คนนี้บอสรักหัวปักหัวปำ (มี E-book)
ข้อมูลเบื้องต้น
E-Book มาแล้วนะคะ มีโปรโมชั่น กดที่ลิ้งก์ข้างล่างนี้ได้เลย
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDM1MjAyMCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI2Nzk3NCI7fQ
………..
กฎของบริษัทคือห้ามพนักงานทำงานล่วงเวลาในวันศุกร์ รวมถึงวันก่อนวันหยุด
เหตุผลหลักคือ บอสใหญ่วัย 33 ปี อย่างบอส 'ธีร์' ธีรดล ธนวัฒน์ชนิน อยากให้พนักงานได้ใช้ชีวิตหลังเลิกงานและที่สำคัญคือเวลากับครอบครัว
ส่วนเหตุผลรองนั้น.. มีแค่ไม่กี่คนที่รู้
ปวริศา พิมรัตน์สมร หรือ 'วันศุกร์' เป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดา ที่ใช้ชีวิตหลังเลิกงานวันศุกร์กับเพื่อน
เธอออกไปสังสรรค์และดื่มจนมึน และเพิ่งคิดได้ว่าตัวเองลืมกุญแจอพาร์ตเม้นต์ไว้ที่บริษัท จนต้องแวะกลับมาเอา
วันศุกร์ต้องห้าม ที่เธอดันกลับเข้าบริษัท..
….
ธีรดลก้มมองดูเวลา เมื่อใครสักคนที่เขาต้องการให้มาพบนั้นมาเร็วกว่าเวลานัดหมายถึงเกือบสองชั่วโมง
‘จะนัดเวลาเชี่ยทำไม ถ้าจะมาไม่ตรงเวลา!?’
ลมหายใจถอนดัง เมื่อนักธุกิจแบบเขาเกลียดที่สุดคือเรื่องผิดเวลานัดหมาย ถึงจะมาก่อนเวลา ก็ใช่ว่าจะดี
มือของธีรดลยกขึ้นมากอดอก ขานั่งไขว่ห้างเอนหลังพิงกับโซฟาและเฝ้ารอการมาของใครบางคนด้วยหัวใจที่เริ่มตื่นเต้น..
ที่สั่งไปจะได้ตามสเปคไหม..?
จะเด็ดสะระตี่เหมือนที่เพื่อนคุยโวโอ้อวดไหม..?
แค่คิดแก่นกายกลางร่างก็เริ่มจะขยับขยายจนต้องยิ้ม
แต่ก็ต้องคิ้วขมวดอีกรอบ เมื่อหลายนาทีผ่านไป แต่น่าแปลกใจที่ถึงตอนนี้เธอคนนั้นก็ยังไม่เดินเข้ามาหา
จนเขาทนไม่ไหวต้องเดินออกไปดูเอง และสิ่งที่ตาเห็น..
‘ฟัค! อะไรวะเนี่ย!?’
คิ้วเข้มของธีรดลขมวดอีกรอบ ก่อนที่มือใหญ่จะยกขึ้นมากอดอก สายตายังคงจ้องมองหญิงสาวคนนั้น คนที่นอนตัวอ่อนอยู่บนโซฟาต้อนรับลูกค้าของบริษัท!
ใบหน้าหวานที่หลับตาพริ้มอย่างสบายใจ คิ้วเรียวสวย จมูกโด่ง แก้มกลม ริมฝีปากอวบอิ่มน่าจูบ ภายใต้เครื่องสำอางที่แต่งแต้มแบบจัดจ้าน ไม่ได้อ่อนหวานอย่างที่เขารีเควสสักนิด
ผมยาวสยายของเธอน่าสัมผัส ร่างกายภายใต้เดรสสีแดงเข้มที่ก็ดูสวยดี และเนินอกที่โผล่พ้นขึ้นมาก็น่ามองน่ากัดจนน้ำลายสอ แต่ที่เขาขอไปนั้นเป็นเดรสสีอ่อนหวานแนวเจ้าหญิง!
ดวงตาคมเข้มกลอกขึ้นมองบนเพดาน
ถ้าขออะไรแล้วไม่ได้ แล้วจะถามจุดประสงค์ความต้องการของลูกค้าไปหาพระแสงอะไร!!
นิยายเรื่องนี้สงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ไม่อนุญาตให้แสกนหนังสือหรือคัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใด เพื่อการสร้างฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เท่านั้น
รอต้อนรับของ
ตึกสูงตระหง่านแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพมหานคร ที่ห้องทำงานผู้บริหารยังคงเป็นห้องเดียวที่มีแสงไฟสว่างเล็ดลอดออกมานอกเหนือจากส่วนของพื้นที่ต้อนรับลูกค้า
ซึ่งแน่นอนว่าบุคคลที่อยู่ในห้องนั้น ไม่มีวี่แววจะหยุดการทำงาน ถึงแม้ว่าวันนี้จะคือวันศุกร์สุดสัปดาห์ก็ตาม
กระดาษในแฟ้มงานถูกพลิกหน้าไปมาดูหลายรอบ จนในที่สุดปลายปากกาสีดำเข้มก็จรดลงบนช่องว่างที่มีชื่อกำกับและเซ็นมันลงไป
เมื่อธีรดลไม่เห็นถึงความผิดปกติอะไรเกี่ยวกับตัวเลขของการสั่งซื้อชุดเครื่องใช้ในสำนักงานที่จะเปลี่ยนใหม่ทั้งออฟฟิศ ต่อให้ยอดของมันจะสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก็ตาม
ร่างใหญ่ของคนที่มีความสูงเกินหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรยืดขึ้น ใช้มือลูบใบหน้าที่เหนื่อยล้า ทั้งยังหลับตาสูดลมหายใจแรงเข้าปอด
‘นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วนะ?’
โชคดีที่ธีรดลให้เลขาฯคนสนิทกลับก่อน ไม่อย่างนั้นก็คงได้อยู่ด้วยกันยาวๆ จนดึกดื่น
ทั้งๆ ที่นโยบายของบริษัทไม่ให้พนักงานคนไหนทำงานล่วงเวลาในวันศุกร์และเย็นก่อนวันหยุดต่างๆ แต่เขาที่เป็นผู้บริหารกลับทำมันแทน
คงเพราะอยากให้พนักงานได้ใช้เวลากับครอบครัวเพื่อนฝูง แต่ที่สำคัญที่สุดคือเขามีเหตุผลของตัวเอง..
รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลาแย้มขึ้น จากที่เหนื่อยล้า ร่างกายก็เหมือนว่าจะกระปรี้กระเปร่า และในที่สุดก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาใครบางคน
ธีรดลรอสายไม่นาน อีกฝั่งก็ตอบรับด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูก็รู้ว่าไม่ได้ยุ่งวุ่นวายกับงานแบบเขาสักนิด เมื่อเสียงที่แทรกเข้ามาให้ได้ยินนั้น มันคือเสียงเพลง
“สวัสดีครับคุณธีร์ มึงโทรมาทวงของเหรอครับ”
ยังไม่ทันได้ทักทายกลับ คำพูดจากปลายสายก็ทำให้คนที่ได้ยินถึงกับหลุดหัวเราะก่อน
ธีรดลเดาว่าถ้าหากนั่งอยู่ข้างกัน มือเขาคงได้ชกเข้ากับอกของคนที่ถามแน่นอน
“โหคุณแซก มึงเห็นผมเป็นคนยังไง ไม่คิดว่าผมจะโทรมาถามข่าวคราวบ้างเหรอครับ”
“ถามข่าวคราวพ่องสิครับ ถ้าคุณมึงสั่งของ ก็มีแค่โทรมาทวงของแหละ จริงไหม”
ธีรดลได้หัวเราะอีกหนึ่งรอบ เอนหลังพิงกับเก้าอี้ ส่ายหน้าอย่างเอือมระอาเพื่อนอย่างศักดิ์ดนัยที่รู้จักกันมาเกินกว่ายี่สิบปี
“แซก! มึงนี่รู้ใจกูไปหมด แล้วนี่มึงอยู่คนเดียวไหมวะ”
“ไอ้พัทธ์ก็อยู่”
“ไอ้พัทธ์ด้วยเหรอวะ? คุณนนทิพัทธ์เนี่ยนะ?”
คิ้วของธีรดลยกขึ้นอย่างประหลาดใจที่ได้ยินชื่อของเพื่อนสนิทอีกหนึ่งคน เพราะชายหนุ่มนั้นหาเวลาออกมาเจอเพื่อนได้ยากกว่าทั้งศักดิ์ดนัยและเขาเสียอีก
“เออ ก็ไอ้คุณนนทิพัทธ์นั่นแหละ แถมน้องเมล่อน เลม่อน ออเร้นจ์ก็อยู่ เด็ดๆ ทั้งนั้น หรือมึงเปลี่ยนใจจะมานี่แทนวะธีร์ เดี๋ยวกูเรียกของกลับมาที่ร้านก็ได้”
คำพูดของเพื่อนทำให้ความคิดของธีรดลเริ่มรวน เมื่อเพื่อนเขาก็อยากเจอแต่ไอ้ของก็อยากได้ก่อน
“ไอ้บ้า! เสียเวลาน้องเขา กูขอรอรับน้องเขาที่นี่แทนแล้วกัน ‘เสร็จแล้ว’ จะแวะไปหา ว่าแต่ว่าของกูก็เด็ดใช่ไหมวะ”
คนที่เอ่ยถามกดเสียงต่ำ พร้อมกับเคาะปลายปากกาในมือลงบนปกแฟ้มอย่างเป็นจังหวะอย่างคนไม่มั่นใจ
“เด็ดไม่เด็ด ก็แบบที่มึงอยากได้เป๊ะๆ”
“มั่นใจขนาดนั้น?”
เสียงหัวเราะดังขึ้นหลังจากที่เอ่ยจบประโยค ก่อนที่เจ้าของคำพูดนั้นจะลุกจากเก้าอี้ทำงาน และหมุนตัวหันออกไปทางความงดงามของแสงไฟยามค่ำคืน
ภาพเบื้องหน้าของตึกสูงเรียงราย ภายในเมืองหลวงของประเทศไทยที่แทบจะไม่เคยหลับใหล ที่ถึงต่อให้มันจะดึกดื่นมืดค่ำเพียงใด แต่แสงไฟ การสัญจร การใช้ชีวิตของผู้คนก็ยังคงดำเนินต่อไป
“ถ้าคนนี้ไม่ถูกใจมึงนะไอ้ธีร์ เลขาฯมึงกับกูก็ไม่รู้ว่าจะไปหามาจากไหนให้แล้วว่ะ”
“ไอ้บ้า พูดอย่างกับว่ากูช่างเลือก” เสียงหัวเราะดังขึ้น
ธีรดลรู้ว่าศักดิ์ดนัยไม่ได้จัดการเรื่องนี้คนเดียว นั่นคงเพราะต้องผ่านเลขาฯคู่ใจของเขาก่อน ที่รู้ดีว่าแบบไหนที่ตรงตามใจเขาต้องการ
“หรือไม่จริงวะ?”
“ไอ้บ้า.. พอๆ กูไม่อยากคุยแล้ว ฝากทักทายไอ้พัทธ์ด้วย บอกมันอย่าหนักแบบคราวก่อนอีก เสร็จแล้วกูตามไป แต่ตอนนี้ขอไปบิลท์อารมณ์รอน้องเจ้าหญิงของกูก่อน” ธีรดลยิ้มมุมปาก
“เออ โชคดีว่ะ ขอให้น้องเขาถึงใจจนมึงต้องฝันละเมอเพ้อตาม”
“มึงก็รู้ว่ามันไม่มีวันนั้นนะครับคุณศักดิ์ดนัย”
ธีรดลกดวางสายก่อนจะส่ายหน้าให้กับคำพูดของเพื่อน
ฝันละเมอเพ้อตามเหรอ? น่าขำขัน
คำพูดบ้าบอที่ไม่มีวันจะเกิด เมื่อธีรดลไม่ใช่พวกกินไม่เลือก เมื่อแต่ละคนนั้นถูกคัดเลือกคัดสรรมาแล้วอย่างดี แต่ถึงจะดีและเด็ดแค่ไหน ตอนนี้เขาเองก็ยังไม่เคยมีอาหารจานโปรดสักจาน
รสชาติใหม่ๆ หลากหลายเมนูเป็นอะไรที่ดีต่อลิ้นที่สุดแล้ว เพียงแต่ลองลิ้มชิมรสหลายจานพร้อมกันนี่เขายังไม่เคย และไม่ใช่รสนิยม
สวัสดีค่ะทุกคนนนนนนน ไรต์มาพร้อมเรื่องใหม่ ในชุด ดวงใจบอส
เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่เปิดก่อน ขอฝากบอสคนคลั่งรักไว้ด้วยนะคะ
คอมเม้นต์ กดใจ เก็บใส่ชั้น หรือจะแอบจิกแอบกัดบอสเราก็ไม่ว่ากันค่ะ
สินค้าไม่ผ่านคิวซี
ร่างสูงใหญ่ดึงสายตาที่ทอดมองไปยังความศิวิไลซ์ของเมืองหลวงให้กลับมายังโต๊ะทำงาน ยกมือขึ้นกอดอกพิงหลังกับหน้าต่างกระจก และพินิจพิจารณาว่าเอกสารทั้งหมดนั่นมันเร่งด่วนมากน้อยแค่ไหน
ทริปเปิลทีมีเดีย เป็นบริษัทสื่อโทรทัศน์และโฆษณาที่เขาสืบทอดมาจากบิดาในขณะที่มันเป็นเพียงแค่บริษัทเล็กๆ จนตอนนี้ธุรกิจขยายตัวออกแบบเต็มสูบ
เริ่มตั้งแต่การทำโฆษณาบนสื่อสิ่งพิมพ์ บิลบอร์ด โทรทัศน์และตอนนี้เป้าหมายหลักคือทางโลกออนไลน์ บริษัทแตกแขนงธุรกิจสายอื่นเพิ่มขึ้นอีก ไหนจะเกม แอปพลิเคชันโซเชียลต่างๆ
ธีรดลก้าวเข้าสู่ชีวิตนักธุรกิจหลังจากเรียนจบปริญญาโทจากประเทศอังกฤษ และเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จทันทีจนปัจจุบันผ่านมาก็เก้าปีแล้ว
ชายหนุ่มนั้นทั้งเก่งกาจและรู้ทันทุกอย่างในแวดวงนี้ ซึ่งถ้าหากอยากอยู่ในวงการเดียวกัน ก็อย่าแม้แต่จะคิดเรื่องแทงข้างหลังเขาเด็ดขาด!
ธีรดลก้มมองดูนาฬิกาข้อมือราคาเฉียดล้านของตัวเอง ที่มันบ่งบอกว่าเขายังเหลือเวลาอีกนิดหน่อยให้ได้พักสายตา ก่อนที่ ‘ของที่สั่ง’ จะมาถึง
รอยยิ้มเผยขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา ชายหนุ่มรินวิสกี้ใส่แก้วทรงเตี้ย เดินตรงไปยังโซฟากลางห้องก่อนนั่งลง
นี่ไงเหตุผลที่เขาชอบวันศุกร์ ทุกอย่างเงียบสงบ ไม่มีอะไรรบกวน และที่สำคัญเขาจะได้ทำอะไรที่มันท้าทาย..
แค่คิดธีรดลก็ตื่นเต้น หลับตานึกถึงรสชาติความสนุกพร้อมกับยกแก้วทรงสวยในมือขึ้นมาจิบเป็นระยะ จนกระทั่งเสียงอะไรบางอย่างที่มันมารบกวนจินตนาการของเขาเองตอนนี้ก็ดังขึ้น!
คิ้วเข้มขมวดปม ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มเผยความไม่พอใจ เมื่อเสียงรองเท้าส้นสูงที่กระทบกับพื้นหน้าลิฟต์กระทั่งเข้ามาในพื้นที่ของส่วนรับรองแขกดังก้อง
เอาเป็นว่าธีรดลคงจะไม่ได้ยินอะไรเลยหากประตูห้องเขาไม่ถูกเปิดอ้าไว้ เพื่อรอการมาของใครบางคน
เพียงแต่มันไม่ควรจะเป็นตอนนี้!
มือใหญ่คลายเนกไทออกด้วยอารมณ์เริ่มจะเดือด วางแก้วในมือ ก่อนจะก้มมองดูเวลาอีกครั้ง เมื่อใครสักคนที่เขาต้องการให้มาพบนั้นมาเร็วกว่าเวลานัดหมายถึงเกือบสองชั่วโมง
‘จะนัดเวลาทำไม ถ้าจะมาไม่ตรงเวลา!?’
ลมหายใจถอนดัง เมื่อนักธุรกิจแบบเขาเกลียดที่สุดคือเรื่องผิดเวลานัดหมาย ถึงจะมาก่อนเวลาก็ใช่ว่าจะดี
แต่อีกใจกลับคิดว่ามันจะเป็นอะไรไป ไหนๆ เธอมาแล้ว เขาเองก็ไม่ควรจะปล่อยเวลาให้เสียเปล่า รีบทำ รีบเสร็จ รีบปลดปล่อย จะได้รีบตามไปสมทบศักดิ์ดนัยและนนทิพัทธ์
มือของธีรดลยกขึ้นมากอดอก ขานั่งไขว่ห้างเอนหลังพิงกับโซฟาและเฝ้ารอการมาของใครบางคนด้วยหัวใจที่เริ่มตื่นเต้น..
ที่สั่งไปจะได้ตามสเปคไหม..?
จะเด็ดสะระตี่เหมือนที่เพื่อนคุยโวโอ้อวดไหม..?
แค่คิดแก่นกายกลางร่างก็เริ่มจะขยับขยายจนต้องยิ้ม
เขานั่งรอทั้งที่ในหัวเต็มไปด้วยภาพเพ้อฝัน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ อีก ซึ่งมันทำให้เกิดความสงสัยคิ้วขมวดปมอีกรอบ
“อะไรอีกวะ!” คราวนี้ธีรดลได้สบถ
เมื่อของที่นัดไว้มาถึงก่อนเวลาไม่พอ ซ้ำยังไม่ทำตามคำสั่ง ทั้งๆ ที่มันไม่ควรจะมีอะไรผิดพลาด กับอีแค่คำสั่งง่ายๆ
‘เข้าประตูมา ห้องแรกที่อยู่ทางขวามือ เดินเข้ามาเลย’
ธีรดล ธนวัฒน์ชนิน ดึงเนกไทที่คลายออกแล้วทิ้งบนโต๊ะอย่างคนหัวเสีย มือปลดกระดุมอีกสองเม็ด
“เดี๋ยวพ่อจ่ายแม่งครึ่งราคา!”
เขาสบถอีกครั้ง และลุกขึ้นยืน
จากที่ตั้งใจจะรอเจ้าหญิงในห้องนี้ เดาว่าคงไม่พ้นต้องออกไปดูเสียหน่อย
“นี่กูเรียกเขามาป้อนกู หรือกูต้องไปป้อนเขาเองวะ”
ปากบ่นแต่ก็เดินไปดึงประตูห้องทำงานอันหนาทึบที่เปิดอยู่แล้วให้มันกว้างขึ้นอีก
ขายาวก้าวออกมายังด้านนอก มั่นใจว่าจะมองเห็นเจ้าหญิงแสนสวยยืนยิ้มเฉิดฉายรอเขาอยู่ แต่เปล่าเลย เมื่อเธอคนนั้นกลับนั่งหลับคอพับอยู่ตรงโซฟารับรองแขก
‘what the f**k!’
คิ้วเข้มของธีรดลขมวดอีกรอบ ก่อนที่มือใหญ่จะยกขึ้นมากอดอก สายตายังคงจ้องมองหญิงสาวคนนั้นอย่างสนใจกึ่งรังเกียจ
ใบหน้าหวานที่หลับตาพริ้มอย่างสบายใจ คิ้วเรียวสวย จมูกโด่ง แก้มกลม ริมฝีปากอวบอิ่มน่าจูบ ภายใต้เครื่องสำอางที่แต่งแต้มแบบจัดจ้าน ไม่ได้อ่อนหวานอย่างที่เขารีเควสสักนิด
ยอมรับว่าเธอนั้นดูดี คงเพราะผมยาวสยายของเธอน่าสัมผัส ร่างกายภายใต้เดรสสีแดงเข้มที่ก็ดูสวยมาก และเนินอกที่โผล่พ้นขึ้นมาก็น่ามองน่ากัดจนน้ำลายสอ แต่ก็ติดตรงที่เขาขอไปนั้นเป็นเดรสสีอ่อนแนวเจ้าหญิงดิสนีย์
ดวงตาคมเข้มกลอกขึ้นมองบนฝ้าเพดาน..
ถ้าหากขออะไรแล้วไม่ได้ จะถามจุดประสงค์ความต้องการของลูกค้าไปหาพระแสงอะไร!
แล้วแบบนี้เขาเรียกว่าสินค้าไม่ผ่านคิวซีจะได้ไหม!?
ชอบวันศุกร์
“คุณ นี่คุณ” ธีรดลยืนมองแม่สาวหน้าสวยที่หลับสนิทมานานจนทนไม่ได้ต้องเดินเข้าไปหา
ก้มลงสะกิดแขนเรียกคนที่หลับตาพักให้รู้สึกตัว และต้องคิ้วขมวดด้วยความไม่พอใจอีกหนึ่งรอบ เมื่อตอนนี้เขาได้กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ จากแม่สาวอกตูม
แม่เจ้า!
ร่างใหญ่ขยับตัวถอยห่างอย่างรู้สึกผิดหวังในผลงานของทั้งเพื่อนและเลขาฯทันที
ที่บอกว่าเด็ด ดูจากภายนอกมันก็ใช่ แต่ถ้านับรวมแล้วถือว่าคะแนนติดลบ
ทั้งที่ตั้งใจจะให้อภัยเรื่องคอสตูมเพราะหน้าตาหญิงสาวก็พอไปวัดไปวาจนทำหัวใจสั่น แต่พอเห็นว่าคุณเธอคนนี้ยังเมาพ่วงด้วย
เขาว่า.. เขาไม่ควรจะสานต่อ และขอมอบรีวิวให้แค่ดาวหนึ่งดวงพอ!
ขนาดมาทำงานยังดื่มแบบนี้ ถ้าจะหักเงินหรือไม่เขายกเลิกบริการเลยจะได้ไหม? ธีรดลคิดแบบนั้นจริงๆ
ประสบการณ์คืนวันศุกร์ที่เคยเรียกใช้บริการอะไรแบบนี้ เขาก็ยังไม่เคยพบเคยเจอคนที่เหลาะแหละ มาทำงานแต่ทำตัวเหมือนมาขายขนม ถ้าสติเธอไม่เหลือ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องเอาสตางค์มันก็แล้วกัน
มือหยิบโทรศัพท์ ตั้งใจจะโทรกลับไปต่อว่าเพื่อนที่เพิ่งจะวางสาย แต่อีกใจกลับรู้สึกเสียดายความงดงามของร่างแน่งน้อยนี้
สองจิตสองใจหรือเขาควรจะใจดีให้โอกาส?
และดูเหมือนว่าสวรรค์จะเป็นใจ เมื่อตอนนี้เธอขยับกาย
“อื้อ..”
สิ่งที่ก่อกวนในขณะที่หลับอยู่ทำให้ร่างเล็กเริ่มจะรู้สึกตัว ก่อนจะส่งเสียงที่แสดงถึงความรำคาญใจเบาๆ
กะพริบตาสองสามครั้งเพื่อปรับแสง เมื่อสมองเธอยังคงหนัก จากที่ฟุบหน้ากับพนักพิงโซฟาก็เงยขึ้น ความมึนๆ ตึงๆ หลังจากเดินเข้ามาในเขตของบริษัท เห็นเบาะนุ่มๆ นี้ก็เลยโถมตัวหาก่อน
“บอส!”
ดวงตากลมโตเบิกโพลงเป็นอันดับแรกเมื่อเห็นใครยืนอยู่ไม่ไกล
ปวริศา พิมรัตน์สมร กระเด้งตัวขึ้นยืนทันทีด้วยความตกใจเป็นอันดับต่อมา แต่เพราะทุกอย่างมันรวดเร็วไปหมด จึงทำให้ร่างโงนเงนจนทรงตัวไม่อยู่ จากที่คิดว่าจะเซล้มลงพื้น ตอนนี้กลับมีมือแข็งแกร่งมาโอบรัดช่วยพยุงเธอไว้
“เฮ้ยคุณ! ไหวไหมครับ?”
เสียงทุ้มข้างหูที่เอ่ยถาม พร้อมมือใหญ่ที่เข้ามาโอบประคองทำให้ตัวเธอแข็งทื่อในเสี้ยววินาที จนต้องกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่
ฟากคนช่วยนั้นพอคว้าร่างเล็กได้ก็กระชับมันเข้าหาตัวเองแบบคนใจดีมีน้ำใจหาใช่คนฉวยโอกาสสักนิด และตอนนั้นเองที่เขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเธอ
น่าแปลก.. เมื่อหัวใจเขาแอบเริ่มเต้นแรงแบบไม่อาจควบคุม
ที่เคยบอกว่าเหม็นกลิ่นแอลกอฮอล์ก็คงเป็นการอุปาทานไปเอง และขอเปลี่ยนคำพูดเพราะมันมีอะไรที่หอมกว่า แต่ที่สำคัญคือนุ่มมากตรงฝ่ามือจนต้องเผลอยิ้ม
“เอ่อ ไหวค่ะ” ปวริศาพยักหน้าเพียงนิดตอบเสียงสั่นๆ
ก็จะไม่ให้สั่นได้ยังไง เมื่อผู้ชายตรงหน้าเขาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นบอสใหญ่สุดของบริษัท ที่ขึ้นชื่อว่าดุ ว่าเนี้ยบ ว่าโหดถ้าเป็นเรื่องงาน
“ขอบคุณมากค่ะ”
ปวริศาเอ่ยอีกครั้ง และเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มจนได้เห็นรอยยิ้มที่ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็น และมันเรียกสติของหญิงสาวกลับมาครบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม
จากที่คิดว่าตัวเองตาฝาด ตอนนี้รู้แล้วว่ามันไม่ใช่ และตะกี้ที่งีบหลับไปก็เพราะเมื่อวานนอนดึก แถมวันนี้ก็ตื่นแต่เช้า พอได้เหล้าไปแก้วสองแก้ว จึงทำให้ร่างกายแอบอ่อนแอแบบไม่รู้ตัว
เธอขยับร่างเล็กน้อยเพื่อให้คนที่กอดไม่ปล่อยได้รู้ตัว แต่เหมือนว่ามันจะไม่เป็นผล เมื่อธีรดลยังคงจ้องมองคนตัวเล็กในอ้อมกอดนิ่งและไม่คิดจะปล่อยเธอไป
ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มมีแววของความหวาดกลัวผสมความหวาน มันไหวระริกยามที่สบสายตากับเขา แบบที่ช่างน่ารักน่าลุ่มหลง และสุดท้ายคือความเขินอายยามที่เธอสู้สายตาเขาไม่ไหวจนต้องก้มหลบมัน
มุมปากของธีรดลยกขึ้น เธอคนนี้แต่งชุดผิดตีม แต่ท่าทางไร้เดียงสาแบบเจ้าหญิง โอเคเขาให้อภัย!
รู้แล้วว่าเพื่อนกับเลขาฯคัดของดีมาให้จริงๆ ตอนนี้ไม่คิดจะยกเลิกอะไรแล้ว และอยากจะเพิ่มเงินให้ด้วยซ้ำหากหญิงสาวทำงานได้ถึงอกถึงใจ
“ไปดื่มมาเหรอครับ”
เขาเอ่ยถามแบบจงใจให้ลมหายใจร้อนๆ พัดกระทบใบหู
และแน่นอนว่าการกระทำนั้นทำให้ร่างเล็กถึงกับสะดุ้งจนต้องย่นคอก่อนจะเม้มปากแน่น ปวริศาว่าสติตัวเองกลับมาแล้ว แต่ทำไมถึงยังปล่อยให้ชายหนุ่มโอบรัดรอบเอวอยู่แทนที่จะสะบัดตัวออก
“ก็ นิดหน่อยค่ะ” เธอตอบไปด้วยหัวใจที่เริ่มหวาดหวั่น เมื่อสถานการณ์แบบนี้มันช่างแปลกประหลาด ก่อนจะเอ่ยต่อ
“เอ่อบอสคะ ปล่อยฉันก่อนได้ไหมคะ”
ดวงตาหวานระริกไหวเงยมองให้อีกฝ่ายเห็นใจ เพราะถ้าหากเธอและเขายังอยู่ในสภาพแบบนี้ต่อและมีใครมาเห็น คงไม่งามน่าดู แต่เหมือนว่าคนที่โดนอ้อนวอนจะไม่เข้าใจ หรือเรียกง่ายๆ ว่าไม่สนใจสักนิดจะดีกว่า
“บอส?”
ธีรดลขำในลำคอ เมื่อนี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาได้ยินคำนี้จากปากหญิงสาว
“ทำไมเรียกผมแบบนั้นครับ”
ชายหนุ่มปล่อยมือออกจากเอวคอดแบบที่หญิงสาวต้องการจนอีกฝ่ายได้หายใจหายคอ ก่อนจะกลับมาสะดุ้งสุดตัวอีกรอบ เมื่อมือใหญ่นั้นมาประสานกับมือเล็กเธอแทน
ปวริศามองใบหน้าหล่อเหลาสลับกับก้มมองที่มือตัวเองอย่างงงงวย และที่สำคัญคือน้ำเสียงแบบนี้เธอไม่เคยพบเคยเห็นหรือเคยได้ยินมาก่อน
“คะ?”
เธอไม่เข้าใจคำถาม ที่สำคัญคือไม่เข้าใจว่าธีรดลกำลังจะทำอะไร
“อ๋อ เอ่อ ก็คุณเป็นเจ้านาย” คิ้วเล็กผูกเป็นโบตอบ
“โอเคครับๆ เจ้านายก็เจ้านาย” ก็จริงอย่างที่หญิงสาวว่า เขาจ้างเธอมา เขาก็มีสถานะเป็นเจ้านาย
ชายหนุ่มยิ้มและเว้นจังหวะพูดต่อ
“แต่ผมไม่ชอบให้เรียกแบบนั้นตอนอยู่ด้วยกันสองต่อสอง.. เอาอย่างนี้ คุณเรียกผมว่า ธีร์ ดีไหมครับ ไหนลองเรียกสิครับ”
คนที่แสร้งยอมแพ้ใช้ลูกอ้อนเข้าล่อ ก้มสบตากับอีกฝ่าย
แม้จะงงว่าลูกน้องอย่างเธอสามารถเรียกชื่อเจ้านายสั้นๆ แบบนั้นได้ด้วยเหรอ แต่ก็คงเพราะสายตามีเสน่ห์น้ำเสียงออดอ้อน และฝ่ามืออุ่นที่ประสานอยู่ ทำให้ปวริศาเอ่ยไปแบบไม่รู้ตัว
“คุณ.. คุณธีร์” หัวใจดวงเล็กไหวสั่นและเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก
“ดีมากครับ แล้วผมจะเรียกคุณว่าอะไรดีนะ” ธีรดลยิ้มอีกครั้ง
เขาใช้นิ้วหัวแม่มือไล้กับหลังมือเนียนนวลนั้น ทั้งยังออกแรงดึงนิดๆ ให้หญิงสาวขยับตาม ซึ่งแน่นอนว่าเธอยั้งตัวในตอนแรก จนคิ้วเข้มยกขึ้นอย่างมีคำถาม แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้อิดออดอีกต่อไป
“วันศุกร์ ค่ะ” เธอตอบไปพร้อมกับมืออีกข้างที่กระชับกระเป๋าราคาหลักร้อยใบเล็กให้ติดตัวไปด้วย
ไม่รู้หรอกว่าผู้ชายคนนี้จะพาไปที่ไหน รู้แต่ว่าหัวใจและสมองสั่งให้เธอตามเขาไปก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน
“วันศุกร์เหรอครับ?” ขายาวหยุดเดินกะทันหัน
“ชื่อเก๋จัง.. ผมชอบวันศุกร์.. แบบวันนี้” ยิ้มมุมปากเผยออก นิ้วสากลูบเบาๆ ตรงหลังมือเล็กขณะจับจูงอีกครั้ง
วันศุกร์เหรอ?
ธีรดลชอบมันทั้งเจ้าของชื่อตรงหน้า และแทบจะทุกวันศุกร์ที่เขาได้ปลดปล่อยตัวเองภายใต้บานประตูใหญ่ของห้องทำงานแห่งนี้..
ไรต์ก็ชอบวันศุกร์ค่ะ มีเวลาปั่นนิยายมาให้ทุกคน >.<