โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มรดกสยาม ๓ สมัย BEM พาชมเอกสารล้ำค่าจารึกสยามแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 มิ.ย. 2567 เวลา 08.02 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2567 เวลา 12.25 น.

“Happy Journey with BEM 2024 มรดกสยาม ๓ สมัย” ผศ.ดร.พีรศรี โพวาทอง นำชมนิทรรศการ “เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม” แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ผู้ร่วมกิจกรรมรับข้อมูลเต็มอิ่ม-อยากให้จัดอีก

วันที่ 16 มิถุนายน 2567 บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้ให้บริการทางพิเศษและรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม, กรมศิลปากร, สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร ร่วมด้วย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

อาสาพาลูกค้าขึ้นรถไฟฟ้าเที่ยวงาน “มรดกสยาม ๓ สมัย” แกะรอยประวัติศาสตร์แบบอินไซด์ ‘ทวารวดี-สุโขทัย-อยุธยา’ เพื่อเป็นสื่อกลางพาลูกค้าขึ้นรถไฟฟ้าเที่ยวต่อเนื่องปีที่ 3 กับ “Happy Journey with BEM 2024 ในธีม มรดกสยาม ๓ สมัย” โดยงานจะจัดขึ้นตลอดระยะเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 14-16 มิถุนายน 2567 เวลา 09.00-20.00 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย

หนึ่งกิจกรรมไฮไลต์ของวันนี้ คือ Exclusive Talk & Walk ในการนำชมพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย 2567 เรื่อง “เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม” โดย “ผศ.ดร.พีรศรี โพวาทอง” อาจารย์ประจำภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

สำหรับ “เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม” เป็นนิทรรศการที่จัดขึ้นเพื่อมุ่งหวังให้ผู้คนทั่วไปได้เข้ามารู้จัก เรียนรู้ และตระหนักถึงคุณค่าของเอกสารสำคัญที่ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากรมากยิ่งขึ้น ผ่านการ ทัศนาเอกสารต้นฉบับทรงคุณค่าทั้งหมด 6 กลุ่ม ที่ล้วนแต่โดดเด่นทั้งในเชิงเนื้อหา รูปลักษณะของ เอกสาร และเทคนิคการผลิต ประกอบกับวัตถุจัดแสดงหลากหลายประเภทที่เกี่ยวเนื่องกับเอกสาร เหล่านั้น อันจะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและขยายภาพเอกสารต้นฉบับให้ชัดเจนมากขึ้น

โดยบรรยากาศระหว่างการนำชม ดำเนินไปอย่างเป็นกันเอง และมีผู้สนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ตลอดจนตั้งคำถาม เเลกเปลี่ยนความรู้ และข้อคิดเห็นต่าง ๆ กับ ผศ.ดร.พีรศรี อย่างต่อเนื่องจนจบกิจกรรม

ผศ.ดร.พีรศรี กล่าวว่า เอกสารและหลักฐานต่าง ๆ ที่นำมาจัดแสดงเป็นทรัพยากรของหอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ซึ่งมาจากหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาก่อนหน้า คือ “หอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร” ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยงานหอจดหมายเหตุนั้นมีมาตลอด โดยพระดำริของสมเด็จกรมพระยาดํารงราชานุภาพ ที่ให้รวบรวมเอกสาร สมุดไทย ภาพถ่าย และแผนที่ต่าง ๆ

กรมศิลปากรจึงได้รวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เคยอยู่ด้วยกัน แต่ถูกแยกไปยังหน่วยงานต่าง ๆ เนื่องจากการจัดเก็บและวิธีใช้งานที่ต่างกันมานำเสนอ ซึ่งมีทั้งเอกสารโบราณ เอกสารสมัยใหม่ และศิลปวัตถุของสำนักพิพิธภัณฑ์เพื่อให้มีสีสัน และชีวิตชีวา มากกว่าการเดินชมแค่แผ่นกระดาษ

ภายในพระที่นั่งพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน ได้ถูกออกแบบส่วนจัดแสดงด้วยวัสดุสีขาวเหมือนกระดาษ เพื่อสะท้อนถึงการเรียนรู้ด้านเอกสารและบันทึกที่เป็นสมบัติของชาติ ซึ่งสิ่งที่เก่าแก่ที่สุดคือศิลาจารึกหลักที่ 1 ในสมัยสุโขทัย ที่เป็นการจดบันทึกลงไปบนแผ่นหิน

โดยส่วนจัดแสดงจะเเบ่งออกเป็นทั้งหมด 6 โซน ประกอบด้วย จารจารึก บันทึกสยาม, แผนภูมิของแผ่นดิน, นิติสารเมื่อเพรงกาล เล่าขานประวัติศาสตร์ไทย, เมื่อแรกมีการพิมพ์, ต้นร่างสร้างเมือง เรื่องรองศิลปกรรม และด้วยความทรงจำอันงดงามและความคิดถึง

ผศ.ดร.พีรศรี กล่าว่า การจัดแสดงมีตั้งแต่การจดบันทึกบนศิลาจารึกไปจนเป็นสมุดไทยต่าง ๆ ตลอดจนแผนที่ ตราประจำจังหวัดซึ่งสะท้อนถึงการก่อรูปและรับรู้เรื่องภูมิศาสตร์และด้านประวัติศาสตร์ของประเทศเรื่อยมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์

โดยจะเห็นการอยู่รวมกันของหลักฐานเก่าและของใหม่ในตลอดการจัดแสดงทั้ง 6 โซน ซึ่งพยายามให้ผู้เข้าชมได้เห็นถึงความต่อเนื่องของภาษา และบันทึกในการบันทึกประวัติศาสตร์ของชาติ วรรณกรรม ตลอดจนสภาพสังคม ผ่านสื่อต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น ทั้ง 6 โซนผู้เข้าชมจะได้เห็นสมุดไทยทั้งดำและขาว ที่ทำจากกระดาษและเยื่อข่อย ซึ่งเกิดขึ้นหลังการบันทึกศิลาจารึก เป็นต้น

ผศ.ดร.พีรศรี ได้ยกตัวอย่างถึง สมุดไทยขาว “นันโทปนันทสูตรคำหลวง” วรรณคดีพุทธศาสนาในสมัยอยุธยา ซึ่งเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร (เจ้าฟ้ากุ้ง) ทรงพระนิพนธ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2279 ว่า จะเห็นความประณีต และความหลากหลายทางการใช้ภาษา

โดยมีอักษรสีแดงที่หมายถึงภาษาบาลี เนื่องจากต้นเรื่องเป็นคัมภีร์ทางศาสนา ส่วนสีดำเป็นตัวอักษรไทยย่อ ที่พระองค์ได้ทรงอรรถาธิบาย ด้วยลายมือที่ประณีต

นอกจากนี้ยังมีชื่อบุคคลสำคัญซึ่งใช้สีทอง สะท้อนให้เห็นถึงความประณีตและซับซ้อนในวิธีคิดของคนไทย และความต่อเนื่องของตัวอักษร ซึ่งอักษรไทยย่อได้ถูกใช้มาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

“จริง ๆ แล้วเรามีหลักฐานประเภทนี้เยอะกว่านี้มาก ๆ แต่ด้วยภัยสงคราม และความชื้น หรืออะไรต่าง ๆ ทำให้ถูกทำลายลงไปมาก และความยากอีกอย่างคือการทำสำเนา เช่น สมุดไทยที่มีการคัดลอกในปีแรกของกรุงรัตนโกสินทร์ ที่มีลักษณ์คล้ายชอล์กเขียนบนพื้นกระดาษสีดำ หากใช้มือจับก็แทบจะเลือนหายไป ดังนั้น ของที่มีค่ามาก จึงถูกสแกนคอมพิวเตอร์เก็บไว้”

นอกจากนี้ ในส่วนจัดแสดงยังมีการจัดแสดงแผนที่ ซึ่งมีความสำคัญมากในสมัยช่วงรัชกาลที่ 4 ที่ตะวันตกเริ่มเข้ามาล่าอาณานิคมในภูมิภาคนี้ โดยอุปกรณ์ที่สำคัญมากในการต่อสู้ คือ แผนที่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของภาครัฐด้วย ตลอดจนบริบทของการปฏิรูปการปกครอง และบริหารราชการแผ่นดินของรัชกาลที่ 5 ซึ่งจะนำไปสู่การตั้งมณฑลต่าง ๆ ในเวลาต่อมา

อีกไฮไลต์คือการจัดแสดง ประมวลกฎหมายตราสามดวง ซึ่งเป็นสมุดไทยขาวสมัยรัชกาลที่ 1 เกิดจากการนำกฎหมายเก่าในสมัยอยุธยามาชำระและเขียนขึ้นมาใหม่

ความสำคัญคือเป็นหมุดหมายของการศาลและการยุติธรรมของประเทศไทย นอกจากทางกฎหมายแล้วยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ด้วย เนื่องจากมีการพูดถึงชีวิตผู้คน สถาปัตยกรรม ภาษี ตลอดจนกฎมณเฑียรบาล และอื่น ๆ อีกมากมาย

ทั้งนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้จัดแสดงส่วนที่มีการประทับตราสามดวงให้ชมด้วย นั่นคือ ตราคชสีห์ ราชสีห์ และบัวแก้ว รวมทั้งพัดตราทั้งสามที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 มาจัดแสดงร่วมด้วย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต่อเนื่องตั้งแต่รัชกาลที่ 1 มาถึงรัชกาลที่ 5 และในปัจจุบัน กระทรวงกลาโหมก็ยังใช้ตราคชสีห์ และกระทรวงต่างประเทศก็ยังใช้ตราบัวแก้วอยู่เช่นกัน

อีกไฮไลต์ คือ สนธิสัญญาเบาว์ริงฉบับจริง ในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งส่งผลให้สยามได้เข้าสู่โลกการค้าเสรีในสมัยนั้น เดิมทีสนธิสัญญาเบาว์ริงฉบับจริง เก็บรักษาอยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนจะยกให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติดูแลต่อ นอกจากนี้ยังมีการสแกนฉบับจำลองอยู่ข้างกันให้ผู้เข้าชมได้อ่าน ตลอดจนสนธิสัญญอื่น ๆ ในประเภทเดียวกันให้ได้รับชมด้วย ผศ.ดร.พีรศรี กล่าว

อยากให้จัดอีก

ด้าน “นายยอดวิทย์ กาญจนการุณ” หนึ่งในผู้เข้าร่วมกิจกรรม กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า รู้สึกประทับใจมากที่ได้มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ ทั้งในส่วนของการบรรยายและการจัดแสดง

โดยวิทยากรสามารถอธิบายได้อย่างละเอียดและเน้นจุดสำคัญ ทำให้ได้เห็นถึงมุมมองของเอกสารโบราณ และเอกสารต่าง ๆ ซึ่งอยากให้จัดกิจกรรมในลักษณะนี้อีก

สำหรับการเดินทางมาร่วมงานที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ถือว่าสะดวกสบายมาก โดยตนเองได้นั่งรถไฟฟ้า MRT มาลงยังสถานีสนามไชย

ต้องขอขอบคุณ BEM ที่จัดกิจกรรมดี ๆ ในลักษณะนี้ และอยากให้จัดอีก เพราะเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวในรูปแบบตามเเนวเส้นทางรถไฟฟ้า ซึ่งสะดวกจริง ๆ

“แถบนี้หาที่จอดรถยาก เพราะฉะนั้นการที่เราได้นั่งรถไฟฟ้ามา มีระบบขนส่งสาธารณะ เป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ และสะดวกมาก ๆ” นายยอดวิทย์ กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มรดกสยาม ๓ สมัย BEM พาชมเอกสารล้ำค่าจารึกสยามแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...