โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐปลุกผีประกันภัย ยกระดับร้านอาหารไทย

สยามรัฐ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บอย อินชัวร์

จะว่ากันไปแล้ว กระแสการตื่นตัวของการศื้อประกันภัยสำหรับคนไทยเวลานี้ ในแง่มุมของธุรกิจประกันชีวิตคงหนีไม่พ้นเรื่องของการคื่นตัวหาซื้อประกันสุขภาพ ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจประสบปัญหาค่าครองชีพและอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ขยับสูงขึ้นแทบทุกปี ประกอบกับความขัดแย้งและความไม่แน่นอนของการเกิดสงครามภายนอกประเทศ รวมถึงอากาศเปลี่ยนแปลงส่งผลภัยพิบัติธรรมชาติเกิดขึ้นอย่างคาดการณ์ไม่ถึง ไม่ว่าภัยแผ่นดินไหวหรือน้ำท่วมหาดใหญ่เสียหายครั้งรุนแรงเมื่อล่าสุดจนเกิดขึ้นกระทบกับธุรกิจประกันวินาศภัยที่ผ่านมา แน่นอนจึงทำให้ปลุกตลาดธุรกิจประกันขีวิตและประกันวินาศภัยให้คึกคักและเป็นที่ตอบโจทย์ในหมู่คนไทยที่โหยหาต้องการหาหลักประกันความคุ้มครองในชีวิตและทรัพย์สินในท่ามกลางปัจจุบันรอบตัวไม่มีความปลอดภัยที่แน่นอน

เช่นกันกับธุรกิจร้านค้าอาหารและเครื่องดื่มนอกเหนือความเสี่ยงภัยในความเสียหายจากภัยน้ำท่วมหรือลมพายุที่เป็นภัยธรรมชาติอยู่หลักๆอยู่แล้ว แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต่างลืมนึกไปถึงความเสี่ยงภัยอื่นๆที่ปัจจุบันธุรกิจประกันภัยมีจำหน่ายขายเพื่อรองรับภัยต่างๆกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกรมธรรม์เบสิคๆประกันคุ้มครองอัคคีภัย น้ำท่วม กรณีธุรกิจหยุดชะงัก ยันไปถึงการประกันคุ้มครองสินเชื่อผู้ประกอบการร้านค้าอาหารหรือเครื่องดื่มเอง รวมถึงกรณีเกิดอาหารเป็นพิษเมื่อผู้มาใช้บริการเกิดการแพ้หรือกระทั่งเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มระหว่างมาใช้บริการ

ล่าสุดนับเป็นนิมิตหมายที่ดีเมื่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.)ได้ออกมาปลุกผีการประกันประเภทนี้ขึ้นมา โดยสำนักงานคปภ.ระบุว่า ปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และเข้ามาเป็นหนึ่งในภาคบริการหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของมูลค่าทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการเชื่อมโยงกับภาคการผลิต การเกษตร การท่องเที่ยว และบริการอื่น ตลอดห่วงโซ่อุปทาน จากการประเมินของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยเศรษฐกิจที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ พบว่า ในปี 2568 ภาคธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มมีการใช้จ่ายของผู้บริโภคเฉลี่ยราว 600,000 ล้านบาทต่อปี สร้างการจ้างงานมากกว่า 1 ล้านตำแหน่ง และมีสถานประกอบการประมาณ 700,000 แห่ง ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ไปจนถึงผู้ประกอบการรายย่อยในทุกภูมิภาคของประเทศ

ประกอบกับการเติบโตภาคการท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาติกลับมาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้นในลักษณะเที่ยวด้วยตนเอง (FIT) หรือการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมเข้ามารับประทานอาหารไทย เพื่อดื่มด่ำวัฒนธรรมมากขึ้น ดังนั้นการเติบโตของธุรกิจร้านอาหารในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มในลักษณะของคาเฟ่ หากแต่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และมาตรฐานการให้บริการที่ประทับใจ อย่างไรก็ดี การดำเนินธุรกิจในภาคบริการดังกล่าวยังเผชิญกับความเสี่ยงหลายมิติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องของกิจการ หากขาดระบบบริหารจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม

ความเสี่ยงที่สำคัญของธุรกิจร้านอาหาร ได้แก่ ความเสียหายด้านทรัพย์สินจากอัคคีภัย น้ำท่วม หรือภัยธรรมชาติความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจก่อให้เกิดความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ซึ่งก็คือลูกค้าที่มาทานอาหาร ตลอดจนความเสียหายจากการหยุดชะงักของธุรกิจจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันต่าง ๆ ซึ่งส่งผลให้รายได้หายไปในช่วงที่ไม่สามารถดำเนินกิจการได้ตามปกติ รวมถึงความเสี่ยงอื่น ๆ เช่น การโจรกรรม การฟ้องร้องดำเนินคดี หรือความเสียหายต่อชื่อเสียงของกิจการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย เหตุการณ์รุนแรงเพียงครั้งเดียวอาจส่งผลให้กระแสเงินสดสะดุด และไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง

ในบริบทดังกล่าว ระบบประกันภัย จึงทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยง โดยช่วยแปลงความไม่แน่นอนให้เป็นความสามารถในการรับมือและฟื้นฟูกิจการ ผ่านกลไกการชดเชยความเสียหายตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ซึ่งไม่เพียงช่วยบรรเทาภาระทางการเงินของผู้ประกอบการ แต่ยังมีส่วนยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค สำนักงาน คปภ. แนะนำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารพิจารณาจัดให้มีความคุ้มครองประกันภัยพื้นฐานที่สอดคล้องกับลักษณะและระดับความเสี่ยงของธุรกิจ โดยควรครอบคลุมการประกันอัคคีภัยเพื่อคุ้มครองอาคารและทรัพย์สินภายในร้าน การประกันภัย ความรับผิดต่อบุคคลภายนอกเพื่อคุ้มครองกรณีผู้บริโภคได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการใช้บริการ การประกันภัยธุรกิจหยุดชะงักเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการสูญเสียรายได้ในช่วงที่ไม่สามารถดำเนินกิจการได้ตามปกติ รวมถึงการประกันภัยโจรกรรมเพื่อคุ้มครองทรัพย์สินจากการสูญหายหรือความเสียหาย

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติยังพบว่าผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยยังอาจขาดความเข้าใจหรือไม่สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยได้อย่างเหมาะสม ซึ่งคำนึงถึงการปกป้องและคุ้มครองลูกค้าเป็นลำดับแรก บางรายมองว่าประกันภัยเป็นต้นทุนที่สูงมีเงื่อนไขซับซ้อน หรือไม่มั่นใจว่าความคุ้มครองจะสอดคล้องกับความเสี่ยงของธุรกิจตนเอง ส่งผลให้หลายกิจการยังไม่ได้รับการคุ้มครองอย่างเพียงพอ ดังนั้น การประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้านควบคู่กับการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจึงมีความจำเป็น

เพื่อให้สามารถเลือกความคุ้มครองได้อย่างเหมาะสมและคุ้มค่า สำนักงาน คปภ. จึงได้ขับเคลื่อนโครงการ “ร้านอาหารอุ่นใจ มีประกันภัยคุ้มครอง” ผ่านความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัย หอการค้าจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการพัฒนาระบบทะเบียนกลางสำหรับร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ และการออกตราสัญลักษณ์เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภคว่าร้านดังกล่าวมีการบริหารความเสี่ยงและมีความคุ้มครองประกันภัยที่เหมาะสม ซึ่งคำนึงถึงการปกป้องและคุ้มครองลูกค้าเป็นลำดับแรก โดยมาตรการดังกล่าวไม่เพียงสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค ณ จุดใช้บริการ หากยังเป็นแรงจูงใจเชิงบวกให้ผู้ประกอบการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและการบริหารจัดการภายในร้านอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งฐานข้อมูลที่เป็นระบบยังเอื้อต่อการกำกับติดตาม การประเมินผล และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจร้านอาหารที่มีความหลากหลาย

ในปี 2569 สำนักงาน คปภ. มุ่งขยายการรับรู้และการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการในทุกจังหวัดทั่วประเทศไปพร้อม ๆ กัน แต่มีกิจกรรมเป้าหมายในบางจังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ชลบุรี ภูเก็ต และขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของธุรกิจร้านอาหารและมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจบริการและการท่องเที่ยวของประเทศ การดำเนินงานเชิงรุกในพื้นที่ดังกล่าวคาดว่าจะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย เสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจไทยในระยะยาว

ท้ายที่สุด การส่งเสริมให้ธุรกิจร้านอาหารมีระบบประกันภัยที่เหมาะสม มิใช่เพียงการปกป้องผู้ประกอบการจากความเสี่ยงทางการเงิน หากแต่เป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองผู้บริโภค เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสังคมโดยรวม การบูรณาการเครื่องมือประกันภัยเข้ากับการบริหารจัดการความเสี่ยงจึงเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจบริการอย่างยั่งยืน และสอดคล้องกับพันธกิจของสำนักงาน คปภ. ในการเสริมสร้างความมั่นคงให้ระบบประกันภัยและระบบเศรษฐกิจของประเทศ

บทสรุปสุดท้ายนี้ก็คงต้องวัดใจรัฐกันว่า จากการปลุกกระแสความตื่นตัวในการทำประกันภัยร้านอาหารและเครื่องดื่มเที่ยวนี้จะฉายภาพเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่องหรือไม่ หลังจากวินาทีนี้บริษัทจะออกมาตอบรับในการเปิดตัวขายผลิตภัณฑ์รองรับกับการปลุกกระแสของคปภ.อย่างจริงจังกันหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...