โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

น้ำมัน-มาตรการรัฐกดเงินเฟ้อติดลบเดือนที่ 10 ยังไม่มีสัญญาณเงินฝืด

The Better

อัพเดต 05 ก.พ. เวลา 07.07 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. เวลา 07.10 น. • THE BETTER
‘พาณิชย์’ชี้เงินเฟ้อเดือนม.ค.ยังติดลบจากราคาน้ำมัน-ค่าไฟที่ลดลง แต่หมวดอาหารสำเร็จรูปยังสูง มองแนวโน้มเดือนยังติดลบ คาดเริ่มบวกไตรมาส2 หลังมีรัฐบาลใหม่อัดมาตรการเพิ่มกำลังซื้อ

น.ส.ณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยถึง ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือนมกราคม 2569 เท่ากับ 99.91 เทียบกับเดือนมกราคม 2568 ซึ่งเท่ากับ 100.57 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงร้อยละ 0.66 (YoY) โดยติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10

ทั้งนี้มีปัจจัยสำคัญจากการปรับลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงและค่ากระแสไฟฟ้าที่ปรับลดลง ตามสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลก และมาตรการลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐ ประกอบกับราคาสินค้าในกลุ่มของใช้ส่วนบุคคลยังคงลดลง จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของผู้ผลิตและผู้ประกอบการ

ขณะที่สินค้าในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวสูงขึ้น จากการสูงขึ้นของราคาเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และอาหารสำเร็จรูป เป็นสำคัญ สะท้อนจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ดีนัก ส่วนราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก

ทั้งนี้เมื่อเทียบอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนธันวาคม 2568 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป

ของไทยลดลงร้อยละ 0.28 (YoY) โดยอยู่ระดับต่ำอันดับ 7 จาก 127 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และต่ำเป็นอันดับ 2

จาก 10 ประเทศในกลุ่มอาเซียนที่ประกาศตัวเลข (บรูไน ติมอร์-เลสเต กัมพูชา สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม สปป.ลาว) สำหรับเฉลี่ยทั้งปี 2568 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยลดลงร้อยละ 0.14 (AoA) อยู่ระดับต่ำอันดับที่ 8 จาก 127 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข

ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนมกราคม 2569 เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2568 ลดลงร้อยละ 0.28 (MoM) ตามการลดลงของหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ร้อยละ 0.42 (MoM) จากสินค้าสำคัญที่ราคาปรับลดลง อาทิ ผักสด (ผักกาดขาว มะเขือ กะหล่ำปลี ผักชี ผักคะน้า) ไข่ไก่ และเนื้อสุกร เนื่องจากปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงไก่ย่าง น้ำมันพืช กาแฟผงสำเร็จรูป และข้าวสารเหนียว เนื่องจากมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ

ขณะที่มีสินค้าที่ราคาปรับสูงขึ้น อาทิ ข้าวสารเจ้า ผลไม้สด (แตงโม แก้วมังกร มังคุด มะละกอสุก) น้ำอัดลม ไก่สด และกุ้งขาว และหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลงร้อยละ 0.17 (MoM) จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากมีการปรับลดอัตราเงินจัดเก็บเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซล รวมถึงค่ากระแสไฟฟ้า เนื่องจากมีการปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) ประจำเดือนมกราคม – เมษายน 2569

ด้านของใช้ส่วนบุคคล (ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว น้ำยาระงับกลิ่นกาย แชมพู โฟมล้างหน้า) และสิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาถูพื้น น้ำยาล้างจาน น้ำยารีดผ้า) ปรับราคาลดลงจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าที่ราคาปรับสูงขึ้น อาทิ รถยนต์ ค่าเช่าบ้าน ค่าโดยสารรถไฟฟ้า และค่าจ้างเหมาซ่อมแซมบ้าน

อย่างไรก็ตามแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2569 คาดว่าจะยังคงลดลง โดยยมีปัจจัยกดดันให้อัตรา

เงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่ 1. ราคาน้ำมันดิบดูไบในตลาดโลกต่ำกว่าปีก่อนหน้า ประกอบกับคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับลดอัตราการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซล ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศอยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้า

2. ภาครัฐดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับลดค่า Ft งวดเดือนมกราคม - เมษายน 2569 มาอยู่ที่ 9.72 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตรา

ค่ากระแสไฟฟ้าลดลงเหลือ 3.88 บาทต่อหน่วย 3. การแข็งค่าของเงินบาท ทำให้ต้นทุนการนำเข้าลดลง โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่มีสัดส่วนในตะกร้าเงินเฟ้อสูง และ 4. การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันที่สูงขึ้น

ส่วนปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้น ได้แก่ 1. ราคาสินค้าเกษตรบางชนิดมีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อนหน้า โดยเฉพาะผักสดที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และ 2.ราคารถยนต์ปรับตัวสูงขึ้นตามภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ปี 2569 ด้วยปัจจัยดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 อยู่ระหว่างร้อยละ 0.0 - 1.0 (ค่ากลางร้อยละ 0.5)

“เงินเฟ้อในช่วงไตรมาสแรก จะยังติดลบอยู่ และจะเริ่มบวกไตรมาส 2 ที่ 0.38 % ไตรมาส 3 บวก 0.90 % และไตรมาส 4 บวก 1.15 % โดยมีปัจจัยจากการตั้งรัฐบาลใหม่ที่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มกำลังซื้อและราคาสินค้าบางอย่างเพิ่มขึ้น ส่วนเงินเฟ้อที่ติดลบต่อเนื่อง นั้นยังไม่มีสัญญาณของเงินฝืดเกิดขึ้น”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...