โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"บิ๊กโจ๊ก" ส่งทนายร้องศาลเอาผิด "บิ๊กเต่า และผู้การ ปปป." มาตรา 157

ข่าวช่อง8

เผยแพร่ 22 ม.ค. เวลา 04.40 น. • RS PCL
“บิ๊กโจ๊ก” ส่งทนายร้องศาลเอาผิด “บิ๊กเต่า และผู้การ ปปป.” มาตรา 157 ระบุ ติดกระดุมเม็ดแรกผิดในการใช้อำนาจ เรื่องควรส่งไปที่รัฐสภาไม่ใช่มาตั้งข้อกล่าวหาตั้งคณะพนักงานสอบสวนเอง

วันที่ 22 ม.ค. 2569 นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ ของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำเอกสารมายังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเพื่อยื่นฟ้องกับพลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจส่วนกลาง และ พลตำรวจตรีประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการปราบปรามการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ และคณะพนักงานสอบสวน ในคดีติดสินบนทองเจ้าหน้าที่รัฐ ในความผิดตามมาตรา 157

โดย นายสัญญาภัชระ ได้นำเอกสารที่ทาง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ออกเอกสารว่า มีติส่งเรื่องดังกล่าวคืนพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.ศ. 2561 มาตรา 61 วรรคสอง

ซึ่งทนายความ บอกว่า เมื่อ ป.ป.ช.ส่งคืนกลับมาไม่ได้หมายความว่าจะกลับไปดำเนินการได้ เรื่องการดำเนินการเอาผิดนั้น จะต้องไปเริ่มที่รัฐสภา ซึ่งต้องดูว่าตอนนี้ทางประธานวุฒิสภา จะดำเนินการได้หรือไม่ ถ้าทำได้ก็ส่งไปยังประธานศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะเรื่องดังกล่าวมีการกล่าวหากรรมการของป.ป.ช. และบุคคลอื่น ซึ่งเป็นสำนวนเดียวกัน

ส่วนที่ ป.ป.ช.ออกเอกสารมาเมื่อวาน ก็มองว่า ป.ป.ช. เองก็ไม่ได้มีอำนาจ จึงส่งกลับไปที่ตำรวจ ซึ่งหากตำรวจ กลับไปดำเนินการ เอาผิดและเรื่องไปยัง ศาลอาญา นั้นไม่ถูกต้อง เพราะการที่จะ ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาที่มีตำแหน่งจะต้องใช้กฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและการปราบปรามทุจริต 2 ฉบับ แต่ถ้าเอกสารกลับไปแล้วยังดำเนินการต่อถือว่าเป็นการลุต่ออำนาจ

ทนายความมองว่ามันเป็นการติดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก ที่ตำรวจไปตั้งข้อกล่าวหา บิ๊กโจ๊ก และกรรมการป.ป.ช. แทนที่จะไปร้อง ตามขั้นตอนให้ถูกต้อง แต่กลับ ตั้งข้อกล่าวหาเองแล้วค่อยไปยื่นเอกสาร

และการที่ บิ๊กโจ๊กให้ตนเองมาร้องศาลในวันนี้ ไม่ถือว่าเป็นการประวิงเวลา แต่เป็นการให้ดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบเท่านั้น

นอกจากนี้ทนายความยังได้นำคำสั่งของพลตำรวจเอก สันต์ ศรุตานนท์ อดีตผู้การตำรวจแห่งชาติที่เคยออกคำสั่งแนวทางการดำเนินคดีอาญากับกรรมการปปช ไว้ เมื่อ พ.ศ.2545 มาเป็นหลักฐานประกอบการร้องศาล

นายสัญญาภัชระ ยังบอกอีกว่าขอให้ท่านยอมรับความจริงว่าท่านทำผิด ท่านเป็นต้นทางของการใช้อำนาจ และการมาดำเนินคดีกับลูกความของตนมันเร็วคดีอื่นเห็นจะเร็วเหมือนลูกความตน

และเมื่อวันที่บิ๊กโจ๊กเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาตัวท่านเองก็พูดกับลูกความผมว่าให้แจ้งข้อกล่าวหาเลย ซึ่งนั้นบิ๊กโจ๊กได้ถามกลับว่ามีอำนาจหรือไม่ บอกว่าบิ๊กเต่า ก็ให้อธิบายข้อกล่าวหาทำการสอบสวนและไปพิมพ์ลายนิ้วมือเลย ซึ่งมองว่านี่เป็นการทำให้เกิดความเสียหายกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ / ส่วน พลตำรวจตรีประสงค์ ได้พูดกับบิ๊กโจ๊กว่า ภายใน 30 วันผมจะทำก็ได้จะค้นจะจับจะสอบทำหมด ผมมองว่าคำพูดเหล่านี้เป็นการทำให้เกิดความเสียหาย ลูกความผมไม่ใช่เขมรที่จะมากำหนดเวลาจะทำอะไรไม่ทำอะไร

นอกจากนี้ ทนายระบุว่าจะดำเนินการฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำดีเพิ่มเติม อีกหลายรายโดยเฉพาะผู้ที่ออกคำสั่งสูงสุด คือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ขณะที่นายสัญญาภัชระ ยังโชว์แชตสนทนา แอปพลิเคชัน LINE ระหว่างทนายกับพันตำรวจโทคริส ช่วงต้น 2-18 เดือนธันวาคม 2568 เป็นการส่งข้อความเรื่องของคดี พูดคุยกันอยู่ แต่ผมไม่เข้าใจทำไมเมื่อวานก่อน ถึงไปแจ้งความว่าถูกทำร้ายซึ่งเรื่อง ตั้งแต่ปี 2560

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...