“บิตคอยน์” ร่วงต่ำสุดรอบ 16 เดือน ทดสอบแนวรับ 60,000 ดอลลาร์ มูลค่าตลาดหาย 2 ล้านล้านดอลลาร์
"บิตคอยน์" ร่วงต่ำสุดรอบ 16 เดือน ทดสอบแนวรับ 60,000 ดอลลาร์ มูลค่าตลาดหาย 2 ล้านล้านดอลลาร์ นักลงทุนกังวลการคลายสถานะลงทุนขนาดใหญ่-กระแสเงินไหลออก ETF
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.15 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า บิตคอยน์ (Bitcoin) ซึ่งเป็นคริปโทเคอร์เรนซีที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดของโลก ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 16 เดือน และลงไปทดสอบแนวรับสำคัญที่บริเวณ 60,000 ดอลลาร์ในวันศุกร์ ท่ามกลางแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกที่ทวีความรุนแรง และส่งผลให้เม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงในหลากหลายประเภท
ล่าสุด บิตคอยน์ ปรับขึ้นเล็กน้อย 1.64% มาอยู่ที่ 64,153.24 ดอลลาร์ แต่การซื้อขายยังผันผวนสูง หลังจากร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดระหว่างวันที่ 60,008.52 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับอ่อนค่าที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 หรือหนึ่งเดือนก่อนที่ Donald Trump จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และเคยส่งสัญญาณสนับสนุนคริปโทเคอร์เรนซีระหว่างการหาเสียง
คริส เวสตัน หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Pepperstone ระบุว่า บิตคอยน์ปรับตัวลงต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 และอาจเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าของความเปราะบางในตลาด หรืออาจเป็นเพียงความบังเอิญ พร้อมชี้ว่า “สถานะการลงทุนขนาดใหญ่จำนวนมากกำลังถูกปิดออกอย่างรวดเร็ว”
ด้าน อีเธอร์ (Ether) ปรับขึ้น 2.4% มาอยู่ที่ 1,891.27 ดอลลาร์ หลังจากก่อนหน้านี้ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 10 เดือนที่ 1,751.94 ดอลลาร์
ข้อมูลจาก CoinGecko ระบุว่า มูลค่าตลาดคริปโทเคอร์เรนซีทั่วโลกหายไปแล้วราว 2 ล้านล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่แตะระดับสูงสุดที่ 4.379 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนตุลาคม โดยกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์หายไปภายในเดือนที่ผ่านมาเพียงเดือนเดียว
สำหรับทิศทางรายสัปดาห์ บิตคอยน์มีแนวโน้มร่วงลงราว 16% ในสัปดาห์นี้ และขาดทุนไปแล้วประมาณ 27% นับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่อีเธอร์มุ่งหน้าสู่การปรับลงรายสัปดาห์ราว 17% และลดลงแล้วราว 36% ตั้งแต่ต้นปี
บรรยากาศการลงทุนในตลาดคริปโทได้รับผลกระทบจากแรงขายในตลาดทองคำ เงิน และหุ้น ซึ่งมีความผันผวนมากขึ้นจากการใช้เลเวอเรจและกระแสเก็งกำไร โดยในช่วงที่ผ่านมา ราคาบิตคอยน์มักเคลื่อนไหวสอดคล้องกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และเคยได้แรงหนุนจากความคาดหวังเกี่ยวกับการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
โจชัว ชู ประธานร่วมของ Hong Kong Web3 Association กล่าวว่า การที่บิตคอยน์อ่อนตัวกลับสู่โซน 60,000 ดอลลาร์ ไม่ได้หมายความว่าคริปโทกำลังล่มสลาย แต่เป็นผลจากการที่นักลงทุนจำนวนมากมองบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ทางเดียวที่ราคาขึ้นอย่างเดียวโดยไม่บริหารความเสี่ยง ซึ่งคล้ายกับการปรับฐานรุนแรงที่เกิดขึ้นในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและเงินเมื่อกระแสเก็งกำไรนำหน้าปัจจัยพื้นฐาน
ขณะเดียวกันตลาดคริปโตฯ เผชิญแรงกดดันต่อเนื่องมาหลายเดือน หลังเกิดเหตุร่วงหนักจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มลดความเชื่อมั่นในสินทรัพย์ดิจิทัล
นักวิเคราะห์จาก Deutsche Bank ระบุในรายงานว่ากองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตในสหรัฐฯ มียอดเงินไหลออกมากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม ต่อเนื่องจากการไหลออกประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์ในเดือนธันวาคม และราว 7 พันล้านดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา สะท้อนแรงกดดันด้านกระแสเงินทุนที่ยังไม่คลี่คลาย
อ้างอิง : www.reuters.com