โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จับตาราคาก๊าซพุ่งทั่วโลก หลังบริษัทผลิตก๊าซรายใหญ่ของโลกในกาตาร์ถูกโดรนอิหร่านโจมตีเสียหาย

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
บริษัท QatarEnergy ผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รายใหญ่ของโลก ประกาศหยุดปฏิบัติงานหลังสถานีพลังงานของบริษัทถูกโดรนจากอิหร่านโจมตีจนได้รับความเสียหาย จับตาราคาปรับตัวสูงและสั่นคลอนตลาดก๊าซทั่วโลกโดยเฉพาะ “เอเชีย” ซึ่งเป็นคู่ค้าหลัก

บริษัท QatarEnergy ผู้จัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG ที่คิดเป็นประมาณ 20 เปอร์เซนต์ของอุปทานทั่วโลก หากปริมาณดังกล่าวหายไปจากตลาด ประเทศต่าง ๆ จะต้องเร่งแสวงหาแหล่งก๊าซที่เหลืออยู่ ส่งผลให้การแข่งขันสูงขึ้นและผลักดันให้ ราคาก๊าซปรับตัวเพิ่มขึ้น ในช่วงที่สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางยังไม่มีท่าทีจะลดความตึงเครียดลง

ตามการเปิดเผยของกระทรวงกลาโหมกาตาร์ อิหร่านได้ส่งโดรนโจมตีสิ่งปลูกสร้างด้านพลังงานที่สำคัญของกาตาร์ 2 แห่ง ได้แก่ ถังเก็บน้ำที่โรงไฟฟ้าในเขตอุตสาหกรรมเมไซอีด และสถานีพลังงานในเมืองอุตสาหกรรมราสลาฟฟานซึ่งมี QatarEnergy ผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รายใหญ่ที่สุดของโลกเป็นเจ้าของ แม้ว่าจะไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บแต่การโจมตีดังกล่าวทำให้ล่าสุดบริษัท QatarEnergy ออกมาประกาศระงับการผลิตก๊าซ LNG แล้วรวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของบริษัทด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

-ทำไม QatarEnergy ต้องหยุดปฏิบัติการ ?

การโจมตีของอิหร่านที่ทำให้สถานีพลังงานในเมืองอุตสาหกรรมราสลาฟฟานของ QatarEnergy ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยแปรรูปก๊าซธรรมชาติเหลวที่เตรียมส่งออกไปยังต่างประเทศได้รับความเสียหาย

สำนักข่าวรอยเตอร์ส และบลูมเบิร์ก รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ว่า บริษัทพลังงาน QatarEnergy ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐจำเป็นต้องประกาศภาวะที่เรียกว่า “เหตุสุดวิสัย” หรือ force majeure ซึ่งหมายถึงกรณีที่บริษัทได้รับการยกเว้นจากภาระผูกพันตามสัญญา เนื่องจากเกิดสถานการณ์พิเศษหรือเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมอย่างการโจมตีด้วยโดรนจากอิหร่าน

การปิดปฏิบัติการของ QatarEnergy นี้เป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่การสู้รบทางทะเลระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ยังคงตึงเครียดรวมถึงยังมีการส่งขีปนาวุธโจมตีแลกเปลี่ยนกันทั่วทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง จนกระทั่งล่าสุดที่อิหร่านออกมาประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและเส้นทางการค้าสายหลักของโลก ซึ่งกระทบทำให้เรือมากกว่า 150 ลำไม่สามารถเดินทางได้รวมถึงเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว LNG ของ QatarEnergy ก็ไม่สามารถเดินทางผ่านบริเวณช่องแคบดังกล่าวและบริเวณโดยรอบได้

สำนักข่าว Anadolu ของตุรกีรายงานว่า การเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าว ทั้งการขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และน้ำมัน ลดลงถึง 86 เปอร์เซนต์ โดยมีเรือประมาณ 700 ลำจอดรออยู่ทั้งสองฝั่งของช่องทางเดินเรือ

-สิ่งที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบอย่างไรต่อตลาด LNG ทั่วโลก ?

กาตาร์ส่งออก ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ประมาณ 20 เปอร์เซนต์ ในตลาดโลกเมื่อมีสินค้าส่งถึงตลาดลดลง อุปทานของก๊าซธรรมชาติเหลวก็ลดลงตามและส่งผลให้ราคาปรับตัวพุ่งสูงขึ้น

ราเชล ซีมบา นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์ความมั่นคงอเมริกันใหม่(Center for a New American Security) กล่าวว่า นี่เป็นการยกระดับสถานการณ์อย่างชัดเจนในชั่วข้ามคืนที่ส่งแรงกดดันต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคอ่าวอาหรับ

สำหรับภูมิภาคที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการหยุดปฏิบัติการของ QatarEnergy มากที่สุดคือ “ตลาดเอเชีย” โดยเฉพาะปากีสถาน อินเดีย และบังกลาเทศ ในขณะที่ “จีน” ในฐานะผู้นำเข้าก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของโลกกลับไม่ได้รับผลกระทบมากเท่า เนื่องจากก๊าซส่วนใหญ่ของจีนนำเข้าจากออสเตรเลีย โดยคิดเป็น 34 เปอร์เซนต์ ของการนำเข้าทั้งหมด ตามข้อมูลของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม แม็กซิม โซนิน ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานจากศูนย์ Center for Fuels of the Future แห่งมหาวิทยาลัย Stanford University กล่าวว่า แม้การตัดสินใจของ QatarEnergy จะทำให้ตลาดพลังงานเกิดความผันผวน แต่เขายังไม่ถึงขั้นเรียกสถานการณ์นี้ว่าเป็น “วิกฤต” โดยเขากล่าวว่าโลกจะเห็นความผันผวนระยะสั้นในตลาด LNG โดยเฉพาะหากโครงสร้างพื้นฐานในกาตาร์และศูนย์กลางอื่น ๆ ได้รับความเสียหาย แต่เขาก็ไม่คาดว่าจะเกิดวิกฤตก๊าซแบบในปี 2022 ซ้ำรอยที่ยุโรป โดยเขาได้อ้างอิงไปถึงช่วงหลังจากรัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครนเต็มรูปแบบที่ทำให้หลายประเทศในยุโรปพยายามลดการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซจากรัสเซียมากขึ้น

-ประเทศใดส่งออก ก๊าซธรรมชาติเหลว มากที่สุดในโลก ?

ตั้งแต่ในปี 2022 รัสเซียคือประเทศที่ส่งออกก๊าซ LNG รายใหญ่ที่สุดในโลก แต่กลับส่งออกลดลงในช่วงที่สงครามกับยูเครนเริ่มต้นขึ้น และจนถึงขณะนี้ “สหรัฐฯ” ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ส่งออก ก๊าซธรรมชาติเหลวรายใหญ่ที่สุดในโลกแทนโดยมีกาตาร์และออสเตรเลีย ต่อแถวตามลำดับ

-QatarEnergy หยุดปฏิบัติงาน กระทบยุโรป หรือไม่ ?

กว่า 82 เปอร์เซนต์ในการค้าขายก๊าซธรรมชาติเหลวของ QatarEnergy คือประเทศในทวีป “เอเชีย”แต่การหยุดชะงักนี้ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดอื่นๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรปด้วย

นี่จึงหมายความว่า ปริมาณก๊าซธรรมชาติเหลวที่ลดลงจะต้องรองรับความต้องการทั่วโลกในระดับเดิม โดยเมื่อวานนี้ (2 กุมภาพันธ์) หลังการประกาศหยุดปฏิบัติงานของ QatarEnergy ราคาก๊าซขายส่งในนเธอร์แลนด์และอังกฤษพุ่งขึ้นเกือบ 50 เปอร์เซนต์ ในขณะที่ราคา LNG ในเอเชียเพิ่มขึ้นเกือบ 39 เปอร์เซนต์

ราเชล ซีมบา นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์ความมั่นคงอเมริกันใหม่กล่าวว่า มันไม่เป็นผลดีหากกาตาร์ต้องหยุดดำเนินการเป็นเวลานาน แต่ข่าวดีเพียงเล็กน้อยสำหรับยุโรปคืออย่างน้อยช่วงฤดูหนาวที่เลวร้ายที่สุดของยุโรปกำลังผ่านพ้นไปแล้วและทำให้ความต้องการด้านพลังงานในยุโรปเพื่อบรรเทาอากาศที่หนาวเหน็บเริ่มลดลง

ด้าน โฆษกของคณะกรรมาธิการยุโรป ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ส เมื่อวานนี้ (2 กุมภาพันธ์) ว่าคณะทำงานประสานงานด้านก๊าซของสหภาพยุโรป จะนัดประชุมกันในวันพรุ่งนี้ (4 กุมภาพันธ์) เพื่อประเมินผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยคณะทำงานดังกล่าวประกอบด้วยผู้แทนจากรัฐบาลประเทศสมาชิกยุโรป ที่ทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์การกักเก็บก๊าซและความมั่นคงด้านอุปทานในสหภาพยุโรป รวมทั้งประสานมาตรการรับมือในช่วงที่กำลังวิกฤตในตะวันออกกลาง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...