โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

อนุทิน ชี้เป็นนโยบายกวาดล้างสแกมเมอร์ หลังออกหมายจับ 'เบน สมิธ' ไม่แคร์แรงกระเพื่อมการเมือง

Khaosod

อัพเดต 02 มี.ค. เวลา 10.35 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. เวลา 10.35 น.
อนุทิน ชี้เป็นนโยบายกวาดล้างสแกมเมอร์ หลังออกหมายจับ 'เบน สมิธ' ไม่ขอก้าวก่ายขั้นตอน ไม่แคร์แรงกระเพื่อมทางการเมือง

อนุทิน ชี้เป็นนโยบายกวาดล้างสแกมเมอร์ หลังออกหมายจับ 'เบน สมิธ' ไม่ขอก้าวก่ายขั้นตอน ไม่แคร์แรงกระเพื่อมทางการเมือง ช่วงจัดตั้งรัฐบาล หลังมีแกนนำพรรคการเมืองเชื่อมโยง

เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 2 มี.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีตำรวจสอบสวนกลาง ขอศาลออกหมายจับนายเบน สมิธ และ น.ส.แคทรียา ภรรยา ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีร่วมกันฉ้อโกง และฟอกเงิน หลอกนักธุรกิจต่างชาติลงทุนข้ามชาติว่า

ตนเพิ่งรับทราบข่าวนี้ ส่วนรายละเอียดจะไปตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่งตำรวจดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาอยู่แล้ว เป็นนโยบายของรัฐบาล ในเรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ ทุนเทา คอลเซ็นเตอร์ และเงินถูกกฎหมาย การฟอกเงิน

นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่ยืนยันนโยบาย และข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่ว่า “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ไม่รู้ว่าใครไปทำอะไร แต่หากเกิดเหตุใดๆ ขึ้นมา และเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนให้กับคนในประเทศ และสร้างความเสียหายให้กับประเทศ และระบบเศรษฐกิจ ใครที่ทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดี

เมื่อถามว่า ต้องประสานอินเตอร์โพล เพื่อดำเนินการติดตามตัวผู้ต้องหาหรือไม่ นายกฯ ระบุว่า ตนยังไม่ได้ถามถึงในรายละเอียด เพราะไม่ต้องให้ความสำคัญกับใครเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งรัฐบาลที่ตนเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล มีนโยบายในการปฏิบัติงานอย่างชัดเจนในการเข้ามาดูแลความเสียหายทางเศรษฐกิจ ทางสังคม และความมั่นคง ดังนั้น เราต้องไปแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ โดยช่วงหลังมานี้ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากสแกมเมอร์ การหลอกลวง การฟอกเงิน และคอลเซ็นเตอร์

เมื่อถามว่า ขณะนี้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาสแกมเมอร์ตัวสำคัญครบแล้วหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ศาลอายัดทรัพย์ผู้ที่เป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจทั้งชาวต่างชาติ และคนไทย ซึ่งที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการมา ก่อนที่ศาลจะสั่งอายัดทรัพย์ทั้งหมด ทำให้เจ้าหน้าที่ ปปง.เกิดความมั่นใจในการจับกุมผู้ต้องหา และเกิดความชัดเจนว่าการดำเนินการของหน่วยงานรัฐ ในการป้องกันและปราบปรามสิ่งผิดกฎหมายเหล่านี้ ได้รับการยอมรับ และเกิดความยุติธรรม และเกิดความเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ

“แสดงให้เห็นว่าไม่มีอะไรอยู่เหนือกฎหมาย และชี้ให้ประชาชนเห็นเลยว่า รัฐบาลไม่ได้เข้าข้างผู้กระทำความผิดทางกฎหมาย มีแต่เข้าข้างผู้ที่ปราบปราม ผู้ที่ป้องกัน และผู้ที่รักษากฎหมายอย่างเต็มที่” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามถึงการบูรณาการเชื่อมโยงฐานข้อมูล เรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ มีความคืบหน้าอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ในรายละเอียดตนเชื่อว่า หน่วยงานที่มีหน้าที่ป้องกันและปราบปราม ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ เพราะในกรณีนี้ ปปง. ได้ทำงานร่วมกับทุกหน่วยงาน ทั้งตำรวจ, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), กระทรวงการคลัง พวกเราทำงานเป็นทีมอยู่แล้ว และมีผู้ทรงคุณวุฒิร่วมทำงานในคณะ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ได้รับรายงานถึงนักการเมืองหรือบุคคลสำคัญที่เกี่ยวกับอาชญากรรมข้ามชาติหรือไม่ นายกฯ ยืนยันว่า จะไม่ก้าวก่าย และไปมีส่วนในการเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ เพราะกลัวว่าจะถูกเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าเข้าไปก้าวก่าย เพราะการทำงานของตนเองไม่เหมือนกับคนอื่น ซึ่งตนได้มอบหมายให้เขาทำงานอย่างเต็มที่ ข้อสั่งการเดียวที่สั่งคือ “ใครทำผิดกฏหมายไม่มีการละเว้น ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร”

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า จะเกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองหรือไม่ เนื่องจากมีแกนนำพรรคการเมืองเข้าไปมีส่วนเชื่อมโยงกับเบน สมิธ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า “ผมก็ไม่ค่อยแคร์เท่าไหร่นะ”

เมื่อถามย้ำว่า จะกระทบจัดตั้งรัฐบาล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ”ไม่มีปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชน และความเสียหายของประเทศ มีความสำคัญกว่ากันการจัดตั้งรัฐบาลหรือจะต้องไปเกรงใจนักการเมืองหรือผู้มีอิทธิพลคนไหน ซึ่งไม่มีความหมายอะไรเลยตรงนี้สบายๆ“

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อนุทิน ชี้เป็นนโยบายกวาดล้างสแกมเมอร์ หลังออกหมายจับ 'เบน สมิธ' ไม่แคร์แรงกระเพื่อมการเมือง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...