โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชิงเก้าอี้เมืองพัทยาเดือด ‘ส้ม’ คัมแบ๊กขอล้างตาแชมป์เก่า

MATICHON ONLINE

อัพเดต 30 พ.ค. เวลา 06.09 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. เวลา 05.15 น.

เมืองพัทยา เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รูปแบบพิเศษแห่งที่ 2 ของไทยต่อจากกรุงเทพมหานคร แยกอำนาจการบริหารและการตัดสินใจออกจากระบบภูมิภาคอย่างเด็ดขาดเพื่อความคล่องตัว

สมรภูมิชิงนายกเมืองพัทยาครั้งนี้เริ่มร้อนแรงทันที หลังเปิดรับสมัครนายกเมืองพัทยาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกเมืองพัทยาตบเท้าเข้าสมัครเบื้องต้น 4 คน ประกอบด้วยนายอิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร หมายเลข 1 พรรคประชาชน นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ หมายเลข 2 กลุ่ม “เรารักพัทยา” นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ หมายเลข 3 ทีม “พัทยา 2030” และนายสุไอนี เจริญสุข หมายเลข 4 ทีมอิสระ

เมืองพัทยา พื้นที่ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของภาคตะวันออก ศึกเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาจึงเป็นอีกหนึ่งสนามการเมืองท้องถิ่นสำคัญ คู่แข่งที่น่าจับตามองมากที่สุดหนีไม่พ้น นายปรเมศวร์ อดีตนายก ตัวเต็งบ้านใหญ่แห่งเมืองพัทยา ลุยสู้ศึกอีกรอบ คว้าเบอร์ 2 ประกาศสานต่อนโยบาย เปิดวิสัยทัศน์ “Better Pattaya เมืองท่องเที่ยวระดับโลก คุณภาพชีวิตระดับสากล” พร้อมชูนโยบาย “ทำจริง ทำแล้ว ทำต่อ”

ยืนยันว่าจะสานต่อโครงการที่ดำเนินการไว้ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา และต่อยอดผ่าน 3 เป้าหมายหลัก 33 นโยบาย ครอบคลุมเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และการบริหารจัดการเมือง

หนึ่งในภารกิจสำคัญคือการเดินหน้าแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง หลังจากสามารถลดจุดน้ำท่วมจาก 24 จุด เหลือ 9 จุด พร้อมเตรียมนำระบบ Water Crisis Center และระบบ AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการน้ำและตรวจสอบระบบระบายน้ำแบบเรียลไทม์ รวมถึงพัฒนาเมืองพัทยาสู่ Smart City ผ่านการเชื่อมโยงกล้องวงจรปิดทั่วเมืองกว่า 600 ตัว เพื่อดูแลความปลอดภัย การจราจร และการจัดการเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนคู่ท้าชิงคนสำคัญจากพรรคประชาชน นายอิทธิวัฒน์ ยกการ์ดท้าชนลงพื้นที่ถี่ยิบทั่วเมืองพัทยา ทั้งพัทยาใต้ นาเกลือ พัทยากลาง และชุมชนต่างๆ กระแสดีเกินคาดจัดว่าเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวไม่น้อย

อิทธิวัฒน์ เดินสายรับฟังปัญหาประชาชนต่อเนื่องมากว่า 6 เดือน ก่อนสรุปออกมาเป็น “37 นโยบาย พัทยาเพื่อทุกคน” ครอบคลุมทั้งกลุ่มแรงงานกลางคืน ผู้ประกอบการ โรงแรม เยาวชน และประชาชนทุกกลุ่ม อาทิ แนวคิดศูนย์ดูแลเด็กเล็ก 24 ชั่วโมง สำหรับผู้ปกครองที่ทำงานกลางคืน รวมถึงนโยบายด้านการศึกษาและการแก้ปัญหาน้ำประปา โดยเฉพาะการผลักดันให้ประชาชนบนเกาะล้านเข้าถึงน้ำประปาในราคาที่เท่าเทียมกับฝั่งเมืองพัทยา

ส่วนผู้สมัครทีม “พัทยา 2030” ศักดิ์ชัย แตงฮ่อ อดีตข้าราชการ ลงสนามอีกครั้งยึดแนวทางเร่งจัดการคอร์รัปชั่น ทุนเทาและจัดระเบียบ จัดการปัญหาเรื่องขยะ แม้มองว่ายังไม่ใช่คู่แข่งหลัก แต่เป็นเพียงองค์ประกอบของการเลือกตั้งมากกว่า

ปรับโฟกัสมาที่คู่แข่งทีมอิสระ สุไอนี ชิมลางสนามเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งแรก ตัดสินใจลงสมัครครั้งนี้ด้วยความผูกพันกับเมืองพัทยาในฐานะคนพื้นที่ดั้งเดิม ซึ่งครอบครัวอาศัยอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2475 และเห็นพัฒนาการของเมืองพัทยามาตลอดกว่า 40 ปี จึงต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองให้เติบโตอย่างมีทิศทางและสอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่

มองว่าเมืองพัทยายังมีช่องว่างด้านโครงสร้างพื้นฐานและการวางยุทธศาสตร์เมืองที่จำเป็นต้องเติมเต็ม โดยเฉพาะบทบาทของเมืองพัทยาในการอำนวยความสะดวกให้ภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของพื้นที่ พร้อมแก้ปัญหาพื้นฐาน อย่างเรื่องน้ำท่วม ถนน ระบบไฟฟ้า แสงสว่าง และสาธารณูปโภคต่างๆ เป็นเรื่องที่เมืองพัทยาต้องเร่งดูแล เพื่อสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นด้านการลงทุนและการท่องเที่ยว

ยืนยันว่าแม้จะลงสมัครในนามอิสระ แต่ตลอดที่ผ่านมาได้ทำงานและเคลื่อนไหวในพื้นที่มาโดยตลอด ทั้งผ่านการลงพื้นที่จริงและช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ จึงมั่นใจว่าประชาชนในพื้นที่ยังคงคุ้นเคยและเข้าถึงได้ง่าย ยึดหลักการเมืองท้องถิ่น ควรมุ่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชน มากกว่าการโจมตีทางการเมืองระหว่างกัน

ท่ามกลางการแข่งขันที่กำลังเข้มข้น เป็นการวัดกำลังระหว่าง 2 ตัวเต็งอย่างนายปรเมศวร์ ที่ศักดิ์ศรีแชมป์ยังค้ำคอ ข้อได้เปรียบด้านประสบการณ์ทำงานมาแล้ว 4 ปี และฐานเสียงเก่าที่แน่นปึ้ก มีผลงานเป็นที่ประจักษ์จากการบริหารเมืองพัทยา แต่ต้องเผชิญกับความคาดหวังจากประชาชนสูงขึ้น

สำหรับนายอิทธิวัฒน์ ทางเลือกคนรุ่นใหม่ ขยันลุยเคาะประตูบ้านหาเสียงไม่แผ่ว ขับเคี่ยวหวังคว้าเก้าอี้ ถือเป็นความท้าทายของทั้งคู่ในศึกเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาครั้งนี้

ด้านนักวิชาการมองว่า การเลือกตั้งเมืองพัทยารอบนี้เป็นการเลือกตั้งระหว่างกลุ่มการเมือง เหตุผลที่นิยามแบบนี้ มองว่านายกเมืองพัทยาคนปัจจุบัน นายปรเมศวร์พยายามทำงานสร้างภาพลักษณ์ต่างๆ แยกออกจากกลุ่มบ้านใหญ่ชลบุรี สร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ในการพัฒนาเมืองพัทยา แต่ถูกสังคมมองว่ายังอยู่ในเครือข่ายคนบ้านใหญ่ ปะทะกับบ้านเล็กอีกกลุ่มหนึ่ง คือกลุ่มของนายนิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร อดีตนายกเมืองพัทยา ที่ส่งนายอิทธิวัฒน์ น้องชายลงสมัครรับเลือกตั้ง ที่ทำให้เห็นว่าไม่ใช่กลุ่มการเมือง โดยไปร่วมกับพรรคประชาชน หลายคนมองว่าเป็นยุทธศาสตร์ของนายนิรันดร์ ที่เห็นตนเองมีฐานคะแนนเสียงที่นาเกลือ และมีกระแสของพรรคส้มเพิ่มขึ้นในพัทยาตลอดเวลา

หากเป็นการรวมตัวกลุ่มของนายนิรันดร์ กับกลุ่มของคนเสื้อส้มพัทยา จะมีโอกาสชนะนายปรเมศวร์ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ยุทธศาสตร์ระหว่างกลุ่มการเมืองในพัทยาเท่านั้น

การที่เมืองพัทยาจะเป็นเมืองพิเศษได้ นายกเมืองพัทยาจะต้องมีอำนาจเต็ม หากต้องการเป็นเมืองพิเศษจริงๆ สมควรนำร่องที่เมืองพัทยาในรูปแบบเมืองพิเศษใหม่ โดยให้อำนาจเต็มที่อยู่นายกเมืองพัทยา

กว่าจะถึงวันเลือกตั้ง 28 มิถุนายน ยังมีเวลาได้ลุ้นว่า ชาวเมืองพัทยาผู้กำหนดอนาคตเมืองท่องเที่ยวระดับโลกแห่งนี้ อยากเปลี่ยนฐานการเมืองเดิมกับกระแสการเมืองใหม่ หรือยังยึดบ้านใหญ่ท้องถิ่นผู้มีประสบการณ์ สะท้อนทิศทางการเมืองในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชิงเก้าอี้เมืองพัทยาเดือด ‘ส้ม’ คัมแบ๊กขอล้างตาแชมป์เก่า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...