โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะลึก ทำเลถนนบางนา-ตราด จากอดีตถึงปัจจุบัน คาดการณ์อนาคต

The Bangkok Insight

อัพเดต 31 ก.ค. 2567 เวลา 02.06 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2567 เวลา 02.05 น. • The Bangkok Insight

พื้นที่ทางทิศตะวันออกของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะทำเลถนนบางนา-ตราด มีการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงมีให้เห็นมาตั้งแต่ช่วง 20 ปีก่อนหน้านี้ และจนถึงปัจจุบันก็ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง และนับวันยิ่งเพิ่มศักยภาพของพื้นที่มากขึ้น

สำหรับปัจจัยสนับสนุนในอดีต อาจจะเป็นเรื่องของนิคมอุตสาหกรรม และการขยายของพื้นที่ที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นตามแหล่งงานที่เกิดจากนิคมอุตสาหกรรม การพัฒนาหรือการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ตามแนวถนนบางนา-ตราดในอดีต อาจจะเห็นได้ชัดเจนในพื้นที่ที่ไม่ไกลจากนิคมอุตสาหกรรม บางพื้นที่ตามแนวถนนบางนา-ตราด อาจจะแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลย

ทำเลถนนบางนา-ตราด

การเปลี่ยนแปลงในอดีต อาจจะอยู่ในพื้นที่ที่ไกลออกไป หรืออยู่ที่สี่แยกบางนา และข้ามไปช่วงกิโลเมตรที่ 3-4 แล้วก็อาจจะเลยออกไปแถวบางพลีในจังหวัดสมุทรปราการ ช่วงกิโลเมตรที่ 23-25 เพราะมีนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่

ส่วนพื้นที่อื่น ๆ อาจจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงบ้างในช่วงปี 2549 เพราะการเปิดให้บริการของสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิในปี 2549 ในช่วงกิโลเมตรที่ 16 และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิในปี 2550 ในช่วงกิโลเมตรที่ 26 ซึ่งมีผลต่อตลาดที่อยู่อาศัยในทั้ง 2 ทำเลต่อเนื่องอีกหลายปี

ปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ทางทิศตะวันออกของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวถนนบางนา-ตราด สามารถเห็นได้ชัดเจนตั้งแต่สี่แยกบางนา ไล่ไปตามแนวถนนบางนา-ตราดถึงช่วงประมาณกิโลเมตรที่ 15 เลยทีเดียว พื้นที่ที่เลยออกไปอาจจะเห็นการเปลี่ยนแปลงบ้างในบางพื้นที่หรือบางทำเล ทำเลที่เคยมีโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายก่อนหน้านี้ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา เริ่มมีโครงการใหม่ลดลง

การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ตามแนวถนนบางนา-ตราดในปัจจุบัน หรือช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีปัจจัยสนับสนุนที่แตกต่างจากในอดีต อีกทั้งยังมีการสนับสนุนจากภาคเอกชนที่มีการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และหลายโครงการยังคงอยู่ในช่วงการก่อสร้าง และมีกำหนดแล้วเสร็จในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน น่าจะเห็นได้ตั้งแต่ช่วงปี 2555 เป็นต้นมา โดยเฉพาะในทำเลหรือพื้นที่ที่อยู่รอบ ๆ จุดตัดของถนนบานาง-ตราด และถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก เพราะเมกาบางนา ศูนย์การค้าขนาดใหญ่เปิดให้บริการ ประกอบกับถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกหรือวงแหวนตะวันออก มีการขยายช่องจราจรจากเดิม 4 ช่องจราจรเป็น 6-8 ช่องจราจร ซึ่งเปิดให้บริการเต็มรูปแบบมาก่อนหน้านี้แล้วตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งมีผลให้พื้นที่ตามแนวถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก และถนนสายรองที่แยกออกไป กลายเป็นทำเลที่มีโครงการบ้านจัดสรรเกิดขึ้นมากมายจนถึงปัจจุบัน

จากนั้นการเกิดขึ้นของเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงตามแนวถนนศรีนครินทร์และต่อเนื่องมาถึงถนนบางนา-ตราดบ้างบางส่วนก็เป็นอีกปัจจัยสนับสนุนให้บางพื้นที่มีศักยภาพสูงขึ้น

ภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ เพียงแต่ไม่ใช่นิคมอุตสาหกรรมแบบในอดีตอีกแล้ว แต่เป็นโกดังสำเร็จรูปให้เช่า หรือโลจิสติกส์ แวร์เฮ้าส์ขนาดใหญ่ซึ่งมีทั้งแบบแบ่งพื้นที่เช่า แบบเช่าทั้งอาคาร และแบบก่อสร้างตามที่ผู้เช่าในระยะยาวต้องการ ซึ่งมีโครงการรูปแบบนี้เพิ่มขึ้นหลายโครงการในเวลาไม่นาน โดยเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนตั้งแต่ช่วงปี 2563 เป็นต้นมา และมีผลต่อความต้องการที่อยู่อาศัยในพื้นที่นี้อีกด้วย

พื้นที่ทำเลถนนบางนา-ตราด ในช่วงตั้งแต่สี่แยกบางนา ไล่มาถึงช่วงหลักกิโลเมตรที่ 15 มีโครงการอสังหาริมทรัพย์หลายรูปแบบที่รองรับการใช้ชีวิต และสนับสนุนให้พื้นที่นี้มีศักยภาพที่สูงขึ้นมีทั้งศูนย์การค้าขนาดใหญ่ 2 แห่ง ไฮเปอร์มาร์เก็ต และคอมมูนิตี้มอลล์อีกหลายแห่ง โรงเรียนนานาชาติหลายโรงเรียนซึ่งมีหลายระดับการศึกษา และหลายรูปแบบของระบบการศึกษาอีกมากกว่า 10 แห่ง มหาวิทยาลัยของรัฐบาลและเอกชนหลายแห่งก็ไม่ไกลจากพื้นที่นี้ โรงพยาบาลก็มีหลายแห่ง

นอกจากนี้ ยังมีอาคารสำนักงานใหม่ ๆ เกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อรวมพื้นที่เช่าของอาคารสำนักงานทั้งหมดแล้วก็ไม่ต่ำกว่า 1.75 แสนตารางเมตร และยังมีอาคารสำนักงานที่กำลังก่อสร้างอยู่อีกหลายอาคาร ซึ่งพื้นที่อาคารสำนักงานในทำเลนี้ในอนาคตมากกว่า 2 แสนตารางเมตรแน่นอน ถ้ารวมพื้นที่ใกล้เคียงบนถนนสุขุมวิทอีกก็ไม่ต่ำกว่า 3 แสนตารางเมตร คนที่เข้ามาทำงานในพื้นที่นี้และพื้นที่ต่อเนื่องตามแนวถนนสุขุมวิท และศรีนนครินทร์แต่ละวันไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคนแน่นอน

การเชื่อมต่อการเดินทางจากพื้นที่นี้ไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร ปริมณฑลและจังหวัดข้างเคียงอื่นๆ ก็ไม่ยากลำบาก เพราะนอกจากถนนบางนา-ตราด ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับถนนเส้นทางอื่น ๆ ได้สะดวก เช่น ถนนศรีนครินทร์ กิ่งแก้ว และสุขุมวิท เป็นต้น ยังมีทางพิเศษบูรพาวิถีที่สามารถใช้เดินทางไปชลบุรีได้ ถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกซึ่งปัจจุบันเชื่อมรอบกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลครบทุกทิศทางแล้ว อีกทั้งยังมีทางพิเศษสาย S1 หรือ ทางด่วนขั้นที่ 3 สายใต้ ตอน S1 ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) และยังไม่ไกลจากทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 หรือมอเตอร์เวย์ ซึ่งสามารถไปได้ถึงจังหวัดระยอง

การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในปัจจุบัน อาจจะยังไม่ได้สะดวกสบายแบบครบวงจร เพราะต้องใช้รถโดยสารประจำทางเพื่อไปต่อเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเหลือง และสายสีเขียว แต่ในอนาคตถ้าโครงการรถไฟฟ้ารางคู่ขนาดเบา หรือ Light Rail สายบางนา-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งอยู่ในแผนพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางราง ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระยะที่สอง (M-Map Phase 2) เกิดขึ้นจริง จะยิ่งเพิ่มศักยภาพของพื้นที่นี้ให้มากขึ้นไปอีก หรือโครงการรถไฟความเร็วที่เชื่อม 3 สนามบินและ EEC กับกรุงเทพมหานครเข้าด้วยกันเป็นรูปธรรม ก็ยิ่งเป็นผลดีให้กับพื้นที่ตามแนวถนนบางนา-ตราดในอนาคต เพราะเรื่องของการเดินทางและการขนส่งสินค้าต่าง ๆ จะสะดวกมากขึ้น แม้ว่าเส้นทางจะไม่ได้อยู่ในแนวถนนบางนา-ตราดก็ตาม

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อาจจะเริ่มมีโครงการบ้านจัดสรรที่เปิดขายในระดับราคาไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาทเปิดขายมากขึ้นในหลายทำเลรอบกรุงเทพมหานคร และในจังหวัดปริมณฑลที่ต่อเนื่องกับกรุงเทพมหานคร ซึ่งพื้นที่ตามแนวถนนบางนา-ตราดก็เป็นอีก 1 ทำเลที่มีโครงการระดับนี้เปิดขาย โดยเฉพาะพื้นที่เลยวงแหวนกาญจนาภิเษกไปแล้ว กลายเป็น 1 ในพื้นที่ที่มีโครงการบ้านจัดสรรราคาแพงเปิดขายมาต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีราคาขายไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท และได้รับความสนใจหรือมีการตอบรับจากกำลังซื้อในตลาดที่ดีมาก บางโครงการปิดการขายหรือมียอดจองมากกว่า 70% หลังจากเปิดขายแบบเป็นทางการไปไม่นาน

ทั้งนี้ มีผลให้มีโครงการบ้านจัดสรรราคาแพงเปิดขายต่อเนื่องมาโดยตลอดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ ช่วงก่อนปี 2564 อาจจะเปิดขายในระดับราคาเริ่มต้นที่ 10 ล้านบาทต่อยูนิตขึ้นไป แต่หลังจากปี 2565 เริ่มมีบ้านในโครงการจัดสรรที่เปิดขายในราคาไม่ต่ำกว่า 20-30 ล้านบาทต่อยูนิตบ้างแล้ว และมีคนให้ความสนใจไม่น้อย

เป็นที่คาดการณ์ในระยะยาวได้เลยว่า จะมีโครงการในระดับราคานี้เกิดขึ้นอีกแน่นอนในอนาคต และเป็นไปได้ที่จะมีโครงการบ้านจัดสรรที่มีราคาขายมากกว่า 20 ล้านบาทต่อยูนิตหรือมากกว่าเปิดขายใหม่มากขึ้น ซึ่งสุดท้ายแล้วอาจจะเป็นอีก 1 ทำเลของกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่มีบ้านราคาแพงเปิดขายมากต่อเนื่องในอนาคต

บทความโดย สุรเชษฐ กองชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ ดีเอ็นเอ จำกัด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...