โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เปิดหน้า Next Gen! หมอดาวุฒิ วัชรากร เลิศด้วยลาภ เริ่มบทใหม่เพื่อปชช.ด้วยตัวเอง เพราะการเมืองไม่ใช่มรดก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 05 ก.พ. เวลา 09.09 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. เวลา 05.25 น.

เปิดหน้า Next Gen! หมอดาวุฒิ วัชรากร เลิศด้วยลาภ เริ่มบทใหม่เพื่อปชช.ด้วยตัวเอง เพราะการเมืองไม่ใช่มรดก

แม้จะมีจุดสตาร์ตทางการเมือง ไม่เหมือนกับคนในตระกูล ด้วยเพราะเริ่มต้นกับวิชาชีพแพทย์ แต่ก็มีจุดเริ่มต้นสู่ถนนสายนี้ เหมือนกับคนอื่นๆ นั่นคือ “การช่วยเหลือประชาชน” หลังเดินทางบนเส้นขนานมากว่า 9 ปี หมอดาวุฒิ-วัชรากร เลิศด้วยลาภ ลูกชายของ ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ก็ได้หักเลี้ยวพวงมาลัยชีวิต เข้าสู่ถนนการเมือง ด้วยการลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.นครราชสีมา เขต 14 พื้นที่ปากช่อง ในนามพรรคเพื่อไทย

หมอดาวุฒิ เป็นเด็กหนุ่มที่เติบโตมาในโคราชอย่างแท้จริง ทำให้เข้าใจพื้นที่เป็นอย่างดี เริ่มเข้าศึกษาชั้นมัธยมที่โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย ก่อนจะเข้าศึกษาต่อที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โดยเลือกต่อเฉพาะทางที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในสาขาวิชาจักษุวิทยา ขณะเดียวกันยังศึกษาต่อปริญญาโท รัฐศาสตรมหาบัณฑิต ที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ไปพร้อมๆ กันด้วย ในปัจจุบันเขากำลังศึกษาต่อปริญญาเอก ด้านนวัตกรรมการจัดการ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

“เดิมผมชอบในสาขาวิชาแพทย์และสังคมศาสตร์ พอเรียนแพทย์มาจนคิดว่าน่าจะสุดทางแล้ว จึงไปเรียนต่อในสาขาที่สนใจ เลยได้ไปเรียนปริญญาโท รัฐศาสตร์ รวมถึงการจัดการต่อ”

หลังเรียนแพทย์จบ หมอดาวุฒิเข้ารับราชการเป็นนายแพทย์ปฏิบัติการ ใช้ทุนอยู่ที่โรงพยาบาลในโคราช ชีวิตโลดแล่นอยู่ในเส้นทางสาธารณสุขมา 9 ปี ตั้งแต่เป็นจักษุแพทย์ โรงพยาบาลชัยภูมิ โรงพยาบาลปากช่องนานา ช่วงปีสุดท้ายยังได้มีโอกาสเป็นรองผู้อำนวยการศูนย์แพทยศาสตร์ชั้นคลินิก โรงพยาบาลชัยภูมิ รวมไปถึงงานบริหาร อย่างการดูแลกิจการนักศึกษา ได้ทำงานเชื่อมโยงกับเหล่านักศึกษาแพทย์

ในวัย 35 ปี หมอดาวุฒิตัดสินใจลาออกจากการเป็นแพทย์ และเดินหน้าเข้าสู่สายการเมืองเต็มสูบ

“ผมโตมาในครอบครัวการเมือง มีคุณพ่อเป็น ส.ส. น้องสาว อาเจ็ก อาโก เป็น ส.จ. จึงเกิดความเคยชินกับคุณพ่อ ที่ได้ไปช่วยเหลือประชาชน ดูแลคนปากช่องมาตลอดกว่า 20 ปี ก็เลยโตมาในบรรยากาศแบบนี้ เป็นหมอมาเกือบ 10 ปี เรามองเห็นเส้นทางใหม่นี้ ก็เป็นการทำเพื่อประชาชนเหมือนกัน บริบทมันคล้ายกัน การเมืองที่บ้านผมทำก็เพื่อประชาชน ผมเองประกอบสัมมาอาชีพเป็นหมอ ก็ทำเพื่อคนไข้ ผมก็เลยคิดว่า 2 จุดร่วมนี้ ทำให้ผมเห็นว่าจุดศูนย์กลางมันก็อยู่ที่ประชาชน หรือคนไข้ นั่นเอง

บทบาทแรกในการทำงานการเมืองของวัชรากร คือการเข้าไปเป็นที่ปรึกษาของ ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา โดยมีสิ่งที่สนใจเป็นพิเศษ อย่างการถ่ายโอน รพ.สต. มาอยู่ในสังกัด อบจ. ซึ่งปากช่องได้ถ่ายโอนไปเพียงแค่ 2 แห่งเท่านั้น เรื่องนี้เองที่หมอดาวุฒิมองว่า ยังเติบโตได้อีก และหากสามารถถ่ายโอนไป อบจ.ได้ ก็จะเป็นการลดงานของ รพ.สต. ที่ต้องขึ้นตรงกับโรงพยาบาล และจะช่วยลดภาระงานบุคลากรได้

ตอนเป็นหมอออกแรงใช้ความรู้ความสามารถไปตรวจคนไข้ ทีละคนทีละคน ประโยชน์ก็เกิดแต่กับคนไข้ของผม แต่วันหนึ่งได้เป็นอาจารย์แพทย์ สอนนักศึกษาแพทย์ เขาจบไปเป็นหมอได้ช่วยเหลือคนได้มากกว่า ผมก็เลยคิดว่า เราออกแรงเพิ่มอีกสักหน่อย มาทำการเมืองซึ่งเป็นการแก้ปัญหาแบบภาพรวม ได้ช่วยคนทั้งอำเภอช่วย ทั้งประเทศ ในรูปแบบของการนำปัญหาไปผลักดันเป็นในรูปแบบของการออกเป็นนโยบาย ก็คงช่วยคนได้เยอะกว่า ยิ่งใหญ่กว่า ก็เลยตัดสินใจไม่ยากที่จะมาลงการเมือง”

ซึ่งจากประสบการณ์ที่ได้เป็นแพทย์ในโรงพยาบาลต่างจังหวัดนี่เอง ที่ทำให้ หมอดาวุฒิ เข้าใจความยากลำบากของคนไข้และแพทย์ ขณะเดียวกันก็มองว่านี่เป็นกระจกสะท้อนนโยบายของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี และนี่คือสาเหตุของการตัดสินใจครั้งสำคัญในการลงเล่นการเมืองภายใต้พรรคเพื่อไทย

“จริงๆ ทุกพรรคมีนโยบายที่ดีหมดเลย เพราะที่ทำก็เพื่อประชาชน เพื่ออยากเปลี่ยนประเทศ เพียงแต่ผมเป็นหมออยู่ในระบบราชการ ก็จะเห็นคนไข้ที่เป็นในกลุ่มคนที่อาจจะเรียกว่าเป็นคนที่ไม่มีโอกาส เป็นคนต่างจังหวัดที่ไม่ได้มีรายได้มาก แต่คนเหล่านี้ได้รับประโยชน์จากนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค มีคนที่รอดตายจริงๆ จากโครงการนี้ มีคนที่ได้ผ่าตัดตาโดยที่ไม่ต้องเสียสักบาท หรือจ่ายแค่ 30 บาท แล้วเขากลับมามองเห็น กลับมาประกอบสัมมาชีพได้”

“เดิม Pain point ของโครงการดังกล่าว เป็นการตรวจแล้วให้คนไข้ไปรักษาในโรงพยาบาลอื่น ซึ่งต้องมีใบรีเฟอร์ และการรีเฟอร์ทุกครั้งต้องไปขอใบส่งตัว แต่ปัจจุบันนี้เห็นว่ามันมีพัฒนาการ เป็นโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ในรัฐบาลที่แล้ว ก็ยิ่งประทับใจ ยิ่งศรัทธาในโครงการ 30 บาท”

“ผมจึงคิดว่านโยบาย 30 บาทดีมากๆ แทบจะไม่มีใครที่ไม่มีโอกาสได้เข้าสู่การรักษาอย่างเท่าเทียมแล้วในปัจจุบัน ก็เลยศรัทธาในนโยบาย 30 บาท และยิ่งตอนนี้พรรคเพื่อไทยชูนโยบาย 30 บาทเอไอ ซึ่งผมก็มีความหวัง มีความเชื่อมั่นมากๆ ว่านโยบายต่างๆ เหล่านี้มันจะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตคนไข้ของผม จึงตัดสินใจไม่ยากเลยที่จะมาร่วมกับเพื่อไทย”

และนี่เอง ที่ทำให้หมอดาวุฒิ เห็นโอกาสที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบสาธารณสุขที่เอื้อประโยชน์ให้ทั้งคนไข้ และบุคลากรทางการแพทย์ จึงมีความมุ่งมั่นที่จะนำองค์ความรู้ความสามารถที่มีไปร่วมพัฒนานโยบาย 30 บาทเอไอ

หมอดาวุฒิกล่าวว่า ผมไม่ได้มองในมุมมองของคนไข้ หรือว่าคนที่ได้ประโยชน์อย่างเดียว แต่ผมมองในมุมมองบุคลากรการแพทย์ด้วย เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ ก็มีคนมองว่าหมอคงจะเหนื่อยขึ้นแน่เลย พยาบาลทำงานมากขึ้น นักเทคนิคการแพทย์ คนทำเอกซเรย์ ก็คงจะทำงานเยอะขึ้นหนักขึ้น แต่โครงการ 30 บาทเอไอ เป็นโครงการที่ไม่ได้แค่ลดความเหลื่อมล้ำ ไม่ได้ลดแค่ความแออัดตรงนั้น แต่จะเป็นการช่วยซัพพอร์ตถึงคนที่ทำงานโดยเราปรับปรุงให้มีวันโรด (one road) ซึ่งจะเป็นถนนสายหนึ่งของข้อมูลสุขภาพเดียวกันทั้งประเทศ ไม่ว่าคุณจะรักษาที่ไหน ข้อมูลสุขภาพทั้งหมด จะไปตามถนนเส้นนี้ หมอในโรงพยาบาลจังหวัดหรือโรงพยาบาลใดก็ตาม สามารถเห็นประวัติได้จากวันโรดในระบบเอไอได้เลย

พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า หนึ่งคือ ลดแออัด สอง คือไม่ต้องไปเจาะแล็บใหม่ คนไข้เปลี่ยนโรงพยาบาลไม่ต้องไปเริ่มนับ 1 ใหม่ สิ่งเหล่านี้จะเป็นการเพิ่มคุณภาพการทำงาน ลดเวิร์กโหลดของบุคลากร ซึ่งผมเป็นบุคลากรทางการแพทย์มานาน รับราชการมานาน ก็คิดว่าตรงนี้สามารถแก้ปัญหาได้ในทุกจุดเลย

นอกจากเรื่องภาพกว้าง ที่ผูกโยงกับวิชาชีพเดิมแล้ว ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.ปากช่อง “ท่องเที่ยว” ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ วัชรากร อยากจะขับเคลื่อน

“ปากช่องเรามีของดีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง อย่าง เขาใหญ่ ถ้าประชาสัมพันธ์ดีๆ ก็จะทำให้การท่องเที่ยว เป็นจุดเด่นในการดึงเม็ดเงิน ดึงเศรษฐกิจให้ปากช่องโตขึ้น เรื่องระบบโลจิสติกส์ก็ได้เปรียบกว่าคนอื่น อย่าง M6 รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง ซึ่งมีสถานีที่ปากช่องด้วย นี่คือโอกาสที่จะทำให้การท่องเที่ยวในปากช่องพัฒนาได้ รวมเศรษฐกิจทั้งหมดด้วย หากขนส่งดี ก็เป็นโอกาส เช่น ของดีปากช่องอย่างน้อยหน่าเพชรปากช่อง บ้านผมก็จะสามารถส่งขนส่งขายไม่ใช่แค่ในประเทศ แต่ยังส่งไปจีนได้อย่างรวดเร็วด้วย ตรงนี้เราจึงมองว่าน่าจะเป็นโอกาสตัวใหญ่ๆ เลย”

ด้วยมุมมองทั้งในฐานะจักษุแพทย์ ที่ได้เห็นทั้งความทุกข์ของชาวบ้าน รวมถึงความสุขที่เกิดขึ้นจากนโยบายจากรัฐที่จัดสรรมาให้ ขณะเดียวกันยังเป็นทายาทการเมืองที่เติบโตในสภาพแวดล้อมของชุดแนวคิดที่มุ่งมั่นช่วยเหลือชาวบ้าน ผลักดันประเทศให้ไปต่อได้ ส่งผลให้คุณหมอหนุ่มอนาคตไกล ทิ้งอาชีพที่เล่าเรียนมาเกือบ 10 ปี และทำงานในสายอาชีพนี้มาอีกกว่า 9 ปี

หมอดาวุฒิยอมรับว่า ผมเองก็เสียดายเหมือนกัน แต่เพราะหลังจากได้ลงพื้นที่พบปะประชาชน ได้ฟัง ได้เห็นความชื่นชมที่ชาวบ้านมีให้คุณพ่อ น้องสาว อาเจ็ก อาโก ได้รับรู้ว่ามีคนเห็นคุณค่ากับสิ่งที่เราทำมาตลอด 20 ปี จึงทำให้รู้สึกว่าตัดสินใจไม่ผิดที่จะได้อาสามาทำตรงนี้ต่อ เหมือนเติมไฟในตัวผมว่า มีแรงอยากจะทำต่อ มีกำลังใจอยากจะทำต่อ”

“ผมเป็นลูกหลานของนักการเมือง เป็นตระกูลการเมืองก็จริง แต่ผมคิดว่าการเมืองมันไม่ได้ส่งมอบด้วยมรดก ผมยังต้องทำการบ้านอย่างหนัก ต้องเอาหน้าไปให้คนเห็น ไปบอกว่าผมมีความมุ่งมั่นความตั้งใจแบบนี้ ส่วนคนปากช่องก็ค่อนข้างเมตตาครอบครัวผม เวลาผมไปลงพื้นที่ชาวบ้านก็จะบอกว่าไว้ใจครอบครัวนี้ ไว้ใจตระกูลนี้ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ผมชะล่าใจ”

หมอดาวุฒิกล่าวส่งท้ายว่า ครอบครัวเราคลุกคลีกับชาวบ้านมานาน เรารู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน และต้องแก้ยังไง ถ้าเลือกผม ผมรู้ว่าเรื่องคาอยู่ตรงไหน ผมต้องไปดันตรงไหนต่อ ผมต้องออกแรงตรงไหน

“มันก็เหมือนเกาให้ถูกที่คัน ผมก็คิดว่าตรงนี้น่าจะเป็นจุดแข็งของผมครับ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดหน้า Next Gen! หมอดาวุฒิ วัชรากร เลิศด้วยลาภ เริ่มบทใหม่เพื่อปชช.ด้วยตัวเอง เพราะการเมืองไม่ใช่มรดก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...