โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จักคาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่ ‘คำพูดคือกฎหมาย’ และอยู่เบื้องหลัง ‘แกนแห่งการต่อต้าน’

THE STANDARD

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
รู้จักคาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่ ‘คำพูดคือกฎหมาย’ และอยู่เบื้องหลัง ‘แกนแห่งการต่อต้าน’

สื่อทางการอิหร่านยืนยันการเสียชีวิตของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ในเช้าวันนี้ (1 มีนาคม) หลังถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีร่วมเพื่อโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการอิหร่าน โดยมีเขาเป็นเป้าหมายหลัก

คาเมเนอี เป็นหนึ่งในบุคคลที่ทรงอำนาจมากที่สุดในตะวันออกกลาง และปกครองอิหร่านมายาวนานถึง 36 ปี โดยเป็นแกนหลักในการยืนหยัดต่อต้านแรงกดดันจากชาติตะวันตกและอิสราเอลมานานหลายทศวรรษ

ภายใต้การนำของเขา อิหร่านที่แม้จะเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และชาติตะวันตก ยังสามารถขยายอิทธิพลอย่างกว้างขวาง โดยมีเครือข่ายกลุ่มติดอาวุธในหลายประเทศเป็นพันธมิตร และถือเป็นหนึ่งในมหาอำนาจของภูมิภาคที่น่าเกรงขาม

อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตของคาเมเนอี เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อิหร่านอ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ขึ้นครองอำนาจในปี 1989 เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำอย่างหนักจากการคว่ำบาตร ขณะที่เกิดการประท้วงต่อต้านจากประชาชนจำนวนมากทั่วประเทศตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา จนทำให้เกิดการปราบปรามอย่างรุนแรง และคร่าชีวิตผู้ประท้วงไปหลายพันคน

สิ่งที่หลายคนอยากรู้ คือบทบาทและความสำคัญของคาเมเนอี ต่ออิหร่านนั้นมากมายแค่ไหน ตัวตนของเขาเป็นอย่างไร และใครจะก้าวขึ้นมาแทนเขาหลังจากนี้?

เส้นทางสู่อำนาจ

คาเมเนอี เกิดที่เมืองมาชาด ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน ในเดือนเมษายน ปี 1939 โดยความศรัทธาทางศาสนาของเขาชัดเจนตั้งแต่เข้าเป็นนักบวชเมื่ออายุ 11 ปี เขาศึกษาเล่าเรียนในอิรักและในเมืองกอม เมืองหลวงทางศาสนาของอิหร่าน

บิดาของคาเมเนอี เป็นนักวิชาการศาสนาเชื้อสายอาเซอร์ไบจาน โดยเป็นนักบวชหัวอนุรักษ์นิยมที่ต่อต้านการผสมผสานระหว่างศาสนากับการเมือง ขณะที่คาเมเนอี ดูจะเป็นนักบวชหัวก้าวหน้าที่สนับสนุนอุดมการณ์ปฏิวัติอิสลาม

ในปี 1963 คาเมเนอี วัย 24 ปี ถูกจำคุกเป็นครั้งแรก หลังถูกจับกุมในข้อหาทำกิจกรรมทางการเมือง โดยข้อมูลจากชีวประวัติอย่างเป็นทางการ ระบุว่าเขาถูกจำคุกเป็นเวลา 10 วันในเมืองมัชฮัด และถูกทรมานอย่างรุนแรง

หลังจากการล่มสลายของพระเจ้าชาห์ กษัตริย์องค์สุดท้ายของอิหร่าน คาเมเนอีได้ดำรงตำแหน่งหลายตำแหน่งในสาธารณรัฐอิสลาม โดยในการดำรงตำแหน่งรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เขาได้ใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และเป็นบุคคลสำคัญในสงครามระหว่างอิหร่านกับอิรัก ปี 1980-1988 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปประมาณ 1 ล้านคน

ด้วยทักษะความสามารถในการพูดที่ดึงดูดใจผู้คน เขาได้รับการแต่งตั้งจากอยาตอลเลาะห์ โคมัยนี ผู้นำคนแรกของอิหร่านหลังปฏิวัติอิสลาม ให้เป็นผู้นำพิธีละหมาดวันศุกร์ในกรุงเตหะราน

เขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูงอย่างรวดเร็ว โดยได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีด้วยการสนับสนุนจากโคมัยนี และกลายเป็นนักบวชคนแรกที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้ อีกทั้งยังเป็นตัวเลือกในการสืบทอดตำแหน่งต่อจากโคมัยนี ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์และการตั้งคำถามจากหลายฝ่าย เนื่องจากเขาขาดทั้งความนิยมและคุณสมบัติทางศาสนาที่เหนือกว่าโคมัยนี

สถาปนิกเบื้องหลัง ‘แกนแห่งการต่อต้าน’

คาเมเนอี ยังเป็นประธานของอาณาจักรทางการเงินขนาดใหญ่ผ่านทางเซทาด (Setad) องค์กรกึ่งรัฐภายใต้การควบคุมโดยตรงของผู้นำสูงสุดอิหร่านที่ก่อตั้งโดยโคมัยนี ซึ่งถูกสร้างขึ้นจากทรัพย์สินหลายพันรายการที่ยึดได้หลังการปฏิวัติอิสลาม โดยมีสินทรัพย์มูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์

ภายใต้การนำของคาเมเนอี เขาขยายอิทธิพลของอิหร่านในภูมิภาค โดยเสริมกำลังให้แก่กองกำลังติดอาวุธชาวมุสลิมชีอะห์ ทั้งในอิรักและเลบานอน และสนับสนุนการครองอำนาจของบาชาร์ อัล อัสซาด อดีตประธานาธิบดีซีเรีย ด้วยการส่งทหารหลายพันนายไปยังซีเรีย

เขาใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์ตลอด 4 ทศวรรษไปกับพันธมิตรเหล่านี้ ซึ่งรู้จักในชื่อ ‘แกนแห่งการต่อต้าน (Axis of Resistance)’ ซึ่งรวมถึงกลุ่มฮามาส, กลุ่มอิสลามปาเลสไตน์, กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน และกลุ่มกบฎฮูตีในเยเมน ที่มีเป้าหมายหลักเพื่อต่อต้านอำนาจของอิสราเอลและสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม การโค่นล้มอัสซาด และการโจมตีและสังหารผู้นำกลุ่มติดอาวุธเหล่านี้อย่างหนักในปี 2024 ก็ส่งผลให้อิทธิพลของอิหร่านในภูมิภาค เริ่มหดหายไปด้วยเช่นกัน

แนวคิดต่อต้านอิสราเอลอย่างแข็งกร้าวของคาเมเนอี ทำให้อิหร่านและอิสราเอลทำสงครามทั้งลับและเปิดเผยกันมายาวนานหลายทศวรรษ โดยที่ผ่นามา อิสราเอลลอบสังหารนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์และผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่านไปแล้วหลายคน

คาเมเนอีกับปัญหาโครงการนิวเคลียร์

ปัญหาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านกลายมาเป็นข้ออ้างหลักในการโจมตีล่าสุดของอิสราเอลและสหรัฐฯ

ที่ผ่านมา คาเมเนอีปฏิเสธว่าโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่การผลิตอาวุธนิวเคลียร์อย่างที่ตะวันตกกล่าวอ้าง

คาเมเนอี ปฏิเสธเจตนาที่จะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และถึงขั้นออกคำวินิจฉัยทางศาสนาอิสลาม หรือฟัตวา ในช่วงกลางทศวรรษ 1990 เกี่ยวกับ ‘การผลิตและการใช้อาวุธนิวเคลียร์’ โดยกล่าวว่า “มันขัดกับหลักคำสอนอิสลามของอิหร่าน”

ในปี 2015 เขาให้การสนับสนุนอย่างระมัดระวังต่อข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างมหาอำนาจกับรัฐบาลอิหร่านในสมัยประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ซึ่งตกลงจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเพื่อแลกกับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร จนทำให้แรงกดดันทางเศรษฐกิจและการเมืองของอิหร่านลดลง

แต่ความเป็นปรปักษ์ของคาเมเนอีต่อสหรัฐฯ กลับทวีความรุนแรงขึ้นอีกในปี 2018 เมื่อรัฐบาลชุดแรกของทรัมป์ ถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์และกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรเพื่อบีบอุตสาหกรรมน้ำมันและการขนส่งของอิหร่าน

หลังจากการถอนตัวของสหรัฐฯ คาเมเนอีได้เข้าข้างกลุ่มผู้สนับสนุนสายแข็งที่วิพากษ์วิจารณ์นโยบายประนีประนอมของรูฮานีต่อชาติตะวันตก

ขณะที่ทรัมป์กดดันอิหร่านให้ตกลงทำข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับใหม่ในปี 2025 คาเมเนอีได้ประณามทรัมป์ ว่าเป็น “ผู้นำที่หยาบคายและหยิ่งยโสของอเมริกา” และตั้งคำถามว่า “พวกคุณเป็นใครถึงมาตัดสินว่าอิหร่านควรเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมหรือไม่”

คำพูดของเขาคือ ‘กฎหมาย’

ในฐานะผู้นำสูงสุด คำพูดของคาเมเนอีคือกฎหมาย เขาได้รับสืบทอดอำนาจมหาศาล รวมถึงอำนาจบัญชาการกองทัพ และอำนาจแต่งตั้งบุคคลสำคัญหลายคน เช่น หัวหน้าฝ่ายตุลาการ หน่วยงานความมั่นคง และสถานีวิทยุและโทรทัศน์ของรัฐ

เขายังแต่งตั้งพันธมิตรของเขาให้เป็นผู้บัญชาการ IRGC ในฐานะผู้มีอำนาจสูงสุดในระบบการปกครองโดยผู้นำศาสนาและประชาธิปไตยแบบจำกัดที่ซับซ้อนของอิหร่าน

คาเมเนอีพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้กลุ่มใด แม้แต่ในหมู่พันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของเขา มีอำนาจมากพอที่จะท้าทายเขาและจุดยืนต่อต้านสหรัฐฯ ของเขา

นักวิชาการนอกอิหร่านวาดภาพคาเมเนอี ในฐานะนักอุดมการณ์ผู้เก็บตัวและหวาดกลัวการถูกทรยศ ซึ่งความวิตกกังวลนี้ทวีความรุนแรงขึ้นจากการพยายามลอบสังหารเขาในปี 1981 ที่ทำให้แขนขวาของคาเมเนอี กลายเป็นอัมพาต

การปราบปรามผู้ต่อต้านอย่างรุนแรง

ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในอิหร่าน ยังทำให้คาเมเนอีและผู้นำรัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากนักเคลื่อนไหวและองค์กรระหว่างประเทศ แม้ว่ารัฐบาลเตหะรานจะยืนยันว่า อิหร่านมีบันทึกด้านสิทธิมนุษยชนที่ดีที่สุดในบรรดาประเทศโลกมุสลิม

โดยการจัดการผู้ที่ต่อต้านรัฐบาลในยุคของคาเมเนอี เป็นไปอย่างรุนแรง ซึ่งในปี 2009 IRGC ภายใต้คำสั่งของคาเมเนอี ทำการปราบปรามการประท้วงอย่างรุนแรง หลังมาห์มูด อะห์มาดิเนจาด ประธานาธิบดีอิหร่านขณะนั้น ชนะการเลือกตั้งอีกสมัยท่ามกลางข้อกล่าวหาจากฝ่ายค้านเรื่องการโกงการเลือกตั้ง

ในปี 2022 คาเมเนอีปราบปรามผู้ประท้วงที่โกรแค้นจากการเสียชีวิตของมาห์ซา อามินี หญิงชาวอิหร่านเชื้อสายเคิร์ดวัย 22 ปี ที่เสียชีวิตขณะถูกควบคุมตัวโดยตำรวจศีลธรรม ในข้อหาละเมิดกฎหมายบังคับให้ผู้หญิงสวมฮิญาบคลุมผมขณะอยู่ในที่สาธารณะ

และเมื่อเผชิญกับความวุ่นวายที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่การปฏิวัติ คาเมเนอีกล่าวโทษศัตรูจากตะวันตกว่าปลุกปั่นให้เกิดการต่อต้าน ก่อนจะใช้วิธีการแขวนคอผู้ประท้วงและนำศพมาแสดงโดยแขวนไว้บนเครน เพื่อ ‘เชือดไก่ให้ลิงดู’ หลังจากความไม่สงบดำเนินมาหลายเดือน

ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2025 การประท้วงใหญ่ต่อปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงขึ้นซึ่งปะทุขึ้นในเตหะรานและหลายเมือง และบานปลายเป็นการก่อความไม่สงบทั่วประเทศ ทำให้เกิดการปราบปรามที่รุนแรง

ขณะที่คาเมเนอีและเจ้าหน้าที่ระดับสูง อนุญาตให้กองกำลังความมั่นคงใช้กระสุนจริงยิงใส่ผู้ประท้วง จนกลายเป็นเหตุการณ์สังหารหมู่ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อิหร่านสมัยใหม่ โดยนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนในอิหร่านยืนยันว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7,000 คน

ใครจะสืบทอดตำแหน่งต่อจากคาเมเนอี

ตามรัฐธรรมนูญอิหร่าน ผู้สืบทอดตำแหน่งของคาเมเนอีจะต้องได้รับการคัดเลือกโดยองค์กรเดียวกันกับที่เลือกเขา นั่นคือ ‘สภาผู้เชี่ยวชาญด้านการเป็นผู้นำ’

นี่คือองค์กรที่ประกอบด้วยนักบวช 88 คน ซึ่งตามเอกสารแล้วจะได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนทุกๆ 8 ปี แต่ในความเป็นจริง มีเพียงนักบวชที่จงรักภักดีต่อสาธารณรัฐอิสลามมากที่สุดเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งเป็นเหตุผลที่สมาชิกส่วนใหญ่ของสภาในปัจจุบัน เป็นนักบวชที่มีแนวคิดสุดโต่งเช่นเดียวกับคาเมเนอี

รัฐธรรมนูญระบุว่า นักบวชเหล่านี้จะต้องเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่โดยเร็วที่สุด แต่การรวบรวมทุกคนอย่างรวดเร็วในขณะที่อิหร่านกำลังถูกโจมตีโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล อาจเป็นเรื่องยากด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

โดยในระหว่างนี้ ประธานาธิบดี หัวหน้าฝ่ายตุลาการ และสมาชิกนักบวชของสภาผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจ จะรับหน้าที่แทนผู้นำอิหร่าน

แฟ้มภาพ : REUTERS/Fars News (IRAN)/File Photo

อ้างอิง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...