ครม.อนุทิน2 ฝ่าดงสงคราม
พรรคเพื่อไทย และพรรคขนาดเล็กอีกหลายพรรค รวมแล้วมีเสียงสนับสนุนประมาณกว่า 290 เสียง โดยที่ไม่มีพรรคกล้าธรรม ของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า”ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม
โดยมีรายงานข่าวโผครม. “อนุทิน2”พรรคภูมิใจไทย จะได้เก้าอี้รัฐมนตรี 26 ตำแหน่ง ซึ่งอาจจะมีการพิจารณาตามความเหมาะสมอีกครั้ง แต่จะดูแลครอบคลุม 14 กระทรวง แบ่งเป็นโควตานายอนุทิน 5 ตำแหน่ง โควตากลุ่มบ้านใหญ่ กลุ่มเลือดแท้ที่ทำงานให้กับพรรคภูมิใจไทยมาโดยตลอด ขณะที่โควตาพรรคร่วม คือ พรรคเพื่อไทยจะได้ 8 คน 9 ตำแหน่ง ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ จะได้โควตารัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง ส่วนพรรคเล็ก 1-2 เสียง จะไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี โดยไม่มีพรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคไทรวมพลัง ความหมายชัดเจนคือ “กล้าธรรม”ต้องไปเป็นฝ่ายค้าน
แน่นอนว่า การที่ไม่มี“กล้าธรรม”เข้าร่วมรัฐบาล ย่อมเป็นที่พอใจทั้ง “ภูมิใจไทย-เพื่อไทย”ทำให้การแบ่งสรรโควตารัฐมนตรีลงตัวมากขึ้น โดยในส่วนพรรคภูมิใจไทยตำแหน่งรัฐมนตรีส่วนใหญ่จะเป็นไปตามตำแหน่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยอาจมีการเปลี่ยนแปลงไม่กี่ตำแหน่งเท่านั้น แต่ที่น่าจับตาก็คือ ตำแหน่งรมว.กลาโหม และรมว.มหาดไทย ว่าจะเป็นใคร จะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่ เพราะตำแหน่งรมว.มหาดไทยปัจจุบัน“อนุทิน ชาญวีรกูล” ควบเก้าอี้อยู่ ซึ่งจะรอดูสถานการณ์ในโค้งสุดท้ายจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่
ทว่าก่อนหน้านี้สิ่งที่กลายเป็นจุดสนใจคือ ตำแหน่งรมว.กลาโหม เพราะ“นายกฯอนุทิน” ให้สัมภาษณ์เองว่า “ผมไม่เคยบอกว่าจะไม่ควบกลาโหม” ทำให้ต้องมาคิดกันใหม่ แม้จะมีการปล่อยข่าวออกมาว่าเป็น “บิ๊ก ด.” ทำให้มีการคาดเดาชื่อ 2-3 คนฉะนั้นคงต้องรอดู ส่วนตำแหน่งรมช.กลาโหม น่าจะเป็นคนเดิมคือ “พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ” ซึ่งเป็นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 26 รุ่นเดียวกับผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)คนปัจจุบัน และยังคุ้นคุยกับ “บ้านใหญ่บุรีรัมย์” อีกด้วย
โดยจุดเริ่มต้นตั้งรัฐบาลภายหลังวันที่ 14 มี.ค.2569 จะมีรัฐพิธีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดประชุมรัฐสภา
พิธีดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ หลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก เลือกประธานสภา รองประธานสภา ในวันที่ 15 มี.ค.ก่อนจะนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 19 มี.ค.เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และเข้าสู่กระบวนการแต่งตั้งนายกฯ ก่อนที่นายกฯ จะแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.)ตรวจสอบคุณสมบัติ และนำรายชื่อครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อโปรดเกล้าฯ ครม.ชุดใหม่แล้ว นายกฯ จะนำ ครม.ทั้งคณะเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตน คาดการณ์ว่าครม.ชุดใหม่จะจัดตั้งเสร็จภายในเดือนเม.ย.2569 และรัฐบาลจะสามารถแถลงนโยบายต่อรัฐสภาได้ในช่วงปลายเดือนเม.ย.หรือ ต้นเดือนพ.ค. 2569 ก่อนเริ่มบริหารประเทศเต็มรูปแบบ
เหนือสิ่งอื่นใดโฉมหน้าครม.อนุทิน 2 จะหน้าตาแบบไหน ใครจะได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีบ้างคงต้องติดตามดูกันต่อไป แต่อย่าลืมว่าสารพัดปัญหากำลังรอรัฐบาลเข้าไปแก้ไข ทั้งปัญหาปากท้องประชาชนในประเทศ และสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบโดยตรง ทั้งหมดทั้งมวลรอวัดฝีมือ “ผู้นำประเทศ” ที่ชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าไปแก้ไข เพราะมีอำนาจเต็มมือ ในการบริหารจัดการไม่ให้ "สะดุด-หยุดชะงัก"ตามนโยบายที่หาเสียงเอาไว้.