ทะลุมิติมาเพื่อดิ้นรน
ข้อมูลเบื้องต้น
***คำเตือนชื่อแคว้น หรือชื่อตระกูลของนิยายเรื่องนี้อาจคล้ายกับนิยายจีน
เรื่องอื่นๆ แต่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ใดๆเพราะเป็นเพียงโลกคู่ขนาน
นิยายเรื่องนี้สร้างขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น***
เกิดมาเพื่อพบว่าบั้นปลายชีวิตพบกับโควิดและความพินาศทางเศรษฐกิจ
การจากลาของครอบครัว สามีที่รัก และลูกน้อย ฉันมันคนไม่เอาไหนจริงไหนจริงๆ
แต่ไหงฉันฟื้นขึ้นมาเพื่อพบอะไรเกิดคาดคิดขนาดนี้ อิแม่ลมจะจับ
ตาพร่ามัวเพราะน้ำตาที่ไหลริน พลันสายตาก็เห็นสามีที่รักยิ้มข้างเตียง
“ที่รักครับจากนี้เราจะอยู่ด้วยกันอีกครั้ง”หญิงสาวได้แต่ยิ้มทั้งน้ำตาไม่พูดอะไร
เครื่องช่วยหายใจพยายามยื้อชีวิตเธอ ลาก่อนโลกใบนี้เธอหลับตาลง
เพื่อพบว่าอินี่นอนหลับและตื่นมาเป็นผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนตัวเอง
ที่มีสามีหน้าเหมือนสามีในภพก่อนและที่เซอร์ไพร์ส
นี่คืออิผัวในชาติก่อน ดีใจที่พบกันในโลกนี้ แต่เจ้าของร่างนี้คือใคร
อิผัวตายก่อนก็ต้องเข้าร่างก่อนทำไมมาแต่งกับผู้หญิงคนนี้ พูด!!!?
นิยายเรื่องนี้ไม่มีสาระ ทำมาหากินไปตามเรื่อง เหมือนนิยายทั่วไป
คำเตือน แวะมาอ่านก็ทำใจนะคะเพราะเหมือนนิยายทะลุมิติทั่วไปแหละค่ะ
ที่สำคัญ อัพตามเวลาที่ว่างค่ะ ติดเหรียญนะคะ
ชีวิตเรียบๆของมนุษย์คนหนึ่ง
ระรินนภา รอเพียงคือชื่อของหญิงสาวผู้เป็นลูกสาวคนโตของบ้านรอเพียง บ้านผู้มีฐานะพอสมควร ไม่รวยมากแต่ก็ไม่จนในต่างจังหวัดของประเทศไทย
เพราะมัวทำงานเพื่อดูแลครอบครัวจึงไม่ได้แต่งงานมีแฟนจนอายุเข้าเลข3 พ่อแม่ก็ห่วงน้องชายน้องสาวที่เธอดูแลและส่งเรียนจนมีการงานที่ดีก็เป็นห่วง และด้วยความมีประวัติที่ใสสะอาดจึงมีการทาบทามให้แต่งานกับประพจน์ การพลหนุ่มใหญ่อายุมากกว่า2ปีที่มีอาชีพการงานดีและเป็นโสดเช่นกัน
ในตอนแรกตัวระรินนภาหรือคุณภาของลูกน้องก็หวั่นใจคุณประพจน์เพราะไม่คิดว่าคนหน้าตาดีการงานดีจะครองตัวเป็นโสดได้จนถึงเธอ แต่ไม่ใช่คุณประพจน์เป็นคนดีมาก
หลังแต่งงานกันคุณประพจน์จึงเล่าว่าที่เขาโสดมาตลอดเพราะว่าครอบครัวเขาแตกแยก คุณพ่อมีภรรยาเยอะมากคุณประพจน์เองก็เป็นลูกของภรรยาคนที่3
แม่สามีเล่าว่าเมื่อก่อนโซเชียลหรือการตรวจสอบอะไรก็ยากมาก คุณแม่สามีที่เป็นคนต่างจังหวัดจึงไม่รู้ว่าคุณปลัดหนุ่มที่ย้ายมาใหม่มีลูกมีเมียแล้ว
ตอนแรกคุณแม่เล่าว่าไม่คิดจะตกล่องปล่องชิ้นด้วยเพราะอยากเรียนและทำงาน แต่คุณตาคุณยายที่เป็นพ่อแม่ของท่านมองว่าผู้หญิงไม่ต้องเรียนมากก็ได้เพราะคุณแม่จบป.7แล้ว ตอนนั้นคุณแม่เศร้ามากแต่เพราะค่านิยมสมัยก่อนของคนเป็นพ่อเป็นแม่มักเป็นเช่นนั้นจึงไม่ค่อยแปลกและแตกต่าง
วันหนึ่งคุณแม่โดนบังคับให้ประกวดนางสงกรานต์ประจำตำบลและจับพลัดจับผลูได้ จึงต้องเป็นตัวแทนไปประกวดระดับอำเภอแล้วได้ระดับ2จึงเป็นหน้าเป็นตาให้คุณตาคุณยายของคุณประพจน์มาก
ตอนนั้นคุณแม่เนื้อหอมมากหนุ่มไม่หนุ่มห้อมล้อม ท่านบอกว่าน่ารำคาญ ท่านกลัวไม่ได้ชอบใจที่มีคนมอง คุณตาคุณยายก็สงสารตอนนั้นคุณพ่อคุณประพจน์ถือว่าเป็นข้าราชการหนุ่มที่ดูมีอนาคตไกลและดูเป็นคนดีมากๆและได้ส่งคนมาทาบทามคุณแม่สามีเพื่อตัดปัญหาคนที่เข้ามา ท่านจึงตอบรับและแต่งงานกันตามประเพณี
ทุกอย่างดูเรียบง่ายคุณแม่สามีก็พักอยู่กับสามีบ้างไปดูแลพ่อแม่ของตัวเองบ้างไปตามประสาลูกสาวคนเดียว วันดีคืนร้ายผ่านไปปีที่2ของการสมรสตอนนั้นคุณประพจน์คลอดออกมาแล้วอายุได้5เดือนก็มีผู้หญิงคนหนึ่งมาอาละวาดว่าเป็นภรรยาของข้าราชการหนุ่มเมื่อพูดคุยจึงรู้ว่าเธอแต่งงานกับเขาก่อนคุณวันเพ็ญคุณแม่สามีของคุณภา
คุณแม่เล่าว่าตอนนั้นเธอตัวชาและเจ็บปวดมาก ที่เจ็บไม่ใช่เพราะรักสามีแต่เพราะสงสารลูกชายมากที่เกิดมาเป็นลูกเมียน้อยคนที่มาทีหลัง คุณแม่ถึงขนาดตัดคุณพ่อเลย
ตอนนั้นคนรอบตัวจะว่าอย่างไรก็ไม่คืนดี เธอประกาศลั่นว่าเธอจะไม่เผาผีสามีเด็ดขาด มารู้ทีหลังว่าผู้หญิงที่มาอาละวาดก็ไม่ใช่ภรรยาหลวงอีกแต่เป็นภรรยาน้อยเช่นกัน
ภรรยาหลวงเป็นอีกคนที่อยู่เมืองหลวงเป็นแม่ค้าใหญ่ หลังจากโดนเมียคนที่3ตัดหางปล่อยวัดคุณพ่อ เขาก็ยังคงมีภรรยาต่อไปเมื่อย้ายไปเมืองอื่น คุณวันเพ็ญบอกว่าคุณตาคุณยายเสียใจมากที่เป็นทำให้ชีวิตลูกสาวคนเดียวพังพินาศ
แต่คุณวันเพ็ญบอกว่าอย่างน้อยเธอก็มีลูกชายฉะนั้นคุณตาคุณยายไม่ต้องเสียใจจากนี้ขอให้เชื่อใจเธอและช่วยกันเลี้ยงคุณประพจน์ จากวันนั้น2ตายายก็ฮึดมีพลังขึ้นมา
จากชาวบ้านธรรมดาคุณยายก็ช่วยคุณแม่ค้าขายไม่สนใจคำใครนินทาโดยมีคุณตาเป็นผู้สนับสนุนข้างหลัง จนวันหนึ่งคุณวันเพ็ญกลายเป็นนักธุรกิจ
เมื่อลูกสาวประสบความสำเร็จและหลานชายเรียนจบเริ่มทำงานไม่นาน คุณตาคุณยายก็เสียชีวิตตามวัยของท่าน คุณแม่ก็ยังคงครองตัวเป็นโสดจนปัจจุบัน
เธอและแม่สามีเข้ากันมากเพราะเป็นคนทำงานเหมือนกัน สิ่งที่คาดไม่ถึงคือเมียคนแรกของพ่อสามีเธอคือป้าใหญ่ของเธอนั่นเอง และป้าใหญ่ก็เป็นคนแนะนำคุณประพจน์ให้กับเธอ
ป้าใหญ่กับคุณวันเพ็ญมารู้จักกันเมื่อตอนคุณประพจน์มาเรียนในกรุงเทพฯเพราะคุณประพจน์ฝึกงานที่บริษัทป้าใหญ่แล้วป้าก็ชอบใจเพราะเขาเก่งมาก
ตอนแรกคุณป้าไม่รู้ว่าคุณประพจน์เป็นลูกของสามีที่เสียไปแล้วของเธอเพราะเขานามสกุลของแม่ แต่พอได้เห็นประวัติเต็มๆจึงรู้ว่าเขาเป็นใคร
การย้อนเวลาที่ไม่ค่อยแน่ใจ
ป้าใหญ่บอกว่าคุณประพจน์เป็นคนที่มีค่าอย่างเดียวที่ลุงเขยหรือพ่อสามีทิ้งไว้บนโลกใบนี้
อวยสามีกันไปพอหอมปากหอมคอ ชีวิตคู่ของพวกเธอเดินทางมาเรื่อยๆจนมีลูก ยอมรับว่าจากการแพทย์ คุณภาตัดสินใจฝากไข่ไว้ตั้งแต่เธออายุ20กว่าๆ เธอได้ลูกแฝดหญิง2ชาย1ชื่อพร้อม พิภากรณ์ พรระวี
ชีวิตเธอนับว่าดีทีเดียว ปีก่อนคุณวันเพ็ญแม่สามีเธอเสียชีวิตเพราะหัวใจวายเฉียบพลัน แต่ก็พอทำใจได้เพราะอายุท่านก็มากแล้ว ชีวิตพวกเขาคงไม่พังหากไม่พบเจอโรคโควิด19 เริ่มจากเด็กติดจากที่ไปเรียนหนังสือตั้งแต่แรกๆพาทำให้ลูกคนโตที่เป็นโรคคนโตทรุดหนักเพราะเขาเป็นโรคปอดผสมด้วยจนในที่สุดก็จบชีวิตลง
คนที่2เป็นปอดติดเชื้อเช่นใบมรณะคนพี่ส่วนคนที่3เสียเพราะลิ่มเลือดอุดตัน เหมือนสายฟ้าฟาด สามีก็มาเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ เขาลงไปช่วยคนแก่ที่โดนรถชน
หากคุณคิดว่านั่นคือความโชคร้ายแล้วมันยังไม่จบเพราะ คุณพ่อของเธอก็เสียด้วยโรคชรา พาคุณแม่ที่จิตใจบอบช้ำเสียตามไปอีก ตอนนี้คุณระรินนภาเปรียบเหมือนร่างที่หายใจ เธอตรอมใจสุดขีด
แต่เมื่อเธอมีความรับผิดชอบต่อชีวิตพนักงาน เธอจึงสู้สุดชีวิตเพื่อให้พนักงานทำงานที่บ้านได้ แล้วจึงค่อยๆโอนทรัพย์สมบัติให้น้อง2คนของเธอโดยเธอเรียกเฉพาะน้องเธอมาจัดการเงินทองเพื่อให้น้องๆเธอเป็นสินเดิม แบ่งให้เขยและสะใภ้แยกจากส่วนของน้องๆเธอ
เพื่ออนาคตของพวกเขาอง นอกจากนั้นเธอยังมอบเงินบางส่วนทำบุญให้เด็กและผู้ยากไร้ และอีกส่วนก็มอบให้หลานทุกคนเท่ากัน โดยสิ่งที่เธอเก็บไว้เป็นเงินไม่มากและบริจาคร่างกายอุทิศให้เพื่อการศึกษา และมอบมรดกเล็กน้อยที่เหลือให้กับน้องชายจัดการต่อไป
เมื่อจัดการเรื่องต่างๆเรียบร้อยไม่นานเธอก็จากโลกนี้ไปก่อนตายเธอจำได้ว่าตอนนั้นตาพร่ามัวเพราะน้ำตาที่ไหลริน พลันสายตาก็เห็นสามีที่รักยิ้มข้างเตียง
“ที่รักครับจากนี้เราจะอยู่ด้วยกันอีกครั้ง”หญิงสาวได้แต่ยิ้มทั้งน้ำตาไม่พูดอะไรเครื่องช่วยหายใจพยายามยื้อชีวิตเธอแต่สุดท้ายก็ไม่ไหว ทิ้งไว้เป็นแค่ความทรงจำของพี่น้องที่เหลืออยู่ คนเรามาจากดิน เมื่อถึงคราวดับสูญก็กลายเป็นธุลีดินสืบไป
เหอะๆทิ้งไว้แต่ความทรงจำใช่จ้า แต่ที่ไปของระรินนภากลับไม่ใช่นรกสวรรค์แบบที่คิดไว้กลับเป็นหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่เรียกว่าหมู่บ้านได้เหรอเพราะที่นี่อยู่ในป่าแห่งหนึ่งต่างหากแล้วที่ระรินนภาได้บเจอคือเธอเข้ามาอยู่ในร่างใครบางคนที่มีสามีแล้วและมีลูกสามคน
ร่างนี้ชื่อเหยาลี่หลินมีสามีชื่อหยวนเลี่ยงจินส่วนลูกสามคนคนโตชื่อหยวนลี่หมิง หยวนลี่ซือและหยวนเลี่ยงลี่ ร่างนี้กับสามีอายุ22ปีเท่ากันเด็กๆอายุ4ปีทั้งสามเป็นฝาแฝดเท่ากับเหยาลี่หลินมีลูกตอนอายุ18ปี
แฝดสามในโลกโบราณแถมมีตอนที่อายุน้อยไม่แปลกที่ร่างนี้จะร่างกายทรุดโทรม แต่อิผัวตายก่อนก็ต้องเข้าร่างก่อนทำไมมาแต่งกับผู้หญิงคนนี้
“หยวนเลี่ยงจินตายตอนไหนแล้วพี่มาเข้าร่างนี้ตอนไหนคะพี่ประพจน์”ระรินนภาหรือเหยาลี่หลินถามสามีด้วยความข้องใจเพราะสามีตายก่อนเธอหลายปี
“พี่เพิ่งมาเข้าร่างก่อนน้อง2วันแต่ก่อนหน้านั้นพี่อยู่ที่ไหนกลับไม่มีความทรงจำอยู่เลย”ประพจน์หรือหยวนเลี่ยงจินตอบภรรยาตอนแรกที่เข้ามาร่างนี้แล้วพบว่าตัวเองมาอยู่ในร่างใครก็ไม่รู้เขาตกใจมาก แถมร่างนี้มีภรรยาที่ใกล้ตายอีก
“ตอนแรกที่พี่เข้าร่างนี้ตกใจแทบตายพอเข้ามาก็พบว่าเมียร่างนี้กำลังจะตายแถมมีลูกชายหญิงสามคนผอมมาก”หยวนเลี่ยงจินเล่าเรื่องที่พบเจอวันแรกให้ภรรยาฟัง
“นั่นสิพี่บอกว่าอายุ4ขวบแต่ตัวเล็กเหลือเกิน”เหยาลี่หลินมองเด็กๆสามคนนอนเรียงกันตัวผอมแห้งแต่ก็น่ารักในสายตาของพวกเขา
“ยังไงพรหมก็ลิขิตให้เรามาพบกับพวกเขาต่อจากนี้เรามาช่วยกันดูแลพวกเขากันเถอะ”หยวนเลี่ยงจินบอกภรรยา
“ก็คงต้องเป็นแบบนั้นพี่พอมีความทรงจำของร่างเดิมไหมคะเอ้ยเจ้าคะเรื่องการพูดก็ต้องเปลี่ยนอีกไม่ชินปากเลย”เหยาลี่หลินบ่น
“เหมือนกัน พอมีความทรงจำนะที่นี่เป็นโลกอีกใบที่ไม่ใช่โลกเดิมที่นี่แคว้นจ้าวเป็นแคว้นที่เหมือนกับยุคจีนโบราณพี่กำลังคิดว่าจะมีแคว้นที่เหมือนประเทศไทยโบราณไหม”หยวนเลี่ยงจินออกนอกเรื่องพูดสิ่งที่ตัวเองสงสัย
เหลือเชื่อลูกกลายเป็นแฝดสามย้อนเวลามาด้วย
“เรื่องแบบนั้นจะมีหรือเปล่าก็ไม่รู้หรอกนะ แต่เมื่อคิดถึงการเดินทางเท่าที่จำได้คิดว่าน่าจะยากเจ้าค่ะ”เหยาลี่หลินที่พยายามดึงความจำของร่างนี้ออกมาตอบกลับสามี
“คงต้องยอมรับตามความเป็นจริงมาว่ากันต่อที่นี่แคว้นจ้าว ตรงนี้เรียกว่าหมู่บ้านจ้าวซานเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ติดกับภูเขาบ้านของอยู่ติดภูเขาที่สุดเพราะมาอยู่ทีหลังพวกเขาไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ข้ารู้สึกเหมือนว่าครอบครัวนี้ไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา”หยวนเลี่ยงจินเอ่ยขึ้น
“ทำไมท่านจึงคิดแบบนั้น”เหยาลี่หลินถามกลับ
“วันแรกที่ข้ามาที่นี่ข้าเดินรอบบ้านแล้วพบว่ารอบๆมีมันเทศเอย ฟักทองเอยเต็มไปหมดแต่มันถูกปล่อยให้แห้งไปอย่างงั้นทั้งที่กินได้ ตอนแรกข้าก็คิดว่าเป็นเพราะที่นี่ไม่รู้จักหรือเปล่าเลยลองเอาฟักทองไปขายก็ขายได้ที่นี่เรียกว่าหนานกวา”หยวนเลี่ยงจินตอบฮูหยิน
“งั้นก็อาจจะเป็นลูกคนรวยไม่ก็คนในวังกระมัง ชั่งเถอะในเมื่อพวกเรามาอยู่แทนแบบนี้เราก็จัดการหาของกินแทนกันเถอะ จะได้เลี้ยงเด็กๆสามคนด้วย อ้าวหมิงเอ๋อร์ตื่นแล้วเหรอลูก”เหยาลี่หลินหันไปถามหยวนลี่หมิงที่ลืมตามองพวกเขาจะว่าไปแววตาแบบนี้ดูคุ้นๆ
“คุณพ่อคุณแม่ไม่คิดถึงพวกเราบ้างหรือครับ”หยวนลี่หมิงเอ่ยถามขึ้นไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
“เดี๋ยวหมิงเอ๋อร์ลูกหมายความว่าอะไร”หยวนเลี่ยงจินเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“พวกเรารู้สึกแปลกๆตั้งแต่ท่านพ่อลงจากเขามาแล้วพบท่านแม่นอนป่วย ตอนนั้นท่านทำท่าตกใจจนพวกเราแปลกใจ แล้วที่สำคัญใครให้พวกท่านสองคนนั่งคุยกันใกล้ๆเด็กหละขอรับ”หยวนลี่หมิงตอบกลับ
“น้องพร้อมเหรอลูก ใช่ลูกหรือเปล่า”เหยาลี่หลินถามกลับ
“ครับแม่พร้อมเองและสองคนที่นอนก็คือพิกับพรครับ”หยวนลี่หมิงตอบกลับผู้เป็นแม่พลางชี้น้องสาวฝาแฝดในโลกที่แล้วที่ตอนนี้เกิดมาเป็นแฝดสามคนแทน
ตอนนี้เหมือนโลกหยุดหมุนหยวนเลี่ยงจินกับเหยาลี่หลินมองหน้ากันก่อนที่หยวนเลี่ยงจินจะนั่งแปะลงกับพื้น ความรู้สึกตอนนี้มันเต็มตื้นไปหมด บรรยายไม่ถูก ความรู้สึกตอนที่สูญเสียลูกๆ ความรู้สึกตอนลูกเกิดทำเอาสองคนช็อคไปชั่วคราว
“พร้อมมาให้แม่กับพ่อกอดหน่อย”เมื่อแม่พูดจบพร้อมหรือหยวนลี่หมิงก็เดินเข้ามาให้คนเป็นแม่กอดก่อนจะเดินไปให้พ่อกอดต่อ เหยาลี่หลินนั่งมองลูกสาวทั้งสองคนอย่างปวดใจเด็กมาเกิดก่อนพวกเขา ต้องพบความลำบากมากแค่ไหนกัน
“ลูกๆสามคนกลายเป็นเด็กแฝดเหรอแล้วหยวนเลี่ยงจินกับเหยาลี่หลินเลี้ยงพวกลูกยังไงทำไมผอมขนาดนี้”เหยาลี่หลินบ่นเจ้าของร่างเดิม พร้อมหรือหยวนลี่หมิงเป็นลูกชายคนโตที่เกิดก่อนน้องฝาแฝด2ปี
“เท่าที่ลูกจำได้พวกเขาไม่เคยเลี้ยงลูกเองขอรับ พวกเรามีแม่นมประจำตัวแต่ละคน มีอาหารการกินที่ดีก่อนที่จะมีการก่อกบถ พวกเขาโดนใส่ร้ายขอรับทำให้ต้องแยกกันหนีมาที่แคว้นจ้าว”หยวนลี่หมิงเล่าสิ่งที่เชาจำได้
“พร้อม เอ่อ ไม่ใช่สิหมิงเอ๋อร์แล้วลูกคิดว่ายังไงอยากกลับไปสบายเหมือนเดิมไหม”เหยาลี่หลินถามลูกชาย
“ไม่อยากขอรับ ตอนอยู่แคว้นชิงถึงจะสบายกายแต่ลำบากใจพวกเขามักมีเรื่องประชดประชันถากถางกันเสมอเพราะแบบนี้ท่านพ่อคนเดิมถึงเลือกแยกออกมา”หยวนลี่หมิงตอบ อายของเด็กทั้งสามคนคือ4ขวบแต่อายุสมองของพวกเขาเป็นวัยรุ่นกันแล้ว
“เมื่อลูกบอกว่าแบบนี้ดีกว่าพ่อกับแม่คนนี้ก็จะเลิกหาทางติดต่อกับตระกูลเดิมและหันมาดูแลพวกเรากันเองดีกว่า”หยวนเลี่ยงจินตอบกลับ
“ขอรับท่านพ่อดีที่ท่านเปลี่ยนชื่อตระกูลแยกมาแล้วและหากเราจะใช้ชื่อนี้พวกเราก็ยินดีขอรับ”หยวนลี่หมิงตอบเป็นนัยๆถึงความชอบชีวิตตอนนี้
“มีแค่เรื่องเดียวที่พวกเราเหนื่อยใจคือพ่อแม่คนเดิมไม่รู้จักมันเทศ ฟักทอง บวบและผลไม้ป่าทำให้พวกเขาไม่เก็บของพวกนี้มาทำอาหารขอรับ”หยวนลี่หมิงบ่น
ก่อนที่พวกเขาจะคุยอะไรกันต่อลูกสาวอีก2คนก็ตื่นขึ้นมา “ท่านแม่ไม่สบายอยู่ไม่ใช่หรือเจ้าคะทำไมท่านแม่มานั่งข้างนอกห้อง”หยวนลี่ซือหรือพิภากรณ์ถามขึ้น
“พ่อกับแม่ก็มารอเจ้าหญิงน้อยทั้งสองของแม่ตื่นนอนยังไงล่ะ”เหยาลี่หลินตอบลูกสาว
“อ้อ เอ๊ะเจ้าหญิงน้อย ท่านแม่ คุณแม่รินใช่ไหมเจ้าคะ พรระวีตื่น หยวนเลี่ยงลี่ตื่นเร็ว”หยวนลี่ซือรีบปลุกฝาแฝดอีกคนของตนทันทีเมื่อเหลือบเห็นพี่ใหญ่ของคนอยู่ในอ้อมกอดท่านพ่อ ในเมื่อท่านแม่คือคุณแม่ก็หมายความว่าท่านพ่อคือคุณพ่อด้วยเป็นแน่แท้