โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

MTC ปักหมุดพอร์ตสินเชื่อปี 69 โต 10-15% มั่นใจคุม NPL ได้ตามเป้า บอร์ดเคาะจ่ายปันผล 0.29 บาท/หุ้น

The Better

อัพเดต 18 ก.พ. เวลา 09.59 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 09.55 น. • THE BETTER
“เมืองไทย แคปปิตอล (MTC)” โชว์พอร์ตสินเชื่อปี 68 โตแกร่ง 11.56% กำไรสุทธิโต 14.59% บอร์ดอนุมัติจ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 0.29 บาท/หุ้น ขึ้น XD วันที่ 28 เม.ย.นี้ ปักหมุด! พอร์ตสินเชื่อปี 69 โต 10-15%

นายปริทัศน์ เพชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC เปิดเผยว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรมในสังคมให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำทางการเงินตามเป้าหมายสหประชาชาติ ผ่านเครือข่ายกว่า 8,673 สาขาทั่วประเทศ ณ สิ้นไตรมาส 4/2568 ควบคู่กับนโยบายอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม เพื่อขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มที่ยังคงพึ่งพาสินเชื่อนอกระบบ โดยมุ่งหวังให้ประชาชนได้รับบริการทางการเงินที่โปร่งใส เข้าถึงง่าย และเป็นธรรม เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม สนับสนุนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

โดยผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 พอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 183,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.56% รายได้รวม 8,057 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.83 % กำไรสุทธิ 1,781 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.47% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และสามารถควบคุมคุณภาพหนี้เสีย (NPL) ไว้ที่ 2.53%

ขณะที่ผลการดำเนินงานในปี 2568 พอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 183,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.56% มีรายได้รวม 30,739 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.17% และกำไรสุทธิ 6,723 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.59 % เทียบปีก่อน สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ระดับ 3.48 ในทิศทางที่ดีขึ้น และมีอัตราส่วนเงินสำรองต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage ratio) อยู่ที่ 142.99% สะท้อนการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพและการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายปันผลเป็นเงินสดจากงวดผลการดำเนินงานในปี 2568 (มกราคม-ธันวาคม 2568) ในอัตรา 0.29 บาท/หุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 28 เมษายน 2569 และจ่ายปันผลวันที่ 15 พฤษภาคม 2569

"ปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันรายได้และกำไรในไตรมาส 4/2568 และภาพรวมทั้งปีเติบโตตามแผนงานที่วางไว้มาจากการเติบโตของสินเชื่อที่มีหลักประกันควบคู่กับการขยายสาขาต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดปล่อยสินเชื่อขยายตัวได้มากขึ้น"

ปัจจุบัน MTC ได้เปิดสาขาเพิ่มขึ้น 502 สาขา จากสิ้นปีก่อน รวมทั้งสิ้นเป็น 8,673 สาขา ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ส่วนในปี 2569 มีแผนเปิดสาขาใหม่ 400 สาขา เพื่อรองรับดีมานด์ลูกค้าที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งบริษัทฯยังคงมุ่งมั่นสู่การเป็นผู้ให้บริการไมโครไฟแนนซ์ในมาตรฐานระดับโลก โดยเน้นจุดแข็งด้านความยั่งยืนทางธุรกิจ สร้างความเท่าเทียมทางการเงินให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทฯตั้งเป้าหมายพอร์ตสินเชื่อเติบโต 10-15% เมื่อเทียบกับปี 2568 เพราะธุรกิจมีแนวทางทำตลาด เพื่อส่งเสริมยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ในกลุ่มต่างๆ ให้มากขึ้น ขณะเดียวกันทาง MTC ยังคงมุ่งให้ความสำคัญกับการเข้าถึงสินเชื่อให้กับลูกค้าให้กว้างขึ้น แต่รูปแบบในปี 2569 จะไม่ได้มีการเปิดสาขาในอัตราที่สูงดังเช่นที่ผ่านมา (เดิมขยายสาขาปีละประมาณ 600 สาขา) เพราะปัจจุบันสาขาของธุรกิจกระจายอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพค่อนข้างครอบคลุมแล้ว จากเดิมที่มีจำนวน 8,171 สาขา ณ สิ้นปี 2567

"ในปีนี้จึงจะมีการนำเอาเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยทำตลาดในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเพิ่มเติม ช่วยผลักดันศักยภาพการบริการให้ดียิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการพิจารณาลูกค้าที่มีศักยภาพ เพื่อควบคุม NPL ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด สนับสนุนภาพรวมธุรกิจให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้"

ที่ผ่านมา MTC ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความรับผิดชอบ โปร่งใส และธรรมาภิบาล โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับดีเลิศ (CG Rating 5 ดาว) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 รวมถึงผลการประเมินด้านความยั่งยืน (ESG Rating) ระดับ AA จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และการจัดอันดับความน่าเชื่อถือขององค์กรที่ระดับ A-(tha) จาก Fitch Ratings ซึ่งสะท้อนถึงเสถียรภาพทางการเงินและความเชื่อมั่นขององค์กรในระดับสากล

นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัล “Best Micro Finance Company Thailand 2025” จากเวที Global Banking & Finance Awards พร้อมร่วมมือกับสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก ได้แก่ บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC), องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA), บริษัทเพื่อการลงทุนและการพัฒนาแห่งเยอรมนี (KfW DEG) และ Credit Guarantee and Investment Facility (CGIF) เพื่อผลักดันการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว อีกทั้งได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและขยายธุรกิจของผู้ประกอบการสตรีในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ในพื้นที่ชนบทของประเทศไทย สะท้อนบทบาทของบริษัทฯ ในฐานะผู้นำธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ในมาตรฐานระดับโลก (World-class Thai Microfinance)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...