โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กทม. คัดกรอง ‘แมวสวนลุมพินี’ พบอาการป่วยส่งรักษาต่อครบทุกตัว วอนหยุดทำร้ายน้องด้วยการปล่อยทิ้งในที่สาธารณะ เตือนฝ่าฝืนมีโทษปรับสูง

สวพ.FM91

อัพเดต 04 ก.พ. เวลา 22.13 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. เวลา 22.13 น.

กทม. คัดกรอง ‘แมวสวนลุมพินี’ พบอาการป่วยส่งรักษาต่อครบทุกตัว วอนหยุดทำร้ายน้องด้วยการปล่อยทิ้งในที่สาธารณะ เตือนฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 40,000 บาท เพราะทุกชีวิตสำคัญ

วันที่ 4 ก.พ. 69 กรุงเทพมหานคร โดย สำนักอนามัย สำนักสิ่งแวดล้อม และสมาคมสงเคราะห์สัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ลงพื้นที่เชิงรุก ณ สวนลุมพินี เพื่อปฏิบัติภารกิจคัดกรองและช่วยเหลือน้องแมว

จากการเฝ้าระวังกรณีพบแมวติดเชื้อรากินเนื้อ (Sporotrichosis) ซึ่งเป็นโรคที่ต้องได้รับการรักษาอย่างใกล้ชิด วันนี้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและจับแมวที่ติดเชื้อได้ครบทั้ง 4 ตัวเป็นที่เรียบร้อย โดยจะส่งตัวน้อง ๆ ไปยังศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร (ประเวศ) เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป โดยหลังจากนี้ สำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข จะมีทีมสัตวแพทย์เฝ้าระวังพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการระบาดซ้ำ

วางแผนคุมกำเนิด หยุดวงจรประชากรล้นสวน
กทม. ไม่เพียงแค่รักษา กทม. ยังรุกต่อด้วยการสำรวจ รวบรวมข้อมูลแมวที่ยังไม่ได้รับการทำหมัน และประสานหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของสำนักอนามัยเข้าดำเนินการทำหมันเพื่อควบคุมจำนวนประชากรแมวในพื้นที่สวนสาธารณะอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ปัญหาแมวในสวนลุมพินีเป็นปัญหาที่เรื้อรังมากว่าทศวรรษ แม้ กทม. จะพยายามดูแลเพียงใด แต่กลับพบว่ายังมีคนนำสัตว์เลี้ยงมาปล่อยทิ้งในพื้นที่สวนสาธารณะอย่างต่อเนื่อง "รัก แต่ไม่รับผิดชอบ" คือการส่งต่อภาระและความเจ็บปวดให้แก่สัตว์และสังคม

รู้หรือไม่? ‘การนำสัตว์มาปล่อยมีความผิดตามกฎหมาย’ การละทิ้งสัตว์ให้พ้นความดูแลในที่สาธารณะ มีความผิดตาม พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 มาตรา 23 โทษปรับสูงสุดไม่เกิน 40,000 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...