โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บทเรียนเข้มสกัดบัญชีม้า แบงก์เจตนาดี-ฟาดชิ่งคนสุจริต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 11.14 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 01.33 น.

กลายเป็นดราม่าร้อน กรณีการประกาศปรับเปลี่ยนเงื่อนไขผลิตภัณฑ์บัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ e-Savings ของธนาคารกรุงเทพ ที่ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. 2569 เป็นต้นไป ลูกค้าทุกรายต้องมียอดเงินคงเหลือในบัญชีขั้นต่ำ 2,000 บาท จะไม่สามารถทำรายการถอน/โอน หรือธุรกรรมอื่นใดที่ส่งผลให้เงินออกจากบัญชี จนทำให้ยอดเงินคงเหลือในบัญชีต่ำกว่า 2,000 บาทได้

ยกเว้น 2 กรณี คือ (1) กรณีการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ ที่ลูกค้าได้ให้ความยินยอมไว้กับธนาคารหรือผู้ให้บริการตามข้อตกลงล่วงหน้า ได้แก่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ การชำระสินเชื่อและบัตรเครดิตให้กับธนาคาร หรือ (2) กรณีการทำรายการถอนเงินเพื่อปิดบัญชี ณ สาขาธนาคาร

หลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักในวงกว้าง ถึงความเดือดร้อนของผู้ฝากเงิน ทำให้ธนาคารกรุงเทพต้องออกมาประกาศใหม่ โดยชี้แจงว่า เป็นปรับเปลี่ยนเงื่อนไขผลิตภัณฑ์บัญชีเงินฝากออนไลน์ของธนาคาร 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ บัญชีสะสมทรัพย์ e-Savings และบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์บัวหลวงเอ็กซ์ตร้าดิจิทัล

เนื่องด้วยธนาคารประเมินว่า เป็นอีกมาตรการหนึ่งที่จะช่วยป้องปราบมิให้มิจฉาชีพอาศัยบัญชีเงินฝากดิจิทัลเป็นบัญชีม้าในระดับหนึ่ง เพื่อลดช่องทางในการทำธุรกรรมผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ธนาคารได้พิจารณาว่ามาตรการดังกล่าวอาจสร้างความไม่สะดวกแก่ลูกค้า จึงขอเลื่อนการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขดังกล่าวออกไปอย่างไม่มีกำหนด

เรื่องนี้ นายสุปรีชา ลิมปิกาญจนโกวิท รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เกณฑ์คงเงินบัญชีเงินฝากขั้นต่ำ ถือเป็นข้อตกลงกลางเพื่อรักษาบัญชี แต่ในช่วงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ธนาคารจะยกเว้นให้ อย่างไรก็ดี เข้าใจว่าแบงก์ที่ประกาศ น่าจะเห็นพฤติกรรมเข้าข่ายบัญชีม้ามาเปิดบัญชีในกลุ่มบัญชีเงินฝากดิทัล e-Saving มากขึ้น โดยเปิดบัญชีและไม่ได้มีการนำเงินมาใส่ไว้ เพื่อใช้ไว้โอนเงินออกเท่านั้น

อย่างไรก็ดี ภายหลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาตรการป้องกันบัญชีม้าในการให้ธนาคารพาณิชย์จัดทำระบบโปรไฟล์ลูกค้า (Customer Profiling) ตามพฤติกรรมลูกค้า เช่น เล็ก (Small) วงเงิน 50,000 บาท กลาง (Medium) วงเงิน 200,000 บาท และใหญ่ (Large) วงเงิน 2,000,000 บาท โดยธนาคารได้เริ่มมาตรการดังกล่าวตั้งแต่เดือน ส.ค. 2568

ขณะเดียวกัน ในส่วนของบัญชีเงินฝากดิจิทัลจะดูในระดับบุคคลมากขึ้นในอนาคต โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงเงื่อนไข จากปัจจุบันที่กำหนดให้เปิดบัญชีได้ 1 คนต่อ 1 บัญชี กำหนดวงเงินการทำธุรกรรมโอนเงินไม่เกิน 5 หมื่นบาทต่อแอปพลิเคชั่น ปัจจุบันธนาคารและบริษัทในเครือให้บริการ Mobile Banking App ทั้งหมด 3 แอปด้วยกัน ได้แก่ K-Plus, Make และ LineBK ซึ่งในอนาคตธนาคารจะปรับวงเงินการทำธุรกรรมโอนเงินรวมทั้ง 3 แอป อยู่ที่ไม่เกิน 5 หมื่นบาท เพื่อป้องกันบัญชีม้าและผู้เสียหาย

ทั้งนี้ หากดูตัวเลขมูลค่าความเสียหายภายหลังดำเนินการมาตรการป้องกันบัญชีม้าจะพบว่า มูลค่าความเสียหายในระบบธนาคารปรับลดลงต่อเนื่อง โดยตัวเลขล่าสุดเดือน ก.พ. 2569 มูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 1,700 ล้านบาท ปรับลดลงจากปกติมูลค่าความเสียหายจะอยู่ที่ 2,500-2,600 ล้านบาทต่อเดือน และหากดูมูลค่าที่มีความเสียหายสูงสุดจะอยู่ในช่วงเดือน ก.ย. 2568 อยู่ที่ 2,900 ล้านบาท

ซึ่งเป็นช่วงระหว่างการจัดทำมาตรการ Customer Profiling และมูลค่าความเสียหายทั้งปี 2568 อยู่ที่ 29,000-30,000 ล้านบาท มองไปข้างหน้ามูลค่าความเสียหายจะปรับลดลงต่อเนื่อง

“มูลค่าความเสียหายปรับลดลงต่อเนื่อง หลังจากเรามีมาตรการป้องกันบัญชีม้า จากระดับ 2,500-2,600 ล้านบาทต่อเดือน กดลงมาเหลือระดับ 1,600-1,700 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งแนวโน้มน่าจะลดลงอีก เพราะ ธปท.และแบงก์จะมีมาตรการป้องกันมิจฉาชีพออกมาอีก ซึ่งอาจเป็นมาตรการย่อย ๆ ที่แต่ละธนาคารพยายามทำต่อเนื่อง และดูในระดับบุคคลมากขึ้น”

ด้าน นายวชิราวัชร์ มหาทัพกฤษ ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สายงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ธนาคารออมสิน กล่าวว่า ตอนนี้มาตรการป้องกันบัญชีม้าและมิจฉาชีพ ทุกธนาคารดำเนินการมาตรการตาม ธปท.กำหนด โดยจัดทำระบบโปรไฟล์ลูกค้าตามพฤติกรรมลูกค้า ซึ่งธนาคารออมสินได้ดำเนินการแล้ว

ขณะเดียวกัน ธนาคารได้มีการเตรียมวางแนวทางการป้องกันมิจฉาชีพเพิ่มเติม แต่ยังไม่ได้นำมาใช้ โดยจะนำมาใช้หากพบสัญญาณมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แนวทางที่เตรียมไว้ คือ หากพบว่ามีเงินในบัญชีถูกแช่ไว้นาน 2,000 บาท และมีเงินก้อนใหญ่โอนเข้ามาและจะโอนออกทันที ธนาคารจะระงับไว้ก่อน 3 วัน เพื่อตรวจสอบข้อมูล ซึ่งหากลูกค้าต้องการทำธุรกรรมจริงสามารถมายื่นขอทำรายการผ่านสาขาธนาคาร จะเป็นส่วนหนึ่งของการยืนยันตัวตน และป้องกันมิจฉาชีพ

“พฤติกรรมบัญชีม้าอาจจะแช่เงินไว้ในบัญชี 2,000 บาท และมีธุรกรรมโอนเงินเข้ามาจำนวนเยอะ และโอนออกทันที ซึ่งเรามีคิดแนวทางป้องกันไว้แล้ว และพร้อมนำมาใช้ทันที หากพบว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นแบบมีนัยสำคัญ เช่น ใน 1 ชั่วโมง มีผู้เสียหายเกิดขึ้น และชั่วโมงที่ 2 พบว่ามีผู้เสียหายเพิ่มขึ้น ธนาคารจะนำแนวทางการป้องกันมิจฉาชีพมาใช้ ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้กระทบลูกค้าเป็นวงกว้าง”

จะเห็นได้ว่าเรื่องนี้เป็นเจตนาดีของแบงก์ที่พยายามจะสกัดบัญชีม้า เพียงแต่มาตรการที่ออกมามีผลกระทบต่อประชาชนทั่วไปด้วย ดังนั้นในโอกาสต่อ ๆ ไปคงต้องหาวิธีการที่แยบยลขึ้น เพื่อไม่ให้ผู้สุจริตได้รับผลกระทบไปด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บทเรียนเข้มสกัดบัญชีม้า แบงก์เจตนาดี-ฟาดชิ่งคนสุจริต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...