4 บลจ. ร่วมถอดรหัสลงทุนปี 2026 ยกธีม AI ยังเป็นแรงหนุนหลัก จับตาสหรัฐฯ เสี่ยงถูกโดดเดี่ยวบนเวทีโลก
4บลจ.ร่วมถอดรหัสลงทุนปี2026ยกธีม AI ยังเป็นแรงหนุนหลัก จับตาสหรัฐฯ เสี่ยงถูกโดดเดี่ยวบนเวทีโลก
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 ก.พ. 69 12:59 น.
4กูรูจาก บลจ.ชั้นนำร่วมถอดรหัสลงทุนปี2026ยกธีม AI ยังเป็นแรงหนุนหลัก เชื่อยังไม่มีสัญยาณฟองสบู่ พร้อมจับตาสหรัฐฯ เสี่ยงถูกโดดเดี่ยวบนเวทีโลก จากเรื่องภาษี - ภูมิรับศาสตร์ พร้อมมองตลาดอินเดียน่าสนใจลงทุน เหตุปลอดภัยจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์
4CEOและMDบลจ. ชั้นนำ จากเวทีTISCO Exclusive Night Beyond Wealth & Well-being 2026ได้เผยแนวทางการลงทุนเชิงลึกในหลายสินทรัพย์ แต่ยังมีTISCO ESUชี้ 3 ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตา ทำให้งานนี้กลายเป็นโอกาสที่มีค่าซึ่งนักลงทุนจะได้ อ่าน เห็น และฟัง ความรู้จากตัวจริงของวงการการเงินอย่างครบถ้วน
TISCO ESU ยกธีมลงทุนปีนี้ ยังอยู่ที่ AI
- นายคมศรประกอบผลหัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU)ระบุถึง3ปัจจัยเสี่ยงที่น่าจับตาได้แก่1.AIกระทบต่อการจ้างงานหลักพันล้านคนที่จะถูกแทนที่โดยAI2.ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์(Geopolitics)ความขัดแย้งเชิงพื้นที่ระหว่างสหรัฐอเมริกากับนานาประเทศการสู้รบในรัสเซีย-ยูเครนฯซึ่งอาจจะถูกยกระดับมากขึ้นและ3.ปัญหาหนี้โลกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับจากการระบาดของโควิด19รัฐบาลทั่วโลกต้องกู้เงินมาใช้จ่ายเกิดการขาดดุลงบประมาณทั่วโลก
-แม้โดยเฉลี่ยAIจะทดแทนแรงงานในสหรัฐฯได้ถึง25%ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่ากลัวโดยเฉพาะในเด็กจบใหม่แต่จากบทเรียนในอดีตยุควิกฤตดอทคอม(ช่วงปี1997-2000)มองว่าเมื่องานเก่าถูกแทนที่ด้วยAIจะทำให้เกิดงานใหม่ๆตามมาทำให้ประเมินว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อแรงงานมากนักขณะที่AIยังเข้ามาแก้ปัญหาโลกที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากขึ้นทำให้เศรษฐกิจขยับตัวต่อไปได้
-ธีมการลงทุนในปี2026จึงยังอยู่ที่AIโดยเฉพาะใน3เซ็คเตอร์ที่ได้รับประโยชน์จากAIได้แก่ซอฟท์แวร์,สถาบันการเงินและเฮลท์แคร์เซ็คเตอร์ซอฟท์แวร์ตอนนี้โปรแกรมเมอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้เขียนโค้ดเองแต่ใช้AIช่วยเขียนหมดแล้วดังนั้นซอฟท์แวร์จะเป็นเซ็คเตอร์ที่ได้ประโยชน์จากAIค่อนข้างเยอะถัดมาคือเซ็คเตอร์แบงก์ที่AIจะมาทดแทนแรงงานคนได้มากและอีกเซ็คเตอร์คือเฮลท์แคร์ที่สามารถใช้AIสกรีนคนไข้จ่ายยาทำให้ต้นทุนการวิจัยและตรวจรักษาลดลงขณะที่หุ้น7นางฟ้า(Magnificent 7)หรือบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อาทิApple, Microsoft, Alphabet, Amazonที่เคยนำตลาดในช่วง2-3ปีที่ผ่านมาอาจจะไม่นำตลาดต่อไปแล้วแต่จะถูกแทนที่ตัวหุ้นที่นำAIไปใช้ประโยชน์
- ด้านการลงทุนในตราสารหนี้นายคมศรระบุว่าอาจต้องเลี่ยงตราสารหนี้ระยะยาวเพราะรัฐบาลทั่วโลกขาดดุลงบประมาณหันไปพิจารณาลงทุนในพันธบัตรระยะสั้นเป็นหลักและควรลงทุนทองคำติดไว้ในพอร์ตแม้ราคาจะผันผวนแต่ยังเป็นสินทรัพย์ที่กระจายความเสี่ยงด้านการลงทุนลดความเสี่ยงจากการขาดดุลงบประมาณรัฐและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
อีสท์สปริง มั่นใจไม่มีฟองสบู่ AI
-นางสาวดารบุษป์ปภาพจน์กรรมการผู้จัดการบลจ.อีสท์สปริง(ประเทศไทย)จำกัดเห็นสอดคล้องว่าหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากAIในการลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพจะเป็นหุ้นที่น่าจับตาเช่นกลุ่มพลังงานและแพลตฟอร์มการเงินแต่ต้องเลือกให้ถูกว่าหุ้นไหนจะได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมและเห็นสอดคล้องว่าหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มเทคโนโลยีอาจไม่ใช่ตัวแทนที่ดีที่สุดอีกต่อไป
- มุมมองต่อความเป็นไปได้ของการเกิดวิกฤตฟองสบู่AIว่า ไม่น่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากหากเปรียบเทียบกับยุควิกฤตดอมคอม มีหลายปัจจัยที่ต่างกัน โดยเฉพาะฐานะการเงินของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ที่ปัจจุบันยังคงแข็งแกร่ง เรื่องValuationการเติบโตของหุ้นเทคและAIในยุคดอทคอม เกิดจากการกู้และเก็งกำไรเป็นหลัก
-รอบนี้หุ้นบิ๊กเทค มีกระแสเงินสดมหาศาล คำถามคือหุ้นที่ขึ้นมาในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาขึ้นเพราะอะไร ส่วนใหญ่มาจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งมากกว่าเรื่องความคาดหวัง มาดูค่าPEในกลุ่มMagnificent7 ประมาณ 33 เท่า คนละเรื่องกับวิกฤตดอทคอมครั้งที่แล้ว แม้หุ้นบางตัวในบางเซ็ตเตอร์ของกลุ่มเทคราคาแพงจริง แต่ไม่ได้แพงแบบAggressiveเพียงแต่ต้องหาบริษัทที่มีเทคโนโลยี มีสมองและกระดูกสันหลังของAIที่จะทำลายกฎเกณฑ์เดิมโดยสิ้นเชิง สร้างมาตรฐานใหม่ สร้างผลประกอบการที่แท้จริง และต้องกล้า ที่จะทิ้งหุ้นที่ถูกDisruptออกไปให้เร็วที่สุดอย่างทันท่วงที
ยูโอบี จับตา สหรัฐฯ เสี่ยงถูกโดดเดี่ยวบนเวทีระหว่างประเทศ
- นายวนาพูลผลประธานเจ้าหน้าที่บริหารบลจ.ยูโอบี(ประเทศไทย)จำกัดอ่านเกมปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ว่าการที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ(โดนัลด์ทรัมป์)นำเรื่องภาษีมาใช้ต่อรองกับผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์เช่นกรณีกรีนแลนด์ส่วนตัวมองว่าเป็นเทคนิคการเจรจาเพื่อนำไปสู่ข้อตกลงร่วมกันไม่ได้ต้องการผลักดันเรื่องภาษีไปจนสุดทางเนื่องจากการดำเนินการเช่นนั้นอาจจะนำไปสู่ความเสี่ยงที่สหรัฐฯจะถูกโดดเดี่ยวบนเวทีระหว่างประเทศ
-ถ้าสหรัฐฯผลักดันเรื่องภาษีแบบสุดโต่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นจะเหลือเพียง2กลุ่มประเทศในโลกคือสหรัฐฯกับทุกประเทศที่ไม่ใช่สหรัฐฯสิ่งที่เกิดขึ้นประเทศที่เหลือจะมาทำการค้ากันเองหรือAmerican Secondอาจส่งผลให้บทบาทของดอลลาร์สหรัฐในฐานะสกุลเงินหลักของโลกถูกสั่นคลอนซึ่งเป็นสิ่งที่สหรัฐฯไม่อาจยอมให้เกิดขึ้นได้ดังนั้นการหยิบยกประเด็นภาษีขึ้นมาพูดอาจมีเป้าหมายเพื่อใช้เป็นแรงกดดันหรือเป็นเพียงวาทกรรมเชิงขู่มากกว่าความตั้งใจที่จะดำเนินการจริง
- ปัจจัยที่ต้องติดตามด้านนโยบายการเงินการคลังของสหรัฐฯต้องติดตามทิศทางภายใต้การนำของประธานธนาคารกลาง(FED)คนใหม่(เควินวอร์ช)ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดกรอบนโยบายเศรษฐกิจของประเทศต่อจากนี้เช่นการลดดอกเบี้ยระยะสั้นจะลดระดับใดด้านนโยบายการคลังสหรัฐฯต้องระวังเรื่องหนี้สูงจากการใช้จ่ายมากเกินไปอาจมีผลต่อเงินเฟ้อและทำให้อัตราแลกเปลี่ยนอ่อนค่าเป็นต้นนอกจากนี้ด้านการเมืองต้องติดตามทิศทางของเสียงข้างมากในสภาบนและสภาล่างของสหรัฐฯหากพรรคเดโมแครตได้ครองเสียงข้างมากทั้งสองสภาจะทำให้การผลักดันนโยบายต่างๆของประธานาธิบดีทรัมป์ในอนาคตเผชิญข้อจำกัดและดำเนินการได้ยากขึ้น
- จากปัจจัยความไม่แน่นอนต่างๆที่เกิดขึ้นมองว่านักลงทุนควรใช้กลยุทธ์Activeในการลงทุนในตลาดสหรัฐฯโดยเลือกบริษัทที่มีคุณภาพที่ดีมีโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนงบดุลแข็งแรงและภาระหนี้อยู่ในระดับต่ำสามารถรักษากำไรได้ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงเพื่อหาโอกาสสร้างการเติบโตของกำไรอย่างสม่ำเสมอ
เอ็มเอฟซี ชู ตลาดอินเดียน่าสนใจ
- นายธนโชติรุ่งสิทธิวัฒน์กรรมการผู้จัดการบลจ.เอ็มเอฟซีจำกัด(มหาชน)ระบุว่าการเลือกลงทุนในประเทศที่มีนโยบายเป็นกลางเช่นอินเดียถือเป็นการบริหารความเสี่ยงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ได้ในระดับหนึ่งขณะที่ตลาดอินเดียเติบโตจากตลาดภายในประเทศเป็นหลักกลายเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีลดความผันผวนจากปัจจัยภายนอกขณะที่รัฐบาลอินเดียกระตุ้นการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างฐานการผลิตด้านโครงสร้างพื้นฐานและAIอินเดียพยายามสร้างพันธมิตรไม่พึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งอินเดียตกลงกับสหรัฐฯแต่อินเดียก็เป็นมิตรกับจีนการที่อินเดียเป็นกลางทำให้สามารถสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับตัวเองทำให้เสถียรภาพเศรษฐกิจมั่นคง
- นายสาห์รัชชัฎสุวรรณกรรมการผู้จัดการบลจ.ทิสโก้จำกัดกล่าวว่าการลงทุนในหุ้นกลุ่มไบโอเทค(ซัพเซ็คเตอร์ของเฮลท์แคร์)มองว่าเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในปี2026เพราะจัดเป็นหุ้นDefensive Growthมีรายได้ที่มั่นคงทนทานต่อสภาพตลาดรับมือเศรษฐกิจผันผวนเนื่องจากรายได้หลักเกิดจากความสำเร็จในการวิจัยและทดลองยาขณะเดียวกันก็เป็นหุ้นที่มีการเติบโตสูงเมื่อประสบความสำเร็จในการวิจัยและทดลองยาและอาจมีความผันผวนหากล้มเหลวในการทดลองยา(High Risk High Return)
- อัตราการเติบโตของรายได้หุ้นไบโอเทคในช่วง20ปีที่ผ่านมาเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่11.4%(Nasdaq Biotechnology Index)ขณะที่หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์มีอัตราการเติบโตของรายได้ในช่วง20ปีที่ผ่านมาเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่9.7%(S&P 500 Health Care Sector)สมมติว่าเราเป็นผู้จัดการกองทุนต้องเลือกหุ้นในกลุ่มไบโอเทคเราคาดหวังอะไรถ้าเราไปเลือกบริษัทที่ล้มเหลวก็จะเกิดขาดทุนในพอร์ตทันทีเราต้องไปเลือกลุ่มไบโอเทคที่คาดว่าผลการทดลองยาจะสำเร็จและเป็นยาระดับBlockbusterเราจะรู้ได้อย่างไรว่าจะเลือกบริษัทไหนซึ่งต้องใช้ความเชี่ยวชาญสูงและรู้ลึกและรีบเข้าต้องรีบชิงเข้าไปลงทุนก่อนคนอื่นกรรมการผู้จัดการบลจ.ทิสโก้จำกัดกล่าว
เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ