สื่อของรัฐบาลอิหร่าน เผยสาเหตุแท้จริง คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต ประกาศไว้ทุกข์ 40 วัน
สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานยืนยันว่า อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน วัย 86 ปี เสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศร่วมระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิสราเอล โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืด ขณะเขากำลังปฏิบัติภารกิจตามปกติและพำนักอยู่ภายในสำนักงาน
ภายหลังการยืนยันการเสียชีวิต รัฐบาลอิหร่านประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 40 วัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการว่าใครจะขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนใหม่แทน
ด้าน กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) แถลงว่า “เราได้สูญเสียผู้นำผู้ยิ่งใหญ่ และกำลังร่วมไว้อาลัยแด่ท่านผู้นำ ผู้เป็นเอกลักษณ์ทั้งในด้านความบริสุทธิ์แห่งจิตวิญญาณ ความเข้มแข็งแห่งศรัทธา ความรอบคอบในกิจการทั้งปวง ความกล้าหาญในการเผชิญหน้ากับผู้จองหอง และการทำญิฮาดในมรรคาของพระผู้เป็นเจ้า”
ย้อนประวัติกลับไปในปี 1989 คาเมเนอีขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุด ภายหลังการถึงแก่อสัญกรรมของ อยาตุลเลาะห์ โคไมนี ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ในช่วงแรกเขาถูกตั้งคำถามถึงบารมีและความแข็งแกร่งทางศาสนา แต่ตลอดระยะเวลากว่า 36 ปี เขาสามารถรวบอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ ใช้มาตรการแข็งกร้าวต่อฝ่ายตรงข้ามภายในประเทศ และขยายเครือข่ายอิทธิพลผ่านกลุ่มตัวแทนในตะวันออกกลาง จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในบุคคลทรงอิทธิพลที่สุดของอิหร่านในรอบศตวรรษ
อย่างไรก็ตาม ปีหลัง ๆ ถือเป็นช่วงเวลาวิกฤตที่สุดของเขา คาเมเนอีสั่งปราบปรามการประท้วงเรื่องค่าครองชีพอย่างเข้มงวด พร้อมประกาศให้ผู้ชุมนุม “กลับไปอยู่ในที่ของตน” ขณะเดียวกัน อิทธิพลของอิหร่านในต่างประเทศเริ่มสั่นคลอน ทั้งความอ่อนแรงของกลุ่ม ฮามาส และการล่มสลายของรัฐบาล บาชาร์ อัล-อัสซาด ในซีเรีย ส่งผลให้อิหร่านเผชิญความโดดเดี่ยวมากขึ้น
แม้แรงกดดันจะเพิ่มสูง คาเมเนอียังคงยืนกรานไม่ยอมละทิ้งโครงการขีปนาวุธ ซึ่งถูกมองว่าเป็นเขี้ยวเล็บสำคัญสุดท้ายของประเทศ ท่าทีแข็งกร้าวดังกล่าวถูกมองว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่จุดจบของเขา
ชีวิตของคาเมเนอีเต็มไปด้วยบาดแผลจากการต่อสู้ เขาเคยถูกคุมขังและทรมานในยุคระบอบกษัตริย์ และได้รับบาดเจ็บจากเหตุลอบวางระเบิดในปี 1981 จนแขนขวาเป็นอัมพาต ประสบการณ์เหล่านี้หล่อหลอมให้เขาเป็นผู้นำที่ระแวดระวังและไม่ไว้วางใจชาติตะวันตกตลอดชีวิต
แม้ในบางช่วงเขาจะใช้แนวทางที่เรียกว่า “ความยืดหยุ่นเยี่ยงวีรบุรุษ” ด้วยการเปิดการเจรจานิวเคลียร์เพื่อความอยู่รอดของระบอบการปกครอง แต่ท้ายที่สุด เส้นทางการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ ที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน ก็ปิดฉากลงอย่างรุนแรงจากปฏิบัติการครั้งนี้