โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

วิกฤตฮอร์มุซป่วนโลก! สภาผู้ส่งออกฯ เผยค่าระวางเรือพุ่ง 100%

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐอเมริกา กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อห่วงโซ่อุปทานและกลไกการค้าโลก ซึ่งวิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลกระทบฉับพลันต่อการจราจรทางน้ำ ในอ่าวเปอร์เซีย ข้อมูลล่าสุดระบุว่าเรือบรรทุกสินค้าจำนวนมากต้องทำการทอดสมอและหยุดการเคลื่อนไหวเพื่อประเมินสถานการณ์

ทั้งนี้ สายการเดินเรือจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซและพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเปลี่ยนไปใช้เส้นทางอ้อมทวีปแอฟริกาผ่านแหลมกู๊ดโฮป ส่งผลกระทบให้ต้นทุนค่าระวางเรือสูงขึ้นเท่าตัว โดยมีการประเมินว่าค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต จากปกติที่ 3,500 ดอลลาร์ต่อตู้ เป็น 7,000 ดอลลาร์ต่อตู้

โดยผู้ส่งออกต้องแบกรับภาระค่าธรรมเนียมความเสี่ยงภัยสงคราม และค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นตามระยะทางการเดินเรือที่ยาวนานขึ้น

ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกของไทยไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5% ของยอดการส่งออกรวมทั่วโลก หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 400,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจากการประเมินคาดว่ามีมูลค่าความเสียหาย ประมาณ 33,300 ล้านบาทต่อเดือน เฉลี่ยประมาณ 8,300 ล้านบาทต่อสัปดาห์ จากการ หยุดชะงักของการเดินทาง

ขณะที่คาดการณ์ว่าปัจจุบันมีสินค้าไทยมูลค่าประมาณ 32,000 ล้านบาท ที่อยู่ระหว่างการเดินทางและติดค้างอยู่ในระบบขนส่ง ซึ่งไม่สามารถเข้าสู่ท่าเรือปลายทางได้ตามกำหนด

ด้านตู้คอนเทรนเนอร์ สินค้าที่ส่งออกไปแล้วไม่สามารถหมุนเวียนกลับมายังไทยได้ตามกำหนด การหยุดนิ่งทั้งฝั่งนำเข้าและส่งออกทำให้ระบบการจัดสรรตู้สินค้าที่ท่าเรือหลักเกิดสภาวะคอขวดผู้ส่งออกรายย่อยอาจไม่สามารถจองระวางเรือได้เนื่องจากสายการเดินเรือให้ความสำคัญกับคู่ค้ารายใหญ่ที่มีศักยภาพในการจ่ายค่าระวางที่สูงขึ้น

"ตอนนี้เรือมันออกไปค่อนข้างที่จะเยอะ แล้วตู้คอนเทนเนอร์ก็คงจะขาดแคลนแต่หวังว่าคงไม่ได้เลวร้ายมาก เพราะมันนิ่งทั้งสองฝั่ง ทั้งส่งออกก็ไม่สามารถจะส่งออกได้ นำเข้ามาก็ไม่ออกมา เพราะตอนนี้เรือทั้งหมดก็ค้างอยู่ที่ท่า"

สำหรับกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบสูงสุด เนื่องจากไทยเป็นผู้ส่งออกหลักคือ กลุ่มอาหาร นอกจากนี้ จากปัญหาต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นส่งผลให้ราคาสินค้าปลายทางสูงเกินกำลังซื้อของผู้บริโภคความเสี่ยงด้านคุณภาพสินค้าจากการขยายระยะเวลาในการขนส่ง

ทั้งนี้ในส่วนของอุตสาหกรรมพลังงานและน้ำมันดิบ ซึ่งประเทศไทยนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางมากกว่า 50% ของปริมาณความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนปริมาณน้ำมัน แต่อยู่ที่ต้นทุนการนำเข้าการเปลี่ยนเส้นทางขนส่งอ้อมแหลมกู๊ดโฮปจะทำให้ราคาน้ำมันดิบ ณ หน้าโรงกลั่นปรับสูงขึ้นตามค่าขนส่งและระยะเวลาที่เพิ่มขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...