Secret Mafia
ข้อมูลเบื้องต้น
เกรย์ คาสเตอร์ทายาทคนกลางของตระกูลมาเฟียแก๊งแบล็กไลออนได้บังเอิญช่วยชีวิตหญิงสาวปริศนาที่มีผ้าปิดหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง จากสัญลักษณ์บนผ้าปิดหน้าทำให้เขารู้ว่าเธอคนนั้นคือ 'เลดี้' นายใหญ่ของแก๊งมาเฟียนักฆ่ามูนไลท์ที่เหล่ามาเฟียต้องเกรงกลัวเพราะความโหดเหี้ยมที่ไม่เคยปล่อยให้เหยื่อรอดชีวิตไปได้
เกรย์ตกหลุมรักหญิงสาวที่เห็นหน้าเพียงครึ่งเดียวตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอกัน จนเวลาผ่านไปห้าปี เขาถูกพ่อบังคับให้แต่งงานกับไอร่า ผู้หญิงที่มีฉายาว่า 'คุณหนูหน้าโง่' ที่ทั้งใสซื่อและไร้เดียงสาจนกลายเป็นคนโง่ที่ทุกคนหัวเราะเยาะ
วินาทีที่เกรย์ได้เจอกับไอร่าเขารู้ได้ทันทีว่าเธอแค่แกล้งโง่เท่านั้นและพอได้รู้จักกันมากขึ้นเขาก็ได้เจอกับเหตุการณ์แปลกประหลาดที่เกี่ยวข้องกับตัวตนที่แท้จริงของเลดี้ที่เก็บซ่อนตัวมาตลอดห้าปี
********************
ตัวอย่าง…
"กินเยอะขนาดนี้ใครจะไปเลี้ยงไหว" เกรย์เผลอหลุดพูดออกมา ก่อนจะรีบเสสายตาไปทางอื่นเมื่อรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป
"คุณเกรย์พูดเหมือนจะเลี้ยงไอไปตลอดชีวิตเลยนะคะ" ดวงตาสีน้ำตาลเข้มกะพริบมอง รอยยิ้มอ่อนหวานเปลี่ยนเป็นยิ้มหยอกล้อแต่เกรย์กลับรู้สึกว่าเป็นรอยยิ้มที่ชวนมอง ไม่ได้เป็นยิ้มที่เสแสร้งทำเป็นใสซื่อแต่เป็นความขี้เล่นที่เจ้าของรอยยิ้มคงทำออกมาโดยไม่รู้ตัว
"หึ! ใครอยากจะอยู่กับคนอย่างเธอไปตลอดชีวิต"
"ดีเลยค่ะ ไอก็ไม่ได้อยากอยู่กับคุณเกรย์เหมือนกัน งั้นงานแต่งงานของเราคงไม่มีวันเกิดขึ้นใช่ไหมคะ" รอยยิ้มใสซื่อที่แฝงความเจ้าเล่ห์กลับมาอยู่บนใบหน้าสวยอีกครั้ง
เกรย์หันมาสบตาสีน้ำตาลเข้มอย่างจริงจัง เป็นเรื่องแปลกอีกเรื่องในหลายๆ เรื่องที่เกิดกับเขาในรอบหลายวันมานี้ คนที่ไม่อยากแต่งงานอย่างเขากลับรู้สึกไม่พอใจกับสิ่งที่เพิ่งจะได้ยิน
…เขาไม่อยากได้ยินผู้หญิงคนนี้พูดว่าไม่อยากแต่งงานกับเขา
********************
นิยายเรื่องนี้เป็นแนวมาเฟียชิงอำนาจ
ตัวละครมีความลับซ่อนอยู่
พระเอกคลั่งรักเมีย
ฝากติดตามกันด้วยนะคะ (_)
Contact Twitter : babycupgirl
เปิดเรื่อง 8/3/2566
ปิดจบเรื่อง 3/8/2566
Secret 1
หน้าผับหรูแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มรูปร่างสูงร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามกำลังยืนมองบรรยากาศนอกร้านที่ชวนให้รู้สึกหงุดหงิด บุหรี่ที่เคยอยู่ในกระเป๋าเสื้อถูกนำออกมาจุด ก่อนที่เจ้าของบุหรี่จะพ่นควันสีขาวให้ลอยออกไปปะทะกับสายฝน เขาไม่ชอบฝนโดยเฉพาะฝนที่ตกลงมาโปรยๆ แบบนี้ สู้ตกหนักๆ ลงมาทีเดียวแล้วหยุดไปซะยังจะดีกว่า
"คุณเกรย์ใช่ไหมคะ" หญิงสาวในเสื้อตัวจิ๋วที่ปิดเต้าอวบอิ่มยังไม่หมดส่งสายตายั่วยวนมาให้ชายหนุ่มที่กำลังทอดสายตามองออกไปที่ถนนด้านนอกพร้อมกับยกบุหรี่ขึ้นสูบ
"ไปไกลๆ ได้ไหม ถ้าอยากมากนักก็เข้าไปข้างใน คงมีไอ้พวกขี้เมาที่มันหน้ามืดไม่สนใจอะไรอยากได้เธออยู่บ้างแหละ" คุณเกรย์ ที่หญิงสาวพูดถึงตวัดสายตาคมกริบหันมามอง แววตาช่างเย็นชาราวกับคนที่ไร้ความรู้สึก
"กรี๊ดดด!!…คุณมันหยาบคายที่สุด คิดว่าตัวเองดีนักหรือไง ถ้าไม่ใช่เพราะตระกูลคาสเตอร์ก็คงไม่มีใครสนใจคุณหรอก" หญิงสาวในเสื้อตัวจิ๋วส่งเสียงกรีดร้อง แสดงความไม่พอใจ
"เฮ้อ…รู้อะไรไหม" เกรย์โยนบุหรี่ในมือทิ้งลงพื้น ก่อนจะหันหน้ามาสบตากับหญิงสาวใจกล้าอย่างจริงจัง พร้อมกับก้าวยาวๆ เพียงก้าวเดียวก็เข้าประชิดตัวของเธอแล้ว
"ผู้หญิงกูก็ตบนะ!!"
น้ำเสียงเย็นชากับท่าทางที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่า ผู้ชายคนนี้พร้อมจะทำอย่างที่พูดจริงๆ ทำให้หญิงสาวเริ่มรู้สึกกลัว เธอรีบก้าวถอยหลังด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบพาตัวเองกลับเข้าไปในร้าน
"เอาอีกแล้วเหรอครับนาย แค่นี้ชื่อเสียงก็ป่นปี้จนแทบจะไม่เหลืออะไรอยู่แล้วนะครับ" ไบรอัน บอดี้การ์ดของเกรย์บ่นเจ้านายที่ยังคงทำตัวไม่สนใจใคร เขาไปเอารถมารับเจ้านายแค่แป๊บเดียว คุณเกรย์ก็ก่อเรื่องอีกแล้ว
"กูไม่ได้หาเรื่องก่อนนะ ใครใช้ให้นังนั่นมายุ่งกับกูก่อนล่ะ" เกรย์ยกมือขึ้นเสยผมระบายความหงุดหงิดใจ ก่อนจะเดินตรงไปยังรถที่จอดรับเขา โดยมีไบรอันคอยกางร่มเดินตามเจ้านาย
ทันทีที่ขึ้นมาบนรถเกรย์ก็ต้องรู้สึกแปลกใจเพราะในรถคันนี้นอกจากเขากับบอดี้การ์ดแล้วยังมีบุคคลปริศนาที่ไม่ได้รับเชิญกำลังซุกตัวอยู่ที่พื้นด้านหลังเบาะคนขับ จากขนาดตัวที่ดูเล็กและบอบบางแล้วเขาเดาได้ว่าน่าจะเป็นผู้หญิง
"อยากมากขนาดนั้นเลยหรือไง ถึงต้องลงทุนมากขนาดนี้" เกรย์ขยี้ผมตัวเองแรงๆ จากที่หงุดหงิดอยู่แล้วยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นกว่าเดิม
"ช่วย…ด้วย…" เสียงที่ตอบกลับมายืนยันได้ว่าเป็นผู้หญิงแน่นอน ใบหน้าที่เงยหน้าขึ้นสบตาถูกปิดไว้ด้วยผ้าสีดำครึ่งหนึ่งจึงเห็นแค่เพียงดวงตาสีเขียวน้ำทะเลที่กำลังสะท้อนกับแสงไฟด้านนอก ผมยาวถูกรวบไว้ด้วยปิ่นเงินและสัญลักษณ์รูปจันทร์เสี้ยวที่ผ้าปิดหน้าทำให้เกรย์รู้ว่าหญิงสาวคนนี้มาจากที่ไหน
"เอายังไงดีครับนาย" ไบรอันถามความเห็นเจ้านาย ตอนนี้เขานั่งประจำที่คนขับแล้ว สายตาจับจ้องไปที่ด้านนอกรถที่ดูจะกำลังวุ่นวายเพราะมีการ์ดของผับนับสิบคนกำลังกระจายกำลังตามหาอะไรสักอย่างอยู่
"ออกรถ!" เกรย์สั่งเสียงเข้ม ก่อนจะดึงร่างบางของหญิงสาวปริศนาให้ขึ้นมานั่งข้างกัน
"อึก!" เสียงร้องเบาๆ ของหญิงสาวทำให้เกรย์เพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเธอบาดเจ็บ เธอกำลังกุมท้องด้านซ้ายที่ชุ่มได้ด้วยเลือด
"นายครับ!" ไบรอันส่งเสียงเรียกเจ้านายเพราะรถของพวกเขากำลังถูกโบกเรียกเพื่อตรวจค้นก่อนจะออกจากผับ
เกรย์ถอดเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทของตัวเองมาคลุมหัวหญิงสาวปริศนาเอาไว้ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้กับบอดี้การ์ด
ไบรอันลดกระจกฝั่งตัวเองลงพร้อมกับทำหน้ารำคาญใจให้กับการ์ดของผับที่กำลังสอดส่ายสายตาเข้ามาสำรวจในรถ
"เงยหน้าขึ้นสิ ให้ดูหน้าชัดๆ" การ์ดของผับกระชากเสียงสั่ง เมื่อเห็นว่าคนที่นั่งอยู่เบาะหลังกำลังสนุกอยู่กับการคลอเคลียซุกไซ้ซอกคอของหญิงสาว
เกรย์เงยหน้าขึ้นมองการ์ด สายตาคมกริบราวกับหมาป่าจ้องไปที่คนที่เพิ่งจะออกคำสั่ง อ้อมแขนของเขากระชับแน่นกดหน้าของหญิงสาวที่มีเสื้อของเขาคลุมไว้ให้ซุกเข้ากับอกเปลือยเปล่า ก่อนจะกระชากเสียงถามกลับไป
"มีปัญหาอะไร"
"ปะ..เปล่าครับ เชิญคุณเกรย์เลยครับ" การ์ดใจหล่นฮวบเมื่อสบตากับดวงตาคมกริบ ฉายา 'หมาบ้า' ของลูกชายคนรองตระกูลคาสเตอร์เป็นที่เลื่องลือ การ์ดตัวเล็กๆ แบบเขาไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยจะดีที่สุด
ทันทีที่พ้นเขตอันตราย เกรย์ก็คลายวงแขนออกแต่หญิงสาวปริศนายังคงเอนตัวซบอยู่ที่อกของเขา ลมหายใจของเธอรวยรินราวกับคนที่กำลังจะสิ้นใจ
"ไปโรงพยาบาลไหม" เกรย์ถามเสียงเรียบ เขาไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องใส่ใจหญิงสาวปริศนาคนนี้ด้วย อาจจะเป็นเพราะดวงตาสีเขียวน้ำทะเลที่ดึงดูดสายตาของเขาหรือไม่ก็เพราะท่าทางน่าสงสารเหมือนลูกนกตัวน้อยที่หล่นลงมาจากรัง
"ไม่เป็นไร…แค่หา…ที่เปลี่ยวๆ ไม่มีคน…แล้วทิ้งฉัน…ไว้ก็พอ" เสียงพูดสลับกับหอบทำให้รู้ว่าคนพูดแทบจะไม่มีแรงแม้แต่จะส่งเสียงออกมาแล้ว
"จะบ้าเหรอไง เลือดออกเยอะขนาดนี้ ทิ้งเธอไว้คนเดียวก็ได้ตายกันพอดี" เกรย์เสียงดัง เมื่อได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ
"หึหึ คนที่ไม่รู้…เขาจะ…คิดว่าคุณ…กำลังเป็น…ห่วงฉันอยู่นะ" หญิงสาวกุมท้องตัวเองเพื่อกดแผล ก่อนจะดันตัวเองออกจากอกเปลือยเปล่าของเกรย์ไปพิงกระจกรถอีกด้าน
"ฉันไม่ชอบช่วยใครครึ่งๆ กลางๆ เอายังไงจะไปโรงพยาบาลหรือว่าบ้านฉัน" เกรย์ถามเสียงเข้ม เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องเป็นห่วงผู้หญิงคนนี้ เขารู้แค่ว่าเขาทิ้งให้ผู้หญิงคนนี้ตายไม่ได้
"แค่…ไปที่ปลอดคนก็พอ…เดี๋ยวคนของฉัน…จะมารับ" หญิงสาวผุดยิ้มออกมาเพียงแต่ว่ามีผ้าสีดำคาดปิดอยู่เกรย์จึงไม่ทันได้สังเกตเห็น
"ท่าทางจะมีตำแหน่งสูงพอดูเลยนะถึงมีลูกน้องมารับด้วย" เกรย์หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบเพราะเริ่มหงุดหงิดที่ไม่ได้ดั่งใจ แต่เขาก็ยอมทำตามที่หญิงสาวบอก สั่งให้ไบรอันขับรถไปที่ซอยเปลี่ยวห่างไกลผู้คน
หญิงสาวปริศนาไม่ได้ตอบคำถามของเกรย์ เธอเอนตัวพิงกระจกและหลับตาลง พยายามผ่อนลมหายใจ อดทนต่อความเจ็บปวดจากบาดแผลที่ได้รับ
"ทำงานพลาดเหรอ" เกรย์เริ่มเป็นฝ่ายชวนคุยก่อนเพราะเขาไม่ชอบบรรยากาศโดยรอบที่เงียบเกินไป
เขาให้ไบรอันขับรถมาที่ซอยเปลี่ยวตามที่หญิงสาวต้องการแต่เขาก็ทำใจทิ้งเธอไว้คนเดียวไม่ได้จึงเลือกที่จะนั่งรอเป็นเพื่อนเธอ
"ไม่รู้ว่า…จะเรียกว่าพลาดได้ไหม กำจัดเป้าหมายได้…แต่ตัวเองบาดเจ็บ" หญิงสาวนึกเยาะเย้ยตัวเองที่ต้องมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้
"หึ ทำไมเลือกทำงานแบบนี้ล่ะ เธอดูมีความสามารถน่าจะทำงานที่มันเสี่ยงน้อยกว่านี้"
"แต่ละคน…ก็มี…ความจะเป็นที่ต่างกัน ฉันไม่มีทางเลือก…เพราะเป็นเรื่อง…ของครอบครัว เหมือนคุณไง…ที่ทำตัวเป็น…หมาบ้า…เพราะไม่มีทางเลือก"
คำพูดของหญิงสาวเหมือนจี้ถูกจุดคนฟัง เกรย์ทอดสายตาออกไปด้านนอกรถที่เต็มไปด้วยความมืด ฝนที่ตกโปรยๆ หยุดลงไปแล้วแต่ความรู้สึกของเขายังคงมีพายุพัดโหมกระหน่ำอยู่ภายใน
ไม่ทันจะมีเวลาให้เกรย์ได้ทอดความคิดมากนัก รถตู้สีดำคันใหญ่สามคันก็เข้ามาจอดเทียบหน้าหลังและด้านข้างทำให้ไม่มีพื้นที่พอให้พวกเขาขับรถหนีไปที่ไหนได้เลย
"เอาไงดีครับนาย" ไบรอันนั่งอยู่ประจำที่คนขับ มือข้างหนึ่งซุกเข้าไปที่ด้านในเสื้อสูท จับด้ามปืนแน่นเตรียมพร้อมรับคำสั่งของเจ้านาย
"รอดูไปก่อน" เกรย์สั่งเสียงเรียบ เขาไม่รู้สึกถึงการคุกคามของผู้ที่มาใหม่แต่ก็ยังไม่ไว้ใจในสถานการณ์มากนัก
ประตูรถตู้เปิดออกคนชุดดำที่มีผ้าสีดำปิดหน้าครึ่งหนึ่งนับสิบคนกรูกันเข้ามาล้อมรอบรถ พร้อมกับยกปืนขึ้นจ่อมาที่ตัวรถ ไบรอันกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ไม่มีที่ให้พวกเขาหนีไปไหนได้เลย
ก๊อก!ก๊อก!…ก๊อก!…ก๊อก!ก๊อก!
เสียงเคาะกระจกรถจากชายร่างสูงในชุดดำที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าทำให้เกรย์ต้องขมวดคิ้วสงสัย จนต้องเอ่ยปากถาม
"รหัสเหรอ"
"คงงั้น…เขาแค่อยากรู้…ว่าคนในรถ…เป็นมิตรไหม" หญิงสาวปริศนาตอบย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะเคาะกระจกตอบกลับไป
ก๊อก!ก๊อก!…ก๊อก!
ทันทีที่หญิงสาวเคาะตอบชายชุดดำที่เป็นคนเคาะกระจกในครั้งแรกก็ส่งสัญญาณให้คนอื่นๆ ลดปืนลง
"ขอบคุณนะ" หญิงสาวเอ่ยเสียงเบาสลับกับเสียงหอบ ก่อนจะดึงปิ่นเงินที่ใช้เกล้าผมออกมาส่งให้กับเกรย์
"ถือว่าแทน…คำขอบคุณ เอาปิ่น…นี่มาที่มูนไลท์…แล้วเรา…จะทำตามทุกคำ…ขอของคุณ"
"ทุกอย่างเลยเหรอ" เกรย์ยกยิ้มมุมปาก สายตาจับจ้องอยู่ที่ปิ่นเงินที่ปลายข้างหนึ่งเป็นรูปกุหลาบและมีจันทร์เสี้ยวเล็กๆ ห้อยอยู่
"ทุกอย่าง! รวมถึง…ชีวิตของฉันด้วย" หญิงสาวปริศนาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง แม้แต่ไบรอันที่นั่งฟังอยู่ด้วยยังอดขนลุกไม่ได้
"หึ! เหมือนพรของนางฟ้าน่ะเหรอ" เกรย์นึกขำกับสิ่งที่เขาได้ยิน เขาเคยได้ยินคนพูดถึงเหมือนกันว่าหัวหน้าของมูนไลท์ แก๊งนักฆ่าที่ใหญ่ที่สุดจะตอบแทนน้ำใจด้วยคำขอหนึ่งอย่าง ใครจะไปคิดว่าพรแบบนั้นจะมาอยู่ในมือของเขา
"ฮ่าๆ…อึก…ฉัน…คิดว่าตัวเอง…ไม่น่าจะ…ใช่นางฟ้านะ แต่ถ้าคุณอยาก…ให้เป็น…ฉันจะเป็น…ให้คุณก็ได้" หญิงสาวหัวเราะเบาๆ พร้อมกับสีหน้าเหยเกเพราะยิ่งหัวเราะก็ยิ่งเจ็บแผล
"แล้วจะให้ฉันไปขอพรกับใครล่ะ" เกรย์เลิกคิ้วมองเจ้าของนัยน์ตาสีเขียวที่ยอมรับบทเป็นนางฟ้าให้กับเขา
"เลดี้! ฉันคือ…เลดี้!"
ทันทีที่พูดจบหญิงสาวปริศนาก็เปิดประตูลงจากรถโดยมีชายชุดดำคนที่เคาะกระจกก่อนหน้านี้ช่วยประคองเธอขึ้นรถตู้สีดำคันที่จอดอยู่ด้านข้างและรถตู้ทั้งสามคันก็ขับหายไปในความมืด
…ทิ้งไว้เพียงปิ่นเงินและกลิ่นคาวเลือด
Secret 2
ห้าปีต่อมา
คฤหาสน์ตระกูลคาสเตอร์
เลโอ คาสเตอร์ นายท่านใหญ่แห่งแก๊งแบล็กไลออน แก๊งมาเฟียที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในเขตพื้นที่ตะวันออก เขามักจะเรียกลูกชายทั้งสามคนมาร่วมรับประทานอาหารด้วยกันสัปดาห์ละครั้งเพื่อไม่ให้ครอบครัวห่างเหินกันมากเกินไปและวันนี้ก็เช่นกันเป็นวันที่ครอบครัวมารวมตัวกันพร้อมหน้าเว้นก็แต่
เกรย์ คาสเตอร์ ลูกชายคนรองของตระกูลคาสเตอร์
ลูกนอกคอกอย่างเกรย์มักจะสร้างเรื่องให้เลโอต้องปวดหัวอยู่เสมอ ทั้งอาละวาดไปทั่วจนถูกขนานนามว่า 'หมาบ้า' ทั้งยังไม่สนใจงานของตระกูลและทำงานผิดพลาดอยู่เสมอจนใครๆ ต่างก็พูดว่า ลูกชายคนกลางของตระกูลคาสเตอร์เป็นคนไร้ความสามารถแต่เลโอก็ยังหาทางช่วยเกรย์อยู่ตลอด ทั้งตามเคลียร์ปัญหาที่เกรย์ก่อไว้และตามสะสางงานที่เกรย์ทำพลาดเป็นประจำ
"เกรย์ยังไม่มาอีกเหรอ" เลโอเอ่ยถามเสียงเรียบ เมื่อเห็นว่าสมาชิกในครอบครัวทุกคนมาพร้อมหน้าแล้วยกเว้นเพียงลูกชายคนกลาง
"ไม่รู้สิคะ เวลาป่านนี้แล้วยังไม่เห็นหน้าคงไม่มาแล้วมั้งคะ" เบลินด้า นายหญิงแห่งแบล็กไลออนและภรรยาของเลโอเชิดหน้าพูดด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม
เบลินด้าเป็นภรรยาคนที่สองของเลโอที่แต่งเข้ามาใหม่หลังจากที่นายหญิงคนก่อนจากไปได้ไม่นาน ในตอนนั้นเกรย์ยังเด็กมากเกินไป เลโอจึงตัดสินใจแต่งงานกับเบลินด้าเพื่อที่ได้มีคนคอยดูแลลูกชาย แม้ว่าตอนนั้นเบลินด้าจะมีลูกติดอย่างเดมอนมาด้วยก็ตาม
"ผมได้รับรายงานมาว่าคุณเกรย์กำลังเดินทางมาครับ" ติน ผู้ช่วยคนสนิทของเลโอรีบพูดแก้ต่างให้กับนายน้อยที่แท้จริงของตระกูล ถึงแม้ว่าใครๆ ต่างก็บอกว่าเดมอนเหมาะสมกับตำแหน่งนั้นมากกว่าก็ตาม
"ไม่รู้จักรักษาเวลา สมแล้วที่ถูกเรียกว่าคนไร้ความสามารถ" เด็กซ์ ลูกชายคนเล็กของตระกูลคาสเตอร์เหยียดยิ้มมุมปาก เมื่อคิดถึงพี่ชายต่างแม่ที่ไร้ความสามารถ
"ไม่พูดก็ไม่มีใครว่าแกเป็นใบ้หรอกนะ ถ้าคิดว่าพูดเรื่องดีๆ ไม่ได้ก็หุบปากแล้วนั่งเงียบๆ ไป" เดมอน ลูกชายคนโตของตระกูลคาสเตอร์เอ่ยปรามน้องชาย แม้ว่าเขาไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเลโอแต่ทุกคนในแก๊งก็ยอมรับในความสามารถของเขา แม้กระทั่งเลโอก็ไว้ใจให้เขารับผิดชอบงานใหญ่อยู่เสมอ
"ผมพูดเรื่องจริงนี่ พี่รู้ไหมว่าผมอายแค่ไหนที่มีคนแบบนั้นอยู่ในตระกูล งานการก็ไม่คิดจะทำเอาแต่เที่ยว เมา แล้วก็อาละวาดไปทั่วจนผมไม่กล้าบอกใครเลยว่าคนแบบนั้นเป็นพี่ชายของผม" เด็กซ์ยังคงบ่นเรื่องพี่ชายคนรองไม่หยุด ทั้งที่ทำตัวเละเทะแบบนั้นพ่อก็ยังเข้าข้างพี่ชายไร้ความสามารถคนนั้นตลอด
"ไอ้เด็กซ์!…"
"พอแล้ว จะเถียงกันทำไม ฉันฟังแล้วก็ยิ่งปวดหัว ข้าวน่ะจะกินกันไหม ถ้าไม่กินก็ไสหัวไปกันให้หมดเลย" เลโอตะโกนแทรกการโต้เถียงระหว่างพี่น้องทั้งสองคนจึงทำให้ห้องอาหารสงบลงแทบจะทันที แต่ความสงบก็อยู่ได้เพียงแค่พักเดียวเท่านั้น
แปะ! แปะ! แปะ!
เสียงปรบมือดังมาจากนอกห้องอาหาร ก่อนที่ร่างสูงโปร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามของคนที่อยู่ในประเด็นการโต้เถียงเมื่อครู่จะปรากฎตัวให้คนในห้องอาหารได้เห็น
"ครอบครัวยังรักใคร่กลมเกลียวกันเหมือนเดิมเลยนะครับ กลับบ้านมาทีไรก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศครอบครัวสุขสันต์ ผมนี่ปลาบปลื้มน้ำตาแทบไหลเลย" เกรย์เดินปรบมือ พร้อมแสร้งทำสีหน้ามีความสุข
"ทำไมมาสาย" เลโอไม่ได้ใส่ใจท่าทางเสแสร้งของลูกชายที่ตั้งใจจะกวนประสาทเขา
"ผมแฮงค์น่ะครับ เมื่อคืนไปเที่ยวกับไอ้ริชหนักไปหน่อย กว่าจะตื่นก็บ่าย กว่าจะคลานลงจากเตียงได้ก็เย็นแล้ว นี่ผมยังไม่อาบน้ำก็รีบมาหาพ่อก่อนเลยนะ" เกรย์เดินมาทิ้งตัวลงนั่งตรงที่ของตัวเอง ก่อนที่พวกสาวใช้ในบ้านจะเดินมาตักข้าวใส่จานให้
"ดื่มให้น้อยลงบ้าง สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญนะ แกไม่ดูแลตัวแบบนี้ทำให้พ่อเป็นห่วงแกมากรู้ไหม" เดมอนบ่นใส่น้องชายที่ชอบทำตัวเสเพล ไม่รู้จักโตทั้งที่ปีนี้ก็จะอายุสามสิบแล้ว
"คร้าบๆ รู้แล้วคร้าบ บ่นเป็นคุณลุงไปได้" เกรย์โบกมือให้เดมอนอย่างไม่ใส่ใจ ทำให้คนเป็นพี่ได้แต่ส่ายหน้าระอาใจ
"เอาเถอะกินข้าวกันได้แล้ว" เลโอเองก็ไม่อยากใส่ใจท่าทางที่ลูกชายคนกลางตั้งใจแสดงให้เขาเห็นเช่นกัน
"พ่อครับผมมีเรื่องจะบอก รับรองว่าเรื่องนี้ทำให้พ่ออารมณ์ดีกว่าพวกชอบเมาแล้วอาละวาดแน่นอนครับ" เด็กซ์ปรายตาไปมองพี่ชายคนรอง พร้อมกับเหยียดยิ้มด้วยความสะใจ
เลโอมองหน้าลูกชายคนกลางกับคนเล็กสลับกัน ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ เหนื่อยใจกับท่าทีชิงดีชิงเด่นที่อยากเอาชนะพี่ชายของเจ้าลูกคนเล็ก
"ผมจะหมั้นกับลูกสาวบ้านสุธิพสิษฐ์นะครับ"
คำพูดของเด็กซ์ทำให้เลโอถึงจะชะงัก เขาเงยหน้ามองลูกชายคนเล็กด้วยความแปลกใจที่คนอย่างเด็กซ์มีความสามารถมากพอที่จะทำให้ลูกสาวของตระกูลนั้นยอมแต่งงานด้วย
"ตายแล้วตาเด็กซ์จะหมั้นหมายกันทำไมไม่มาบอกแม่ก่อนไปตกลงกันเองแบบนั้นได้ยังไงกัน" เบลินด้าเอ่ยปรามลูกชายอย่างไม่จริงจังนัก
ทุกคนในครอบครัวนี้ต่างรู้ดีว่าเลโออยากจะได้ลูกสาวตระกูลคู่ค้าอย่างครอบครัวสุธิพสิษฐ์เป็นลูกสะใภ้ เขามักจะพูดเปรยๆ อยู่ตลอดว่าลูกสาวบ้านนั้นทั้งสวยและเก่ง อยากจะให้ลูกชายของตนแต่งงานด้วย
"ผมเพิ่งจะตกลงกับนลินได้น่ะครับ ยังไม่ได้ไปพูดคุยกับผู้ใหญ่เลย ยังไงคงต้องรบกวนพ่อกับแม่เป็นผู้ใหญ่ไปพูดคุยให้กับผมด้วยนะครับ" เด็กซ์ยืดอกภูมิใจที่ทำให้ความปรารถนาของพ่อเป็นจริง
"หนูนลินเหรอ ลูกสาวคนเล็กของบ้านนั้นใช่ไหม" เลโอผุดยิ้มออกมาอย่างโล่งใจที่คนที่หมั้นกับเด็กซ์เป็นลูกสาวคนเล็ก ไม่ใช่คนโตที่เขาหมายตาไว้ให้คู่กับเกรย์
"ใช่ครับ นลินยังเรียนไม่จบเราก็เลยตกลงกันว่าจะหมั้นหมายกันเอาไว้ก่อนรอนลินเรียนจบเราก็จะแต่งงานกันเลยครับ" เด็กซ์ยิ้มกว้าง เขาคิดว่าที่เลโอยิ้มเป็นเพราะเขาทำเรื่องที่ถูกใจคนเป็นพ่อ
"ไหนๆ เจ้าเด็กซ์ก็จะหมั้นแล้ว แกก็แต่งงานซะเลยสิ" เลโอเปลี่ยนเป้าหมายหันมาพูดกับลูกชายคนกลางที่แทบจะสำลักข้าวทันทีที่ได้ยินสิ่งที่พ่อพูด
"พ่อจะบ้านเหรอ แฟนยังไม่มีจะให้ผมไปแต่งกับใคร แต่งกับไอ้ริชหรือไง"
"ถ้าแกตกลงฉันก็ไม่ขัดนะ" เลโอพูดอย่างไม่ใส่ใจ เพราะเขารู้ดีว่าลูกชายไม่ได้ชอบผู้ชายและเขายังรู้ด้วยว่าเกรย์มีคนที่แอบชอบมาหลายปีแล้ว
"พ่อ! บ้าไปแล้วจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย ทำงานเยอะไปหรือเปล่า เพลาๆ ลงบ้างนะจะได้ไม่ประสาทกลับแบบนี้" เกรย์โวยใส่พ่อตัวเองเสียงดังโดยไม่เกรงใจใคร
"ว้ายยย! จะหยาบคายก็ไปทำข้างนอกนู่น ขนาดพ่อตัวเองยังเว้นเลย" เบลินด้าว่าลูกเลี้ยงเสียงดัง พร้อมกับมองด้วยสายตาเหยียดหยาม
"ถ้าให้ผมไปยืนตะโกนข้างนอก คนอื่นก็รู้หมดน่ะสิว่านายใหญ่ของแบล็กไลออนเป็นบ้าไปแล้วจริงๆ ตอนนั้นคุณอาจจะไม่ได้เป็นนายหญิงแล้วนะ" เกรย์ยักคิ้วให้นายหญิงด้วยท่าทางกวนประสาท
"พอแล้ว! กัดกันอยู่ได้ ไม่เหนื่อยกันบ้างหรือไง" เลโอตวาดลั่นทำให้เบลินด้าได้แต่นั่งเงียบจิกมือตัวเองเพื่อระงับความโกรธ
"นั่นสิ ถ้าพ่อเหนื่อยก็ไปพักเถอะ ทำงานน้อยๆ พักผ่อนเยอะๆ สมองจะได้ทำงานเป็นปกติ" เกรย์ได้ทีรีบหาทางหนีให้กับตัวเอง
"แกก็มาช่วยงานฉันสิ ฉันจะได้ไม่เหนื่อย" เลโอเหลือบมองตินเป็นเชิงสั่งให้รีบคว้าคอเสื้อลูกชายที่กำลังจะลุกหนีให้กลับลงมานั่งที่เดิม
"พ่อยังกล้าให้พี่เกรย์ทำงานอีกเหรอครับ คราวก่อนยังพังพินาศไม่พอหรือไง" เด็กซ์ยิ้มสะใจที่ได้พูดถึงความผิดพลาดของพี่ชายที่ทำสินค้าในโกดังหายไปอย่างไร้ร่องรอย
"นั่นสิ พ่อยังคิดจะให้ผมทำงานอะไรอีก ผมไม่ทำหรอก ไม่กลัวผิดพลาดอีกหรือไง" เกรย์ส่ายหน้ารัวๆ เขาไม่สนใจว่าน้องชายอย่างเด็กซ์จะดูถูกเขายังไง เขาแค่ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคนในตระกูลนี้เท่านั้น
"ถ้าไม่ทำงานแกก็ต้องแต่งงาน" เลโอพูดเสียงแข็ง ทำให้เกรย์รู้ว่าครั้งนี้พ่อของเขาคิดจริงจัง
"แต่งก็ได้ ถ้าผมเจอคนที่ถูกใจเมื่อไหร่ผมจะแต่งให้ก็แล้วกัน" เกรย์ยอมตอบรับแบบส่งๆ หวังว่าพ่อเขาจะยอมเห็นด้วยกับคำพูดของเขาเช่นกัน
"ถ้ารอแกพร้อมฉันก็คงไม่ได้เห็นแกแต่งงานสักทีน่ะสิ เดมอนก็แต่งงานไปแล้ว ส่วนเด็กซ์ก็กำลังจะหมั้นเหลือแต่แกคนเดียวแล้ว แกต้องแต่งงานก่อนน้องและฉันก็เลือกเจ้าสาวเอาไว้ให้แล้ว"
"พ่อ! ทำไมไม่ปรึกษาผมก่อน จะพาผู้หญิงมาทุกข์ทรมานกับผมทำไม" เกรย์ร้องโอดครวญ ยิ่งได้เห็นแววตาคมเข้มที่จริงจังของพ่อยิ่งรู้ว่าเขาไม่มีทางให้หนีได้เลย
"อีกหนึ่งเดือนฉันจะชวนหนูไอร่าลูกสาวคนโตบ้านสุธิพสิษฐ์มากินข้าวที่บ้านเรา ถ้าตอนนั้นหนูไอร่าตอบตกลงแต่งงาน แกก็ห้ามมาอิดออดเป็นเด็กๆ อีก" คำพูดของเลโอถือเป็นสิ้นสุดและไม่มีใครกล้าขัดคำสั่ง เว้นแต่…
"ผมไม่แต่ง!"
"งั้นแกก็ต้องมาทำงาน"
"ผมไม่ทำ!"
"ฉันจะตัดแกออกจากตระกูล"
"ตัดเลย! ผมไปเป็นขอทานก็ได้"
"ฉันก็จะส่งคนไปยืนคุมไม่ให้ใครให้เงินขอทานอย่างแกสักบาท"
"พ่อ!"
"จำเอาไว้ว่าฉันเป็นพ่อแก ฉันสั่งให้แต่งก็ต้องแต่ง"
Secret 3
Black Wolf Club
ไนต์คลับชื่อดังที่อยู่ในความดูแลของแก๊งแบล็กวูล์ฟ แก๊งมาเฟียแก๊งใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มก่อตั้งขึ้นได้ไม่ถึงห้าปีแต่แผ่ขยายอิทธิพลไปได้อย่างรวดเร็วจนน่าตกใจทำให้หลายๆ แก๊งที่มีอยู่เดิม ต่างก็ต้องจับตามองแต่ก็ยังไม่มีใครกล้าลงมือกับแก๊งนี้เพราะหัวหน้าแก๊งเป็นเพื่อนสนิทกับหมาบ้าแห่งตระกูลคาสเตอร์อย่างเกรย์
ปังงง!!
เสียงประตูห้องของผู้บริหารไนต์คลับถูกเปิดออกด้วยแรงถีบดังสนั่นไปทั่วทั้งชั้น
"เป็นบ้าอะไรของมึงอีกครับไอ้คุณเกรย์ ถ้ามึงจะเปิดประตูแบบนี้ไม่เอาค้อนปอนด์มาทุบประตูทิ้งไปเลยไหม" ริชแมนเจ้าของไนต์คลับและนายใหญ่แก๊งแบล็กวูล์ฟบ่นใส่เพื่อนสนิทที่มักจะทำอะไรรุนแรงอยู่เสมอ โดยเฉพาะตอนที่อารมณ์เสีย
"พ่อจะให้กูแต่งงาน" เกรย์ทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟารับแขกด้วยท่าทีหัวเสีย
"ก็สมควรแล้วอายุสามสิบก็ควรจะแต่งงานได้แล้ว" ริชแมนก้มหน้าดูเอกสารตรงหน้า ไม่ใส่ใจคนที่กำลังรินเหล้าใส่แก้วดื่มด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว
"มึงก็สามสิบไม่คิดจะแต่งบ้างหรือไง" เกรย์ตอบกลับเพื่อน พลางกระดกเหล้าเข้าปาก
"กูยังไม่เจอรักแท้เว้ย กูรอเนื้อคู่ของกูอยู่"
"ปล่อยให้เขาไปที่ชอบที่ชอบเถอะ อย่าให้มาตกนรกอยู่กับคนอย่างมึงเลย"
"แล้วใครที่ต้องมาตกนรกกับหมาบ้าอย่างมึงล่ะ" ริชแมนกระแทกปากกาลงบนโต๊ะอย่างเหลืออดกับคำพูดของเพื่อน ถ้าเปรียบว่าการที่ต้องอยู่กับเขาคือนรก งั้นการที่ต้องอยู่กับหมาบ้าที่อารมณ์แปรปรวนแบบเกรย์คงเป็นนรกขุมที่อยู่ลึกที่สุดแล้ว
"ลูกสาวสุธิพสิษฐ์!" ยิ่งพูดถึงก็ยิ่งทำให้เกรย์หัวเสียมากขึ้นไปอีก
"คนเล็ก? ไม่เด็กไปเหรอวะ ยังเรียนไม่จบเลยมั้ง พ่อมึงคิดอะไรอยู่วะ" ริชแมนขมวดคิ้วแน่น สาวสวยในแวดวงไฮโซหรือว่าลูกสาวมาเฟียตระกูลดังที่อายุไล่เลี่ยกับเกรย์มีอยู่หลายคนแต่ทำไมนายใหญ่แห่งแบล็กไลออนถึงเลือกคนที่เด็กกว่าเกรย์ตั้งเกือบสิบปี
"คนเล็กหมั้นกับไอ้เด็กซ์ ส่วนคนที่ต้องแต่งกับกูคือคนโต" เกรย์พูดจบก็กระแทกแก้วเหล้าลงกับโต๊ะเพื่อระบายอารมณ์
"งั้นก็ฉิบหายล่ะ"
คำพูดของริชแมนทำให้เกรย์สงสัย แค่ต้องแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ก็แย่พอแล้ว นี่เพื่อนรักที่เปรียบเสมือนสำนักข่าวเคลื่อนที่ถึงกับบอกว่าฉิบหายแสดงว่าผู้หญิงคนนี้คงไม่ธรรมดา
"ยัยคุณหนูไอร่านั่นเป็นที่เลื่องลือในหมู่วงสังคมเลยล่ะ ไม่มีใครอยากให้ลูกชายแต่งงานด้วยหรอกนะ พ่อมึงไม่ได้ลื่นล้มหัวฟาดพื้นใช่ไหม ถึงอยากได้ผู้หญิงคนนั้นเป็นสะใภ้น่ะ" ริชแมนลุกจากเก้าอี้ทำงาน เดินตรงมานั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้ามกับเพื่อน ดวงตาสดใสที่มีแววขี้เล่นอยู่ตลอดกำลังเปลี่ยนเป็นความสงสาร เมื่อรู้ว่าเพื่อนกำลังจะต้องเจอกับอะไร
"ทำไมวะ ยัยนั่นขี้เหร่หรือว่าชอบทำตัวเป็นนางร้ายในละคร" เกรย์เริ่มรู้สึกสงสัยว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นยังไงกันแน่ถึงทำให้เพื่อนเขาที่เป็นคาสโนว่าตัวพ่อรู้สึกแขยงมากขนาดนี้
"โง่! ยัยนั่นโง่แบบนางเอกในละครเลยล่ะ โง่แบบดาวพระศุกร์ที่โดนรังแกก็ยังบอกว่าไม่เป็นไร ขนาดที่คนด่าตรงๆ ต่อหน้านะ ยัยนั่นก็ยังยิ้มหวานพิมพ์ใจราวกับกำลังล่องลอยอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ กูถึงสงสัยไงว่าทำไมพ่อมึงถึงเลือกคนแบบนั้นมาให้มึง หรือว่าพ่อมึงคิดว่าคงไม่มีใครทนคนอย่างมึงได้เลยเลือกคนที่โง่ๆ ไว้ก่อน"
คำอธิบายยาวเหยียดของริชแมนทำให้เกรย์ถึงขั้นกุมขมับ ถ้าผู้หญิงคนนั้นโง่ขนาดที่ผู้ชายเจ้าชู้อย่างเพื่อนเขายังไม่อยากเข้าใกล้แล้วเขาจะทนอยู่กับคนแบบนั้นได้ยังไง
"หรือว่ามันจะถึงเวลาแล้ววะ" เกรย์นั่งกอดอกเอนตัวพิงโซฟานึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
"เวลาอะไรของมึงอีก หรือว่าปลงกับชีวิตแล้ว" ริชแมนถอนหายใจ ไม่รู้จะต้องเหนื่อยใจกับเรื่องไหนก่อนดี
"กูว่าจะลองไปที่มูนไลท์ดู ตอนนี้มันอาจจะถึงเวลาที่กูจะต้องใช้ปิ่นแล้วก็ได้" เกรย์มีท่าทีคิดหนัก ตั้งแต่ที่เขาได้ปิ่นเงินมาจากหญิงสาวปริศนาที่เรียกตัวเองว่า 'เลดี้' เมื่อห้าปีก่อนเขาก็เก็บไว้กับตัวมาตลอด เวลาที่ว้าวุ่นใจเขาก็มักจะนั่งมองปิ่นเงินอันนั้นและนึกถึงดวงตาสีเขียวน้ำทะเลที่สะท้อนกับแสงไฟ
"มึงกะจะสั่งฆ่าคุณหนูนั่นเลยเหรอวะ ยัยนั่นแค่โง่ไม่ได้ฆ่าใครตายแล้วก็ไม่ได้มีพิษมีภัยถึงขนาดต้องลงทุนใช่ปิ่นอันนั้นด้วย ถ้ามึงอยากกำจัดจริงๆ กูส่งคนไปอุ้มให้มึงก็ได้นะ จะทำให้ไม่เหลือร่องรอยในชีวิตมึงเลย" ริชแมนพูดทีเล่นทีจริงๆ เขารู้ดีว่าคนอย่างเกรย์แม้ว่าจะใจร้อนแต่ก็ไม่เคยฆ่าใครโดยไม่มีเหตุผล
"มึงจะบ้าหรือไง กูจะใช้ปิ่นเพื่อไปเจอเลดี้ต่างหาก" เกรย์โวยใส่เพื่อนเสียงดัง เมื่อได้ยินคำพูดประหลาดของเพื่อน
"กำลังพูดถึงเลดี้แห่งมูนไลท์กันอยู่เหรอครับ" คนที่เข้ามาใหม่เป็นเด็กหนุ่มที่เพิ่งจะอายุยี่สิบต้นๆ แต่มีความสามารถได้เป็นถึงผู้ช่วยของริชแมน
"ใช่! ไอ้หมาบ้านั่นมันจะไปขอเจอกับเลดี้" ริชแมนยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเพราะรู้ทันความคิดของเพื่อน
"จริงเหรอครับคุณเกรย์ คุณเคยเจอกับเลดี้ด้วยเหรอครับ แล้วจริงไหมครับที่เขาลือกันว่าเลดี้เป็นทั้งสวยทั้งเก่ง บุกเดี่ยวเข้าไปฆ่าคนในผับที่มีการ์ดอารักขาแน่นหนาแล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเลย" เรกกี้ผู้ช่วยของริชแมนเดินเข้ามานั่งข้างเกรย์ พร้อมกับเขย่าแขนเพื่อนเจ้านายด้วยความตื่นเต้น
เกรย์สะบัดแขนของเรกกี้ออกด้วยท่าทางรำคาญ ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด ทำไมเขาจะไม่รู้เรื่องที่เรกกี้พูดถึง ในเมื่อวันนั้นเขาเป็นคนช่วยหัวหน้าของมูนไลท์หนีตายออกมาจากผับแห่งนั้น และมารู้เรื่องทีหลังว่างานนั้นเป็นงานแรกหลังจากที่เลดี้ขึ้นรับตำแหน่งและเป้าหมายของงานนั้นก็คือบรรดาญาติพี่น้องที่จ้องตำแหน่งผู้นำของมูนไลท์
เธอรอจังหวะที่คนพวกนั้นมารวมตัวกันเพื่อวางแผนกำจัดเธอและบุกเดี่ยวเข้าไปกวาดเรียบจนไม่เหลือแม้แต่คนเดียว หลังจากเหตุการณ์นั้นก็ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาแย่งชิงตำแหน่งผู้นำกับเธออีกเลย
"เคยเจอบ้าอะไร เห็นแต่ลูกตาเรียกว่าเคยเจอเหรอ แล้วคิดว่าคนแบบนั้นจะยอมแต่งงานกับมึงหรือไง หรือว่ามึงมีความคิดชั่วๆ แบบใช้ปิ่นไปบังคับจิตใจให้เขามาแต่งงานกับมึง" ริชแมนตบโต๊ะเสียงดัง เขาได้แต่นึกโมโหตัวเองที่ไม่ยอมเลิกคบกับเพื่อนบ้าๆ แบบนี้สักที
"งั้นแบบพ่อกูเรียกว่าชั่วไหมวะ บังคับจิตใจให้กูแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักน่ะ" เกรย์มองหน้าเพื่อนด้วยสีหน้าจริงจังกับสิ่งที่เพิ่งจะถามออกไป
ริชแมนได้แต่กุมขมับ เหนื่อยใจที่จะต้องตอบคำถามเพื่อน คนอย่างเลโอคงอยู่เหนือคำว่าชั่วไปแล้วไม่งั้นก็คงจะขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟียที่ทรงอิทธิพลที่สุดไม่ได้ แต่จะให้พูดกับเพื่อนออกไปตรงๆ ว่าพ่อของเพื่อนชั่วแค่ไหน เขาก็พูดออกไปไม่ได้จริงๆ
"แต่งงาน! คุณเกรย์จะแต่งงานเหรอครับ จะแต่งกับเลดี้ด้วยเหรอครับ โธ่…คุณเกรย์ละเว้นเลดี้ของผมสักคนไม่ได้เหรอครับ" เรกกี้ทำสีหน้าวิงวอน ขอร้องให้เกรย์ล้มเลิกความคิด
"ไม่ใช่! แต่งกับคนอื่นเว้ย แล้วอะไรคือเลดี้ของมึง เขาไปเป็นของมึงตั้งแต่เมื่อไหร่" เกรย์ผลักหน้าของเรกกี้ที่ยื่นเข้ามาใกล้ด้วยความรำคาญ
"ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเลดี้เลยนะครับ ผมติดตามข่าวของเลดี้อยู่ตลอดเลย น่าเสียดายที่ตั้งแต่การกวาดล้างในครั้งนั้นเลดี้ก็ซ่อนตัวอยู่หลังม่านให้มือขวาอย่างบิชอปออกหน้าดูแลงานแทน" เรกกี้ประสานมือไว้ตรงอกทำสีหน้าเคลิบเคลิ้มเมื่อคิดถึงไอดอลในดวงใจ
"แล้วบิชอปนั่นมันใครอีกวะ" เกรย์ปวดหัวตึ้บเมื่อได้ยินชื่อที่ไม่คุ้นเคย
"มันเป็นโค้ดเนมไงครับ นักฆ่าก็ต้องมีโค้ดเนมเพื่อปกปิดตัวตนไง ตระกูลเอสเมอร์ของเลดี้เป็นเชื้อพระวงค์เก่าของประเทศเล็กๆ ทางตอนเหนือ ผู้นำของแก๊งมูนไลท์จึงเรียกว่าลอร์ดหรือไม่ก็เลดี้ไงครับ และในมูนไลท์ยังมีระดับผู้บริหารอีกสามคนคือ 'บิชอป' เป็นมือขวาที่ออกหน้าทำงานแทนเลดี้ 'ดอค' ดูแลกลุ่มที่ทำงานนักฆ่า แล้วก็ 'เดม' เป็นอัศวินที่ต้องอยู่ข้างกายเลดี้ตลอด แค่ฟังก็เท่มากแล้วใช่ไหมล่ะครับ"
สิ่งที่เรกกี้กำลังพรรณนาทำให้เกรย์ยิ่งปวดหัวหนักขึ้นกว่าเดิมแล้วยังมีท่าทางที่ดูล่องลอยราวกับหลุดไปยังมิติอื่นเวลาที่พูดถึงคนที่คลั่งไคล้ยิ่งทำให้เกรย์รู้สึกหมั่นไส้
"กูเคยบอกมึงแล้วว่าให้สนใจข้อมูลพวกนี้บ้าง เวลาไปออกงานหรือพบเจอผู้คนจะได้ไม่โง่" ริชแมนถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินไปยังโต๊ะทำงานของตัวเองเพื่อหาของอะไรบางอย่าง
"ว่าแต่คุณเกรย์จะแต่งงานกับใครเหรอครับ" เรกกี้กลับมาให้ความสนใจกับเรื่องของเกรย์อีกครั้งหลังจากหลุดออกจากโลกของเลดี้แล้ว
"ลูกสาวบ้านสุธิพสิษฐ์"
"คนเล็กเหรอครับ?"
เกรย์เพียงแค่ส่ายหน้าปฏิเสธเพราะขี้เกียจจะพูดตอบแล้ว
"คนโตเหรอครับ โอ้…สวรรค์! คุณเกรย์ช่างน่าสงสารซะจริงๆ" เรกกี้มองหน้าเกรย์ด้วยความเห็นใจ
คำพูดของเรกกี้ทำให้เกรย์ขมวดคิ้วอีกครั้ง ยัยผู้หญิงคนนั้นจะต้องเป็นคนแบบไหนกันนะถึงได้ไม่มีใครคิดที่จะแต่งงานด้วยมากขนาดนี้