โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

แถลงฆ่าโหดตัดมือแฟนสาว ค้นบ้านพบมีด-เขียง-คราบเลือด เร่งหามือ 2 ข้าง

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 05 มิ.ย. 2567 เวลา 12.52 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2567 เวลา 12.52 น. • AdminNews

จากเหตุสะเทือนขวัญกรณีพบร่างนักศึกษาสาวถูกฆาตกรรมอำพรางและนำศพทิ้งไว้ใต้ทางด่วนบางพูน ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี สภาพโดนตัดข้อมือขาดทั้ง 2 ข้าง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ล่าสุดเวลา 16.40 น. วันนี้ (5 มิ.ย.67)พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 แถลงความคืบหน้าคดีว่า หลังเกิดเหตุตำรวจใช้เวลา 2 ชม.จนทราบว่า ผู้ก่อเหตุชื่อนายธนากรณ์ อายุ 18 ปี อยู่ในหมู่บ้านย่านรังสิต ซึ่งผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือนางสาววรัญญา อายุ 18 ปี ได้คบหากันและอยู่ด้วยกันมา 3 ปีแล้ว ผู้ตายกับผู้ก่อเหตุคบกันมาตั้งแต่มัธยมซึ่งกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยราชภัฎด้วยกันทั้งคู่ โดยผู้ก่อเหตุอยู่ระหว่างรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลเพราะกินยาหวังฆ่าตัวตาย เบื้องต้นอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว

ทั้งนี้พล.ต.ท.จิรสันต์ กล่าวสรุปแถลงข่าวว่า เหตุสะเทือนขวัญพี่น้องประชาชนซึ่งผู้ก่อเหตุใช้ความรุนแรงพอสมควรซึ่งเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น.พ.ต.ต.หญิงอัจฉรา กระเตื้องงาน สว.สอบสวนสภ.ปากคลองรังสิต รับแจ้งพลเมืองดีพบร่างผู้เสียชีวิตถูกทิ้งที่เกิดเหตุหน้าอู่ช่างทัน เคาะปะผุ ใต้ทางด่วนอุดรรัถยา ม.4 ต.บางพูน อ.เมืองปทุมธานี ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งก็ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบผู้เสียชีวิตหญิง 1 ราย ถูกห่อด้วยผ้าปูเตียงสีเทา ถูกเข็มขัดหนังสีดำจำนวน 3 เส้น ของมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร พันไว้ 3 แห่งบริเวณบริเวณหัวเข่า เอว และลำคอ และพันด้วยไม้แขนเสื้อรัดที่บริเวณเอวและขา จากการเปิดผ้าออกพบมีผ้าขนหนูสีชมพูอีกผืนหนึ่งห่ออยู่ เบื้องต้นบาดแผลถูกปาดด้วยของมีคมที่ลำคอจนหลอดลมขาด ข้อมือทั้งสองข้างถูกตัดขาดตรวจสอบไม่พบในที่เกิดเหตุ ที่รักแร้ซ้ายหนีบดัมเบลสีฟ้าน้ำหนัก 3 กิโลกรัม ที่ขามีลูกตุ้มถ่วงน้ำหนักสีเขียวน้ำหนัก 2 กิโลกรัมวางอยู่

เบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6-8 ชม. และ 2 ชั่วโมงต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนทราบบ้านผู้ก่อเหตุและเข้าไปตรวจสอบและทราบว่าผู้ก่อเหตุกับผู้ตายได้คบกันมา 3 ปี แล้วและได้เข้ามาอยู่ด้วยกันที่หมู่บ้านแห่งนี้ประมาณ 1 ปีเศษ และได้สอบถามทางพี่ชายของผู้ก่อเหตุที่อยู่บ้านเดียวกันก็บอกว่าได้ยินเสียงทั้งคู่ทะเลาะกันประมาณตี 2 และก็เงียบไป ซึ่งจากการรวบรวมพยานหลักฐานพบว่าผู้ก่อเหตุได้นำศพผู้เสียชีวิตออกจากบ้านที่เกิดเหตุไปประมาณตี 5 และนำศพผู้เสียชีวิตไปทิ้ง ณ จุดเกิดเหตุ

จากนั้นก็กลับมาที่บ้านเกิดเหตุ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปพบก็พบว่าพี่ชายได้เข้าไปช่วยเหลือผู้ก่อเหตุ ซึ่งขณะนี้ผู้ก่อเหตุยังรักษาตัวอยู่ยังให้ปากคำไม่ได้ ซึ่งผู้ก่อเหตุเคยโดนคดีอนาจารต่อเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เมื่อปี 2565 ในพื้นที่ สน. คันนายาว และจากการตรวจสอบพบว่ามีประวัติการรักษาจิตเวชนานกว่า 1 ปี

ส่วนอวัยวะชิ้นส่วนมือที่ถูกตัดขาดไปของผู้เสียชีวิต ขณะนี้ยังไม่เจอซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พยายามตามหาชิ้นส่วนที่หายไป และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบที่เกิดเหตุก็พบคราบเลือดที่อยู่ในห้องน้ำจำนวนมาก มีมีดอีโต้ยาวประมาณ 1 ฟุตมีคราบเลือดติดอยู่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพบเขียงไม้ลักษณะกลมที่ใช้ในการหั่น และในส่วนของการตัดอวัยวะนั้น พี่ชายไม่ทราบเพราะห้องของพี่ชายกับห้องผู้ก่อเหตุนั้นอยู่ห่างกันและมีห้องแม่กั้นอยู่ ส่วนเรื่องการที่นำศพออกนอกหมู่บ้านนั้นผู้ก่อเหตุมีคีย์การ์ดเข้า-ออกหมู่บ้านอยู่แล้ว ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา/โยกย้ายอำพรางศพ

ส่วนพี่สาวของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาที่ สภ.ปากคลองรังสิต เพื่อให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนและบอกว่า น้องสาวเล่าให้ฟังว่าเมื่อสองสามเดือนที่ผ่านมาและน้องขอเลิกกับฝ่ายชาย แต่ฝ่ายชายไม่ยอมเลิกแล้วจับน้องมัดมือมัดเท้าแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น ฝ่ายชายกับน้องสาวเรียนที่เดียวกันตั้งแต่ ม.ปลาย พักอยู่บ้านเดียวกัน เขาไปทำงานร้านสะดวกซื้อ

ตนเองมาทราบข่าวหัวใจสลายไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ทะเลาะกันคือ น้องสาวจะขอเลิกมีปัญหาเรื่องชู้สาวแต่ผู้ชายไม่ยอมเลิกถ้าจะเลิกก็จะไม่ให้จากไปเป็นๆ จะเลิกก็ตาย น้องสาวโทรมาหาบอกว่าจะกลับอุตรดิตถ์ ตนเองบอกว่าถ้าจะกลับก็บอกด้วย น้องบอกเดียวคุยกับเขา(ผู้ก่อเหตุ)ก่อน ก็เคยแอบคิดว่ามันจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น แต่ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริง ส่วนตัวฝ่ายชายเองก็ยังมีคดีเก่าเรื่องทำร้ายร่างกายรอขึ้นศาลอยู่ตอนนี้ เคยเตือนน้องให้เลิกคบและที่ผ่านมาตนเคยได้ยินผู้ก่อเหตุเคยพูดว่า "รู้สึกตื่นเต้น ชอบได้ทำร้ายคน เขาอยากฆ่าคน"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...