โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดประวัติดาวสภาสุดเก๋า ท้าชนเพื่อไทย-ทักษิณ

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 25 ก.ค. 2567 เวลา 09.32 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2567 เวลา 09.32 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

ประวัติส่วนตัว

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เกิดเมื่อเดือน พฤษภาคม พ.ศ.2490 เป็นบุตรคนที่ 2 จากพี่น้องทั้งหมด 7 คน ของ ร.ต.ต. แฉล้ม อยู่บำรุง มารดาชื่อนางลั้ง อยู่บำรุง

จบการศึกษาจากชั้นประถม 4 จาก โรงเรียนวัดบางบอน จากนั้นได้ไปศึกษาต่อที่โรงเรียนวัดสิงห์ ในระหว่างที่ศึกษาได้อาศัยอยู่ที่วัดกำแพง ต่อมาได้เข้าโรงเรียนนายสิบทหารบก เหล่าสารวัตรทหาร สอบจบได้เป็นลำดับที่ 12 และในภายหลังได้เข้าศึกษาต่อที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จนสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี โท และเอก

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สมรสกับ นางลำเนา อยู่บำรุง ผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชน มีบุตรด้วยกัน 3 คน คือ ร.ต.ต อาจหาญ อยู่บำรุง, ร.ต.ต.วัน อยู่บำรุง และ พ.ต.ต. ดวง อยู่บำรุง

ประวัติด้านราชการตำรวจ

ร.ต.อ.เฉลิม เริ่มรับราชการในกรมสารวัตรทหารบก ก่อนถูกโอนย้ายเข้าเป็นตำรวจโดยใช้วิชายูโดเข้าเป็นผู้บังคับหมู่ในแผนก 5 กองกำกับการ 2 กองปราบปราม หรือหน่วยคอมมานโด ยศสิบตำรวจเอก ต่อมาได้สอบเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ดำรงตำแหน่งสารวัตรแผนก 4 กองกำกับการ 2 กองปราบปราม ตำแหน่งสารวัตรประเทศไทย

หลังจากนั้นได้ย้ายไปอยู่แผนก 5 กองกำกับการ 7 กองบังคับการปราบปรามดูแลยาเสพติดในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ก่อนจะย้ายกลับมาเป็นสารวัตรแผนก 4 กองกำกับการ 2 อีกครั้ง เข้าร่วมยึดอำนาจการปกครองร่วมกับกลุ่มทหารหนุ่ม ระหว่างวันที่ 1 – 3 เมษายน พ.ศ.2524 โดยนำกำลังตำรวจจำนวน 370 นาย เข้ายึดสถานที่สำคัญในกรุงเทพฯ แต่ไม่สำเร็จ ทำให้ถูกจับกุมข้อหากบฏและถูกปลดออกจากราชการ จากนั้นจึงได้เปลี่ยนเส้นทางสู่การเป็นนักการเมือง

ประวัติด้านการเมือง

พ.ศ. 2524 ร.ต.อ.เฉลิมได้ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมแทนตำแหน่งที่ว่าง ผลการเลือกตั้งปรากฏว่าได้ลำดับที่ 2 ทำให้นายพิชัย รัตตกุลหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชวนให้เข้าร่วมพรรคประชาธิปัตย์

พ.ศ.2526 ร.ต.อ.เฉลิม ได้ลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์และได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยแรก ได้รับตำแหน่งเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จากนั้นได้จดทะเบียนตั้งพรรคมวลชนในปี 2528 ต่อมาในปี 2529 ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคมวลชนและได้ที่นั่งในสภาฯจำนวน 3 ที่นั่ง โดยเป็นพรรคฝ่ายค้าน

พ.ศ. 2531 มีการเลือกตั้งโดยพรรคมวลชนได้ที่นั่งในสภาฯจำนวน 5 ที่นั่ง และได้เข้าร่วมรัฐบาล ร.ต.อ.เฉลิม ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

พ.ศ.2533 มรเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทุจริตคอรัปชั่นในรัฐบาลอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดความขัดแย้งกับกองทัพมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางความขัดแย้งดังกล่าวมีความกดดัน พลเอกชาติชายตัดสินใจปรับร.ต.อ.เฉลิมไปเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

พ.ศ.2534 คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือรสช.นำโดย พลเอกสุนทร คงสมพงษ์ ได้ทำรัฐประหาร อ้างว่ามีการทุจริตคอรัปชั่นของบรรดารัฐมนตรีร่วมรัฐบาลมีความพยายามทำลายสถาบันทหาร ทำให้ร.ต.อ.เฉลิมต้องลี้ภัยไปอยู่ที่ประเทศเดนมาร์ก

พ.ศ.2535 ร.ต.อ.เฉลิมจึงได้เดินทางกลับประเทศและลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ได้คะแนนเป็นลำดัยที่ 4 จากนั้นได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. และพรรคมวลชนได้ที่นั่งในสภาฯจำนวน 4 ที่นั่ง

พ.ศ.2538 สมาชิกพรรคมวลชนได้รับการเลือกตั้งจำนวน 3 ที่นั่ง ร.ต.อ.เฉลิมได้รับการโปรดเกล้าให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

พ.ศ. 2539 สมาชิกพรรคมวลชนได้รับการเลือกตั้งจำนวน 2 ที่นั่ง ร.ต.อ.เฉลิมได้รับการโปรดเกล้าให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

พ.ศ.2544 สมาชิกพรรคมวลชนได้ยุบรวมเข้ากับพรรคความหวังใหม่ ต่อมาพรรคความหวังใหม่ได้ยุบรวมกับพรรคไทยรักไทย ในปี พ.ศ.2545 ร.ต.อ.เฉลิมมีความขัดแย้งกับสมาชิกบางกลุ่มในพรรคไทยรักไทย และออกจากพรรคแล้วลงสมัครเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2547 แต่ได้คะแนนเป็นอันดับที่ 4

ระหว่าง พ.ศ.2548 – พ.ศ.2550 ร.ต.อ.เฉลิมได้พักจากการเมือง ไปเรียนหลักสูตรดุษฎีบัณฑิต สาขานิติศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนจะกลับเข้าสู่แวดวงการเมืองอีกครั้งโดยตัดสินใจเข้าร่วมกับพรรคพลังประชาชน เนื่องจาก ดร.ทักษิณ ได้ชวนเข้าร่วมงานทางการเมืองกับพรรคพลังประชาชน

พ.ศ.2550 ร.ต.อ.เฉลิมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนลำดับที่ 2 ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก่อนที่จะย้ายไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แต่หลังจากนั้นไม่นานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติให้ยุบพรรคพลังประชาชนเนื่องจากกรณีทุจริตการเลือกตั้ง เมื่อพรรคพลังประชาชนถูกยุบ สมาชิกของพรรคจึงได้มาตั้งพรรคการเมืองใหม่ชื่อพรรคเพื่อไทย

พ.ศ.2552 ที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยมีมติเลือก ร.ต.อ.เฉลิม เป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคและประธานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่คล้ายกับผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

พ.ศ.2554 พรรคเพื่อไทยได้รับการเลือกตั้งมากที่สุดและสามารถจัดตั้งรัฐบาล โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ร.ต.อ.เฉลิม ได้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี โดยได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่อมาในปี พ.ศ. 2556 ร.ต.อ.เฉลิม ถูกปรับให้ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

พ.ศ.2556 ร.ต.อ.เฉลิมได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้กำกับการปฏิบัติงานของหัวหน้าผู้รับผิดชอบและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในสถานการณ์ฉุกเฉินตามคําสั่งนายกรัฐมนตรีที่พิเศษ

พ.ศ.2557 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุงพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีรักษาการ จากการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ นำไปสู่วิกฤติการณ์ทางการเมืองและการยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

พ.ศ.2562 พรรคเพื่อไทยไม่ได้ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ทำให้ ร.ต.อ.เฉลิม ไม่ได้กลับเข้ามาเป็น สส. จากนั้นในการเลือกตั้งปี 2566 ร.ต.อ.เฉลิม ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แต่ไม่ได้รับการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี

ล่าสุด พ.ศ.2567 ร.ต.อ.เฉลิม ได้กลับมามีข่าวอีกครั้งจากความขัดแย้ง ท้าให้พรรคเพื่อไทยขับตนออกจากพรรค และบอกว่าตนเองจะขอใช้เอกสิทธิ์ สส.อภิปรายอย่างอิสระคนเดียว ไม่ได้ท้า แต่พร้อมทำงานในสภาฯ หากมีประเด็นที่น่าสนใจก็พร้อมจะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลด้วย นอกจากนี้ยังบอกอีกว่าไม่เห็นด้วยกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เชื่อว่าโครงการจะไม่สำเร็จหรืออาจจะมีหลายส่วนที่ต้องมีการสอบสวนในทางคดีด้วย พร้อมบอกประโยคเด็ด ทุกคนพกปืนคนละกระบอกอยู่ข้างหลัง พรรคร่วมรัฐบาลที่พกปืนคนละกระบอกแต่เป็นปืนพลาสติก รอคนพลาด!

อ้างอิง : สถาบันพระปกเกล้า, วิกิพีเดีย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...