โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เกษตรกรเมืองระยอง ขายผลสด-แปรรูปสับปะรด ปีละ 100 ตัน ฟันรายได้หลักแสนต่อเดือน

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 04 มิ.ย. 2567 เวลา 10.28 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2567 เวลา 03.00 น.

ในช่วงที่สถานการณ์โลกไม่แน่นอน ทั้งสงครามและโรคระบาด ทุกอาชีพที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด ในครั้งนี้ขอพูดถึงอาชีพเกษตร ที่ได้รับผลกระทบทั้งในด้านปัจจัยค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าอาหารสัตว์ ที่ต่างพร้อมใจกันขึ้นราคา สวนทางกับรายได้ที่ต่ำลง เพราะราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำ มองไม่เห็นทุน ไม่เห็นกำไร ทางออกเบื้องต้นที่พอจะทำให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ก็คงจะหนีไปพ้นการทำเกษตรสมัยใหม่ หันมาปลูกพืชผสมผสานให้มากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยง รวมถึงการลด ละ เลิก การใช้สารเคมี แล้วมาพึ่งธรรมชาติให้มากขึ้น และที่ขาดไม่ได้เลยคือปรับปรุงต่อยอดการตลาด เพิ่มช่องทางการขายสินค้าจากที่เคยขายผ่านพ่อค้าคนกลางเพียงอย่างเดียว ก็อาจจะต้องปรับมาขายในช่องทางออนไลน์และขายหน้าร้านเองมากขึ้น หรือการแปรรูปก็นับเป็นทางออกที่ช่วยให้เกษตรกรหลายรายเอาตัวรอดและได้ดิบได้ดีกับวิธีการนี้ กลายเป็นเกษตรกรที่ไม่มีหนี้ เป็นเกษตรกรที่มีความสุข เพราะไม่ต้องกังวลกับปัญหาสินค้าล้นตลาดหรือสินค้าราคาตกต่ำอีกต่อไป

คุณจณิกาญจน์ รัชภูมิพิพัฒน์ หรือ พี่อ้อ เจ้าของไร่บ้านอ้อ ตั้งอยู่เลขที่ 39/2 หมู่ที่ 2 ซอยเขาระฆัง ตำบลตาสิทธิ์ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง อดีตพนักงานบริษัทเอกชน ลาออกมาทำไร่ต่อจากพ่อแม่ที่วางมือแล้ว เปลี่ยนจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวคือ มันสำปะหลัง มาเป็นสวนผสมผสาน ปลูกปาล์มน้ำมัน ยางพารา สับปะรด ในขณะที่มันสำปะหลังก็ยังคงอยู่ แต่ลดพื้นที่การปลูกให้น้อยลง

**ปลูกสับปะรดหลากสายพันธุ์

เพื่อศึกษาช่องทางการตลาด**

พี่อ้อ บอกว่า หลังจากที่ตนเองลาออกจากงานประจำ จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลากว่า 9 ปี ที่ได้เข้ามาเป็นเกษตรกร โดยเลือกปลูกสับปะรดสร้างรายได้หลัก เนื่องจากสภาพดิน สภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมกับการปลูกสับปะรด รวมถึงตลาดโรงงานรับซื้ออยู่ไม่ไกลจากไร่มากนัก ทำให้ตัดสินใจเลือกปลูกสับปะรดได้ไม่ยาก

ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกสับปะรดประมาณ 100 ไร่ แบ่งปลูกเป็นแปลง แปลงละ 2-20 ไร่ โดยสายพันธุ์ที่ปลูกมีพันธุ์ปัตตาเวีย (ศรีราชา), พันธุ์ทองระยอง และพันธุ์เอ็มดีทู

สับปะรดแต่ละสายพันธุ์จะมีจุดเด่นจุดด้อยที่แตกต่างกันออกไป ที่ไร่บ้านอ้อใช้ทำการตลาดคือ พันธุ์ทองระยอง เป็นพืช GI ของจังหวัดระยอง มีรสหวานอมเปรี้ยวนิดๆ ถ้าสุกคาต้นรสชาติจะหวานจนเกือบไม่รู้สึกถึงความเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ใครกินก็ติดใจ ซึ่งประสบการณ์ที่คลุกคลีกับสับปะรดมานานเกือบ 10 ปี ทำให้มั่นใจได้ว่า สับปะรดที่อร่อยที่สุดคือ ผลที่แก่จัดคาต้น ในแต่ละปีสามารถผลิตสับปะรดได้ประมาณ 100 ตัน รวมทุกสายพันธุ์ที่ปลูก

เทคนิคการปลูกสับปะรดให้โดนใจลูกค้าเบื้องต้น

เจ้าของอธิบายถึงเทคนิคการปลูกสับปะรดต่อว่า การปลูกสับปะรดให้ดีต้องเริ่มจากการไถเตรียมดินให้ลึก เตรียมดินให้ดี คัดต้นพันธุ์ให้เสมอกัน ปลูกในระยะห่างระหว่างต้นที่เหมาะสม ใส่ปุ๋ยให้พอดี เน้นว่าให้สับปะรดสุกจัดค่อยเก็บผลขาย เพื่อให้รสชาติที่ดีสุดตามสายพันธุ์

โดยปกติแล้วสับปะรดจะออกผลได้ตลอดทั้งปี ปลูกแบบอาศัยน้ำฝนธรรมชาติ แต่ถ้าผลผลิตออกในช่วงฝนแล้งจะต้องให้ระบบน้ำเพิ่มเติม อย่างปีนี้ผลผลิตของที่ไร่จะเริ่มออกตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ยังมีไม่ตลอดเนื่องจากปีที่แล้วมีปัญหาเรื่องแรงงานจึงปลูกได้น้อย แต่ดีตรงมีเครือข่าย ถ้ามีลูกค้าสนใจก็สามารถติดต่อเครือข่ายที่มีผลผลิตให้ได้

อุปสรรคสำคัญในการปลูกสับปะรด

  • ปัญหาแรงงาน การปลูกสับปะรดเกือบทุกขั้นตอนต้องใช้แรงงาน ในตอนนี้ยังไม่มีเครื่องจักรกลทางการเกษตรที่มาใช้ทดแทนแรงงานคนในการหักหน่อหรือปลูกแทนคนได้ ที่ไร่จะแก้ไขโดยการปลูกเป็นแปลงเล็กๆ ใช้คนน้อย แต่ปลูกเรื่อยๆ ตลอดทั้งปี
  • ปัญหาของพืชทุกชนิดคือปุ๋ยที่มีราคาแพง ต้องปลูกให้น้อยลง และปรับลดการใช้สารเคมี เพิ่มการใช้ปุ๋ยหมักเองให้มากขึ้น โดยที่ไร่จะใช้ปุ๋ยหมักในขั้นตอนการปลูก แต่การลดปุ๋ยระหว่างให้ผลผลิต จะลดจากการใช้ปุ๋ยเม็ด เป็นปุ๋ยน้ำพ่นใบ ให้ปุ๋ยหมักบ้าง ทำให้ไม่เสียรสชาติ เพราะให้ตอนเมื่อผลสุกเต็มที่คาต้น รสชาติที่ได้เป็นไปตามสายพันธุ์
  • สับปะรดเป็นพืชที่ออกผลได้ตลอดทั้งปี แต่จะมีช่วงพีกมากๆ คือช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน จะเป็นช่วงที่สับปะรดออกเองมากที่สุด ราคาถูกที่สุด แต่ก็เป็นช่วงที่อร่อยที่สุด ออกมาชนกับทุเรียน ทำให้เกิดปัญหาล้นตลาด ที่ไร่ก็จะพยายามไม่ให้สับปะรดออกช่วงนั้น แต่ในบางครั้งก็ไม่สามารถฝืนธรรมชาติได้

**เพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูป

“น้ำสับปะรดสกัดเย็น”**

ที่ไร่บ้านอ้อ จะเน้นใช้สับปะรดทองระยองเป็นสายพันธุ์หลักในการแปรรูป เนื่องจากสีเข้ม รสจัด แปรรูปออกมาได้สีสวยและอร่อยกว่าสายพันธุ์อื่นๆ และอีกปัจจัยคือ พันธุ์ทองระยองเป็นพันธุ์กินสด โรงงานไม่รับซื้อ โดยผลิตภัณฑ์หลักที่ไร่แปรรูปจะเป็นไอศกรีมสับปะรด กับน้ำสับปะรดสกัดเย็น 100 เปอร์เซ็นต์ ทำส่งให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนใกล้ๆ หรือในบางช่วงที่มีเวลาเหลือก็จะทำข้าวเกรียบสับปะรดขึ้นมาขายสร้างรายได้เพิ่มเติม

ในครั้งนี้จะมาแนะนำสูตรการทำ “น้ำสับปะรดสกัดเย็น” แบบง่ายๆ แต่อร่อย ทำกินได้ ทำขายดี

  • เลือกสับปะรดทองระยองที่สุกเต็มผล
  • ปอกเปลือกสับปะรดออก แล้วหั่นเป็นชิ้นๆ
  • นำสับปะรดที่หั่นเสร็จแล้วไปใส่เครื่องคั้นผลไม้สกัดเย็น
  • เติมเกลือลงไปครึ่งช้อนชาต่อน้ำสับปะรด 1 ลิตร คนให้เข้ากัน
  • บรรจุใส่ขวดแช่เย็นพร้อมดื่มหรือใส่แก้วเติมน้ำแข็งพร้อมเสิร์ฟ

**แบ่งสัดส่วนการตลาดให้ชัดเจน

ตัวช่วยผ่านพ้นทุกวิกฤต**

ในส่วนของปัญหาด้านการตลาด พี่อ้อ บอกว่า ในตอนที่ตนเองปลูกสับปะรดพันธุ์ทองระยองครั้งแรก ขายไม่เป็นเลย และไม่รู้ด้วยว่าสับปะรดจะสุกเมื่อไหร่ กว่าจะรู้ตัวอีกทีสับปะรดก็สุกทั้งแปลงแล้ว ต้องแก้ปัญหาด้วยการเอาไปฝากเพื่อน ฝากผู้ใหญ่ที่นับถือ รวมถึงพ่อกับแม่ช่วยกันเอาไปขายที่ตลาด ซึ่งผลจากการที่นำเอาไปขายที่ตลาดทำให้ได้ลูกค้าประจำกลับคืนมา และทำให้ได้พบคำตอบอีกข้อว่า “สับปะรดที่สุกคาต้นเป็นช่วงที่อร่อยที่สุด” และสามารถอยู่ได้นานกว่าพันธุ์ศรีราชา โดยจะนำเอาส่วนของผลที่สุกเกินไป นำมาคั้นน้ำสกัดเย็นใส่ขวด จะได้น้ำสับปะรดที่อร่อยมากๆ ทำให้น้ำสับปะรดสกัดเย็นกลายเป็นสินค้าหลักของบ้านอ้อไปโดยปริยาย

และก็มาถึงวิกฤตใหญ่ระดับโลกคือสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ไร่ก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่น้อย ตลาดทุกตลาดปิดหมด ลูกค้าจากต่างจังหวัดยกเลิกออร์เดอร์สินค้าทั้งหมด ที่ไร่ต้องปรับตัวเอาตัวรอดด้วยการขายออนไลน์ 100 เปอร์เซ็นต์ ด้วยการโพสต์ผลผลิตทุกรูปแบบที่สวนมี ทั้งผลสด แปรรูป ลงในเฟซบุ๊ก : ไร่บ้านอ้อ สับปะรดผลสด กระแสตอบรับดีมาก ทั้งเพื่อนๆ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ เข้ามาซื้อแล้วแชร์ต่อออกไป ทำให้ผลผลิตขายหมดและยังช่วยคนอื่นขายได้ด้วย

กลายเป็นประสบการณ์ที่ทำให้แข็งแกร่งจากการเอาปัญหาที่พบเจอในแต่ละวันมาพัฒนาต่อยอดด้วยการแบ่งสัดส่วนการตลาดอย่างชัด คือ 1. สับปะรดพันธุ์ศรีราชา ขายส่งโรงงาน 2. สับปะรดทองระยอง ขายส่งให้แม่ค้า 50 เปอร์เซ็นต์ ขายปลีกลูกค้านัดรับ และออกบู๊ธงานต่างๆ 20 เปอร์เซ็นต์ ราคาขายส่งกิโลกรัมละ 7-12 บาท ถ้าเป็นไซซ์จิ๋ว ราคาลูกละ 3 บาท 3. ขายออนไลน์ 20 เปอร์เซ็นต์ ขายออนไลน์เป็นกล่อง กล่องละ 220, 350, 450 บาท และ 4. แปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม 10 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ในแต่ละเดือนสามารถสร้างรายได้จากการขายสับปะรดเฉลี่ยเดือนละประมาณ 100,000-200,000 บาทก่อนหักค่าใช้จ่าย

“ปัจจุบันการตลาดของที่ไร่อยู่ตัวแล้ว เป็นเพราะการปรับตัวไปตามสถานการณ์ไม่หยุดนิ่งรอปัญหา แต่เป็นการวิ่งไปให้ไกลจากปัญหา ปลูกและบังคับผลให้ออกเท่าที่จะสามารถขายได้ มีฐานลูกค้าที่เป็นแม่ค้า มีลูกค้าออนไลน์ที่สั่งประจำ มีลูกค้าที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมใกล้บ้าน แล้วก็มีออกบู๊ธที่หน่วยงานต่างๆ จัดให้เป็นครั้งคราว มีไม่มาก แต่สับปะรดเราก็ไม่เหลือทิ้ง มีรับจากสวนเครือข่ายช่วยกันขายได้บ้าง และในบางครั้งก็มีวางขายที่ตลาดจริงใจของท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ห้างแม็คโครก็ให้โอกาสไปขายด้วย แต่ด้วยปัญหาแรงงานปีที่แล้ว ทำให้ไม่มีผลผลิตไปส่งได้อย่างต่อเนื่อง ในอนาคตจะมีสับปะรดทองระยองวางขายในห้างแม็คโครอีกแน่นอนค่ะ”

แนะเกษตรกรชาวสวนสับปะรด

สำหรับเกษตรกรชาวสวนสับปะรดที่ปลูกมานานแล้ว มีต้นทุนที่ดีกว่า ด้านความรู้ ประสบการณ์ เครื่องมือ หน่อพันธุ์ ต้องปรับตัวไปตามสถานการณ์ ถ้าลดการผลิตน้อยลงก็ต้องเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้น หาตลาดที่ได้ราคามากขึ้น ปัจจุบันมีช่องทางการขายมากขึ้น ถ้าเราทำให้อร่อย ขายเองได้ จะได้ราคากว่าขายส่ง ลูกค้าได้สับปะรดที่อร่อย แล้วเขาจะกลับมาซื้ออีก คนปลูกได้ราคาที่น่าพอใจ จะทำให้มีลูกค้าต่อเนื่อง และประเด็นสำคัญคือการแปรรูปให้ได้ เพราะนอกจากการเพิ่มมูลค่าแล้ว ยังช่วยยืดอายุ ส่งทางไกลได้สะดวก เพิ่มกลุ่มลูกค้าได้อีกมากมาย” พี่อ้อ กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามรายละเอียดการปลูกและแปรรูปสับปะรดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร. 083-782-6993 หรือติดต่อได้ที่ช่องทางเฟซบุ๊ก : ไร่บ้านอ้อ สับปะรดผลสด

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ.2565

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เกษตรกรเมืองระยอง ขายผลสด-แปรรูปสับปะรด ปีละ 100 ตัน ฟันรายได้หลักแสนต่อเดือน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.technologychaoban.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...