย แตงฮ่อ อดีตข้าราชการ ลงสนามอีกครั้งยึดแนวทางเร่งจัดการคอร์รัปชั่น ทุนเทาและจัดระเบียบ จัดการปัญหาเรื่องขยะ แม้มองว่ายังไม่ใช่คู่แข่งหลัก แต่เป็นเพียงองค์ประกอบของการเลือกตั้งมากกว่า
ปรับโฟกัสมาที่คู่แข่งทีมอิสระ สุไอนี ชิมลางสนามเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งแรก ตัดสินใจลงสมัครครั้งนี้ด้วยความผูกพันกับเมืองพัทยาในฐานะคนพื้นที่ดั้งเดิม ซึ่งครอบครัวอาศัยอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2475 และเห็นพัฒนาการของเมืองพัทยามาตลอดกว่า 40 ปี จึงต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองให้เติบโตอย่างมีทิศทางและสอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่
มองว่าเมืองพัทยายังมีช่องว่างด้านโครงสร้างพื้นฐานและการวางยุทธศาสตร์เมืองที่จำเป็นต้องเติมเต็ม โดยเฉพาะบทบาทของเมืองพัทยาในการอำนวยความสะดวกให้ภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของพื้นที่ พร้อมแก้ปัญหาพื้นฐาน อย่างเรื่องน้ำท่วม ถนน ระบบไฟฟ้า แสงสว่าง และสาธารณูปโภคต่างๆ เป็นเรื่องที่เมืองพัทยาต้องเร่งดูแล เพื่อสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นด้านการลงทุนและการท่องเที่ยว
ยืนยันว่าแม้จะลงสมัครในนามอิสระ แต่ตลอดที่ผ่านมาได้ทำงานและเคลื่อนไหวในพื้นที่มาโดยตลอด ทั้งผ่านการลงพื้นที่จริงและช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ จึงมั่นใจว่าประชาชนในพื้นที่ยังคงคุ้นเคยและเข้าถึงได้ง่าย ยึดหลักการเมืองท้องถิ่น ควรมุ่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชน มากกว่าการโจมตีทางการเมืองระหว่างกัน
ท่ามกลางการแข่งขันที่กำลังเข้มข้น เป็นการวัดกำลังระหว่าง 2 ตัวเต็งอย่างนายปรเมศวร์ ที่ศักดิ์ศรีแชมป์ยังค้ำคอ ข้อได้เปรียบด้านประสบการณ์ทำงานมาแล้ว 4 ปี และฐานเสียงเก่าที่แน่นปึ้ก มีผลงานเป็นที่ประจักษ์จากการบริหารเมืองพัทยา แต่ต้องเผชิญกับความคาดหวังจากประชาชนสูงขึ้น
สำหรับนายอิทธิวัฒน์ ทางเลือกคนรุ่นใหม่ ขยันลุยเคาะประตูบ้านหาเสียงไม่แผ่ว ขับเคี่ยวหวังคว้าเก้าอี้ ถือเป็นความท้าทายของทั้งคู่ในศึกเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาครั้งนี้
ด้านนักวิชาการมองว่า การเลือกตั้งเมืองพัทยารอบนี้เป็นการเลือกตั้งระหว่างกลุ่มการเมือง เหตุผลที่นิยามแบบนี้ มองว่านายกเมืองพัทยาคนปัจจุบัน นายปรเมศวร์พยายามทำงานสร้างภาพลักษณ์ต่างๆ แยกออกจากกลุ่มบ้านใหญ่ชลบุรี สร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ในการพัฒนาเมืองพัทยา แต่ถูกสังคมมองว่ายังอยู่ในเครือข่ายคนบ้านใหญ่ ปะทะกับบ้านเล็กอีกกลุ่มหนึ่ง คือกลุ่มของนายนิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร อดีตนายกเมืองพัทยา ที่ส่งนายอิทธิวัฒน์ น้องชายลงสมัครรับเลือกตั้ง ที่ทำให้เห็นว่าไม่ใช่กลุ่มการเมือง โดยไปร่วมกับพรรคประชาชน หลายคนมองว่าเป็นยุทธศาสตร์ของนายนิรันดร์ ที่เห็นตนเองมีฐานคะแนนเสียงที่นาเกลือ และมีกระแสของพรรคส้มเพิ่มขึ้นในพัทยาตลอดเวลา
หากเป็นการรวมตัวกลุ่มของนายนิรันดร์ กับกลุ่มของคนเสื้อส้มพัทยา จะมีโอกาสชนะนายปรเมศวร์ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ยุทธศาสตร์ระหว่างกลุ่มการเมืองในพัทยาเท่านั้น
การที่เมืองพัทยาจะเป็นเมืองพิเศษได้ นายกเมืองพัทยาจะต้องมีอำนาจเต็ม หากต้องการเป็นเมืองพิเศษจริงๆ สมควรนำร่องที่เมืองพัทยาในรูปแบบเมืองพิเศษใหม่ โดยให้อำนาจเต็มที่อยู่นายกเมืองพัทยา
กว่าจะถึงวันเลือกตั้ง 28 มิถุนายน ยังมีเวลาได้ลุ้นว่า ชาวเมืองพัทยาผู้กำหนดอนาคตเมืองท่องเที่ยวระดับโลกแห่งนี้ อยากเปลี่ยนฐานการเมืองเดิมกับกระแสการเมืองใหม่ หรือยังยึดบ้านใหญ่ท้องถิ่นผู้มีประสบการณ์ สะท้อนทิศทางการเมืองในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชิงเก้าอี้เมืองพัทยาเดือด ‘ส้ม’ คัมแบ๊กขอล้างตาแชมป์เก่า
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th