โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โบว์เวียดนาม AI และสารพัดเรื่องราวที่สั่นสะเทือนวงการดีไซน์ในปี 2023

GroundControl

เผยแพร่ 10 ม.ค. 2567 เวลา 03.45 น. • จินต์จุฑา เกียรติวุฒินนท์

ปี 2023 ที่ผ่านมาของแต่ละคนเป็นยังไงกันบ้าง?

ไม่ว่าคำตอบจะดีหรือร้าย แต่ที่แน่ ๆ นี่ก็เป็นอีกปีที่เต็มไปด้วยเรื่องราวสนุก ๆ ที่เข้ามาสร้างสีสันให้ชีวิตของเรามีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะกับความเคลื่อนไหวในวงการดีไซน์ ทั้งภายในประเทศไทย และต่างประเทศ ที่กำลังเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่เทคโนโลยีสมัยใหม่และการตลาดในโลกดิจิทัลได้ก้าวเข้ามามีบทบาทต่อการเติบโตของแวดวงอย่างปฏิเสธไม่ได้

อย่างไรก็ดี ศีลธรรมและความเหมาะสมก็ยังคงเป็นเรื่องที่ยังโต้เถียงกันอีกยาว จนทำให้ปีที่ผ่านมาเต็มไปด้วยสารพัดสารพันเรื่องราว ทั้งน่าตื่นตาตื่นใจ และน่ากังวลกันตลอดทั้งปี

วันนี้ พวกเราชาว GroundControl จึงขออาสาทำหน้าที่มัดรวม 7 เรื่องราวที่สั่นสะเทือนวงการดีไซน์ในปี 2023 ที่จะพาเรากลับไปสำรวจความเป็นไปของหลากหลายแวดวงออกแบบตลอดทั้งปี …จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย!

เทรนด์การตลาดสุดไวรัลแบบ JACQUEMUS

เชื่อเหลือเกินว่า หลาย ๆ คนน่าจะเคยเห็นภาพของกระเป๋า JACQUEMUS รุ่น Bambino สีส้ม สีชมพู และสีน้ำตาล ที่มีขนาดใหญ่ยักษ์เท่าฝาบ้าน กำลังสัญจรไปตามถนนกลางกรุงปารีส จนดูไม่ต่างจากรถบัสในชั่วโมงเร่งด่วนผ่านหน้าฟีดบนโลกโซเชียลกันมาบ้าง

แต่ความจริงแล้ว เจ้ากระเป๋าไซส์บิ๊กเบิ้มนี้ไม่ได้ถูกผลิตขึ้นมาจริง ๆ แต่เป็นการสร้างสรรค์ภาพดิจิทัลสามมิติจากฝีมือของ Ian Padgham ศิลปินผู้เชี่ยวชาญในการผลิตวิดีโอสุดเซอร์เรียล เพื่อใช้ประกอบแคมเปญประชาสัมพันธ์กระเป๋ารุ่นดังกล่าวนั่นเอง

นอกจากแคมเปญดังกล่าวจะประสบความสำเร็จในระดับไวรัลจน JACQUEMUS ต้องปล่อยคลิปทำนองนี้ออกมาอีกหลายตัวแล้ว ยังมีอีกหลาย ๆ แบรนด์ดังที่นำเอารูปแบบการตลาดบนโลกออนไลน์เช่นนี้ไปต่อยอดจนได้ยอดไลค์ ยอดแชร์ไปไม่น้อยเช่นกัน

ยุคสมัยแห่งผู้อำนวยการสร้างสรรค์สายบันเทิง

ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่า 2023 คือปีที่มีการเปลี่ยนแปลงในแวดวงแฟชั่นโลกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับเหล่าดีไซเนอร์รุ่นใหญ่ที่ตัดสินใจโบกมือลาตำแหน่งผู้อำนวยการสร้างสรรค์ของแฟชั่นเฮาส์ที่อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขก้นมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็น Jeremy Scott กับ Moschino, Matthew Williams กับ Givenchy และ Sarah Burton กับ Alexander McQueen

แต่ในขณะเดียว นี่กลับเป็นปีทองสำหรับเหล่าแรปเปอร์ตัวจี๊ดที่ได้รับโอกาสให้ได้ก้าวขึ้นมาทำหน้าที่กุมบังเหียนของแบรนด์แฟชั่นของคนรุ่นใหญ่ ตั้งแต่ A$AP Rocky กับ PUMA x F1® ไปจนถึง Future กับ Lanvin Lab

แต่ที่เรียกเสียงฮือฮาได้มากที่สุดคงจะหนีไม่พ้นแรปเปอร์และโปรดิวเซอร์ระดับตำนานอย่าง Pharrell Williams ที่ไม่เพียงได้ขึ้นมาทำหน้าที่ผู้อำนวยการสร้างสรรค์ของแบรนด์ลูกเหมือนกับแรปเปอร์อีกสองคน แต่เป็นการได้รับเลือกให้ขึ้นมาทำหน้าที่สูงสุดในการดูแลเสื้อผ้าฝั่งผู้ชายของแบรนด์หรูระดับไฮเอนด์อย่าง Louis Vuitton

แม้พวกเขาจะมีสไตล์ที่โดดเด่น แถมแฟน ๆ ยังพร้อมใจกันร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จของคนบันเทิงเหล่านี้ที่มีโอกาสได้ก้าวขึ้นมาทำงานในอีกสายอาชีพ แต่ในขณะเดียวกัน เส้นทางการเป็นนักออกแบบแฟชั่นของพวกเขาก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะมันมาพร้อมข้อครหาว่า พวกเขาใช้ชื่อเสียงมาแย่งงานของนักออกแบบมืออาชีพที่ยังคงต้องดิ้นรนจากศูนย์

…ก็ต้องมาดูกันต่อไปว่า ในระยะยาว พวกเขาจะสามารถพิสูจน์ตัวตนและผลงานในเส้นทางนี้ได้มากน้อยแค่ไหน

กำเนิดนักออกแบบ AI คนแรกของโลก

ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงที่ดูจะไม่มีวันจบง่าย ๆ สำหรับของเรื่องของ AI กับแวดวงศิลปะและการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นลิขสิทธิ์ ศีลธรรม ข้อจำกัด การควบคุม รวมไปถึงความกังวลว่า ปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้จะถูกพัฒนาไปไกลกว่าการเป็นเพียง ‘เครื่องมือ’ ของมนุษย์ แต่กลายมาเป็น ‘คู่แข่ง’ ของมนุษย์แทน

แต่ไม่ว่าคุณจะมีความคิดเห็นอย่างไรกับประเด็นดังกล่าว ตอนนี้โลกของเราก็ได้มีนักออกแบบ AI คนแรกของโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!

ชื่อของเธอคือ Tilly Talbot นักออกแบบปัญญาประดิษฐ์จากฝีมือการสร้างสรรค์ของ Studio Snoop ที่เพิ่งถูกเปิดตัวไปที่งาน Milan Design Week ที่ผ่านมา โดยเธอถูกป้อนข้อมูลเรื่องแนวคิดและหลักการในการออกแบบของสตูดิโอสัญชาติออสเตรเลียแห่งนี้ ที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลางในการพัฒนา และยังให้ความสำคัญกับธรรมชาติอีกด้วย

ดังนั้น หน้าที่ของเธอจึงไม่ใช่การเข้ามา ‘แย่ง’ งานของนักออกแบบ แต่เป็นการ ‘ร่วมมือ’ กันสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ โดยมีเธอทำหน้าที่รีเช็ค และแนะนำความเป็นไปได้อื่น ๆ ที่มนุษย์อาจจะตกหล่นไปบ้างนั่นเอง

โบว์เวียดนามและสุนทรียะแบบ Coquette

ในขณะที่โลกแฟชั่นตะวันตกต่างกรีดร้องกับคอลเลกชันเสื้อผ้าและเครื่องประดับรูปโบว์สุดคิวต์โดยฝีมือการออกแบบของ Sandy Liang แบรนด์แฟชั่นรุ่นใหม่จากมหานครนิวยอร์ก แต่เราเชื่อเหลือเกินว่า ถ้าหากเราเดินไปถามสาว ๆ สายแฟฯ ในไทยว่าเห็นโบว์สุดตะมุตะมิเหล่านี้แล้วจะนึกถึงแบรนด์อะไร อาจจะมีเพียงไม่ถึงครึ่งเท่านั้นที่เลือก Sandy Liang เป็นคำตอบสุดท้าย เพราะดูยังไง๊ยังไงนี่มันก็คือ…

“โบว์เวียดนาม!!!”

น่าสนใจที่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แบรนด์จากฝั่งเวียดนามเริ่มก้าวเข้ามีบทบาทในวงการแฟชั่นของเอเชียมากขึ้น โดยเฉพาะกับแบรนด์ดังอย่าง FANCì CLUB, L Seoul และ She by Shj ที่มีส่วนสำคัญที่ทำให้โบว์ธรรมดา ๆ กลายมาเป็นโบว์เวียดนามที่โด่งดังไปไกล จนเหล่าเซเลบระดับ A-List ทั่วโลกต้องเฟ้นหามาสวมใส่

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นโบว์ของ Sandy Liang หรือโบว์เวียดนาม ต่างก็ได้รับอิทธิพลมาจากสุนทรียะแบบ Coquette ที่ว่าด้วยความน่ารักแต่เย้ายวนของเด็กสาววัยแรกรุ่นแบบในหนังสือ Lolita ของ Vladimir Nabokov สังเกตได้จากองค์ประกอบสำคัญในการออกแบบอย่างโบว์ ลูกไม้ ระบาย ไข่มุก ดอกไม้ รองเท้าบัลเลต์ ฯลฯ ซึ่งเราก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่าผู้คนจะยัง ‘อิน’ สุนทรียะแบบนี้ไปอีกนานเท่าไหร่ แต่ที่แน่ ๆ 2023 คือปีของ Coquette จริง ๆ !

ปีทองของอาร์ตทอยและสารพัดกล่องสุ่ม

ยังจำปรากฏการณ์ห้าง centralwOrld แตก จากการเปิดตัวแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในไทยของ Pop Mart เมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมาได้ไหม?

สื่อหลายสำนักรายงานว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2023 แบรนด์อาร์ตทอยสุดร้อนแรงจากจีนแบรนด์นี้มีรายได้แตะไปถึง 2,814 ล้านหยวน หรือเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดถึงกว่า 19.3% โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 535 ล้านหยวน หรือคิดเป็น 42.3% เลยทีเดียว

จริงอยู่ที่วงการอาร์ตทอยนั้นอาจไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับนักสะสมที่หลงใหลในความน่ารักของเหล่าคาแรกเตอร์ตัวจิ๋ว แต่ในอดีต อาร์ตทอยเหล่านี้ก็ยังมีราคาค่าตัวที่ค่อนข้างสูง รวมถึงการซื้อขายก็ยังจำกัดวงแคบอยู่ในเฉพาะกลุ่มคนที่สนใจเท่านั้น ในขณะที่ปัจจุบัน น้อง ๆ เหล่านี้กลับกลายเป็นของสะสมที่ใคร ๆ ก็เข้าถึงได้

สาเหตุของการเติบโตในครั้งนี้ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากความนิยมของอาร์ตทอยแบบกล่องสุ่มที่เปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสกับความลุ้นระทึกจากการ ‘จุ่ม’ แต่ละครั้งว่าจะ ‘เกลือ’ หรือไม่ แถมราคาต่อกล่องก็ยังไปไกลสุดแค่เพียงหลักร้อยเท่านั้น จนทำให้ศิลปินสายคาแรกเตอร์ทั้งไทยและเทศต่างแข่งกันปล่อยผลงานคอลเลกชันใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

งานอาร์ตสุดล้ำจากวงการ K-Pop

สำหรับแฟน ๆ ที่ติดตามเหล่าไอดอลจากประเทศเกาหลีใต้มาอย่างยาวนานแล้ว มันคงไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เราจะได้เห็นงานภาพล้ำ ๆ มิวสิกวิดีโอสุดแฟนซี หรือแพกเกจอัลบั้มแสนอลังการในวงการ K-Pop นักเพราะเป็นที่รู้กันว่า อุตสาหกรรมดนตรีจากแดนโสมเขาขึ้นชื่อเรื่องความเล่นใหญ่ จัดเต็ม มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

แต่สำหรับเหล่ามักเกิล (ศัพท์แสลงในวงการติ่ง หมายถึง คนทั่วไปที่ไม่ได้ติดตามวงการ K-Pop) ก็ต้องยอมรับจริง ๆ ว่า ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2022 ล่วงมาถึงตลอดทั้งปี 2023 มีวงไอดอลมากมายที่นำเสนองานอาร์ตอันแสนโดนเด่นจนไปเตะตาคนนอกด้อมอย่างพวกเขาให้เริ่มหันมาสนใจงานออกแบบจากทางฝั่งนี้กันมากยิ่งขึ้น

เริ่มตั้งแต่วง NewJeans กับการเปิดตัวเดบิวต์ด้วยอีพี NewJeans ที่นำสุนทรียะแบบ Y2K กลับมาชุบชีวิตให้โลดแล่นอีกครั้ง ทั้งในส่วนของการสไตลิ่งลุคแฟชั่นน่ารัก ๆ การออกแบบกราฟิก แพกเกจอัลบั้ม และสินค้า merchandise ที่ให้กลิ่นอายสไตล์ 2000s เต็ม ๆ

หรือล่าสุดกับ Red Velvet วงเกิร์ลกรุปห้าสาวที่แม้จะถูกจดจำจากงานภาพ ‘สวยหลอน’ ที่ไม่เคยทำให้แฟน ๆ ผิดหวังสักครั้ง แต่ในครั้งนี้สาว ๆ ก็ก้าวไปอีกขั้นกับการทำงานร่วมกับ Cho Gi-Seok ช่างภาพสายอาร์ตคนดังที่มีลายเซ็นอันเป็นเอกลักษณ์ ร่วมกันถ่ายทอดภาพคอนเซ็ปต์ของอัลบั้มเต็มชุดที่สามอย่าง Chill Kill จากสุนทรียะแบบวัฒนธรรมตะวันออกสุดดาร์ก จนสร้างเสียงฮือฮากันไปทั่วโลกอินเตอร์เน็ต รวมไปถึงแพกเกจอัลบั้มที่ถูกปล่อยออกมามากถึง 5 เวอร์ชัน แต่ก็ยังถูกออกแบบมาอย่างสวยงามและควรค่าแก่การเก็บสะสมทุกแบบ

ขึ้นสุด ลงสุดกับ BALENCIAGA และประเด็นอื้อฉาวที่ยังยิงยาวข้ามปี

จากแฟชั่นเฮาส์สุดสร้างสรรค์ที่มีผู้คนรอคอยที่จะได้เห็นคอลเลกชันใหม่ ๆ อยู่เสมอ สู่แบรนด์ที่โดนครหาว่าสนับสนุนการใคร่เด็กจากการใส่หลากหลายองค์ประกอบที่น่าสงสัยลงในภาพโปรโมทคอลเลกชัน Spring 2023 และแคมเปญ BALENCIAGA Gift Shop จนโดนผู้คนต่อต้านเป็นวงกว้าง

ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่า ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน แม้ BALENCIAGA ภายใต้การนำทีมของ Demna Gvasalia จะพยายามกู้ภาพลักษณ์ให้กลับมายิ่งใหญ่ดังเดิมอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถกลับมาทวงบัลลังก์แบรนด์แฟชั่นสายล้ำในพื้นที่สื่อได้เหมือนเช่นเคย

ใน Fall 2024 คอลเลกชันล่าสุดที่ทาง BALENCIAGA ไปจับมือกับ Erewhon ซูเปอร์มาร์เก็ตออร์แกนิกขวัญใจหนุ่มสาวชาวฮอลลีวูด โดยตั้งเป้าหมายจะ ‘back to basic’ หรือกลับไปสำรวจแก่นแท้ของการทำเสื้อผ้าอีกครั้ง จนได้ผลลัพธ์เป็นคอลเลกชันชุดลำลองสบาย ๆ เหมือนได้รับบทเป็นเซเลบในย่านเบเวอร์ลีฮิลส์ที่ออกไปวิ่งจ็อกกิ้งชิล ๆ ยามเช้า (แต่ยังแอบติดแกลมนิด ๆ) อย่างไรก็ดี คอลเลกชันดังกล่าวก็ยังไม่ได้สร้างเสียงฮือฮาอย่างที่เคย แม้จะเต็มไปด้วยไอเทมดึงดูดสายตามากมาย

ต้องมาจับตาดูกันว่า ก้าวต่อไปของ Gvasalia และ BALENCIAGA จะไปในทิศทางไหนในอนาคต

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...