ปลัด พม. แจงปมยกเลิกสมาคมฌาปนกิจฯ เป็นอำนาจของท้องที่ เป็นการรวมกลุ่มจัดการศพแบบเพื่อนช่วยเพื่อน โดยไม่หากำไร แบ่งทรัพย์สินสมาชิกไม่ได้ เกณฑ์เก็บเงินสงเคราะห์ตามจำนวนสมาชิก
BTimes
อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 16.04 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 09.04 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Bizเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เปิดเผยถึงกรณี การแชร์ในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ส่งผลกระทบต่อสมาชิกจำนวนมาก ว่า สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เป็นการรวมกลุ่มกันของบุคคลหลายคน เพื่อสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพ หรือจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวของสมาชิกฯ ที่ถึงแก่ความตาย โดยไม่ได้หากำไร หรือรายได้มาแบ่งปันกัน ซึ่งกล่าวให้เข้าใจง่ายๆ คือ เป็นกิจการที่ชาวบ้านช่วยทำบุญงานศพ เมื่อชาวบ้านด้วยกันที่ถึงแก่ความตาย ในลักษณะเพื่อนช่วยเพื่อน
ซึ่งการจัดตั้งสมาคมฯ นั้น สามารถขอจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมฯ ได้ที่เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล และ สำนักงานเขตของกรุงเทพมหานคร โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้มีการถ่ายโอนภารกิจนี้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดังกล่าว เป็นผู้ควบคุมและกำกับดูแล รวมทั้งการพิจารณารับจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมฯ และการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เป็นอำนาจของนายทะเบียนท้องที่นั้นๆ
โดยต้องทำคำสั่งเลิกปิดประกาศไว้ที่สมาคมฯ และส่งคำสั่งเลิกนั้นให้นายทะเบียนกลาง ซึ่งเป็นอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อให้นายทะเบียนกลางออกประกาศการเลิกสมาคมฯ ตามคำสั่งของนายทะเบียนท้องที่ก่อนส่งเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีในการลงประกาศราชกิจจานุเบกษา และเมื่อประกาศแล้วจะส่งประกาศราชกิจจาฯ นั้น กลับคืนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น เพื่อประกาศให้ประชาชนทราบว่าสมาคมฯ มีการยกเลิกแล้ว และดำเนินการชำระบัญชีตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป ดังนั้น นายทะเบียนกลาง จึงไม่มีอำนาจในการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์
นายกันตพงศ์ กล่าวว่า สำหรับเหตุในการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ซึ่งเป็นอำนาจของนายทะเบียนท้องที่นั้นๆ พระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 กำหนดไว้ 3 กรณี ได้แก่
1.ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิก
2. นายทะเบียนท้องที่สั่งให้เลิกตามมาตรา 52 ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีที่มีพฤติการณ์ที่ทำให้เห็นว่าการดำเนินกิจการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์นั้นเป็นไปโดยทุจริต และนายทะเบียนท้องที่ได้สอบสวนพฤติกรรมดังกล่าวแล้ว มีเหตุผลเป็นที่เชื่อถือได้ หรือมีพฤติการณ์ที่ทำให้เห็นว่าการดำเนินกิจการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่อาจดำเนินต่อไปได้ ไม่ว่าโดยเพราะเหตุใดๆ
3. ศาลสั่งให้เลิกตามมาตรา 54 ทั้งนี้ หากนายทะเบียนท้องที่เพิกเฉยหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 52 เมื่อผู้มีส่วนได้เสียร้องขอศาลอาจสั่งให้เลิกสมาคมชำระสงเคราะห์นั้นได้
เมื่อสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ให้มีการชำระบัญชีสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์นั้น และให้คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์มีหน้าที่จัดการรักษาทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ไว้จนกว่าผู้ชำระบัญชีจะเรียกให้ส่งมอบ อีกทั้งเมื่อชำระบัญชีแล้ว ถ้ามีทรัพย์สินเหลืออยู่จะแบ่งให้แก่สมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่ได้ ทรัพย์สินนั้นจะต้องโอนไปให้แก่สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์อื่น หรือนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกุศลสาธารณะตามที่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์หรือตามมติของที่ประชุมใหญ่ ในกรณีที่ไม่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับหรือที่ประชุมไม่ได้มีมติไว้ ให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดิน
ทั้งนี้ ในกรณีของเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า สมาชิกอาจมีสิทธิได้รับคืนเท่าที่สมาชิกผู้นั้นยังไม่ตกอยู่ในความผูกพันที่จะต้องจ่ายเงินสงเคราะห์ตามที่จ่ายล่วงหน้าไว้ให้แล้ว แต่หากสมาคมนำไปจ่ายเป็นเงินสงเคราะห์ศพให้แก่ผู้รับเงินของสมาชิกที่ตายหมดแล้ว สมาชิกจะขอคืนหรือเรียกคืนไม่ได้
ข้อมูลจาก กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พม. ระบุว่า สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เป็นการรวมกลุ่มกันของบุคคลหลายคน เพื่อสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพ หรือจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวของสมาชิกฯ ที่ถึงแก่ความตาย โดยไม่ได้หากำไร หรือรายได้มาแบ่งปันกัน
โดยคุณสมบัติ ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมฯ เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ มีอายุ 20 ปี บริบูรณ์ หรือชายหญิงอายุ 17 ปีที่สมรส ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือบุคคลไร้ความสามารถ มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแกร่ง แต่ละสมาคมฯ จะมีเงื่อนไขคุณสมบัติเพิ่มเติมที่แตกต่างกันได้ อาทิอัตราค่าสมัคร จ่ายครั้งเดียวไม่เกิน 100 บาท เงินค่าบำรุง ไม่เกินเดือนละ 5 บาท หรือปีละ 50 บาท เงินสงเคราะห์สมาคมเรียกเก็บได้ไม่เกินศพละ 100 บาทหากมีสมาชิกไม่เกิน 2,500 คน เก็บ 50 บาทถ้ามีสมาชิก 2,501 – 5,000 คน เก็บ 30 บาทถ้ามีสมาชิก 5,000 – 10,000 คน และ เก็บ 20 บาทถ้ามีสมาชิก 10,001 คน ขึ้นไป โดย วัตถุประสงค์หลักของสมาคม เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและการจัดงานศพของครอบครัวสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ได้ในเบื้องต้น โดยรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ เทศบาล อบต.และสำนักงานเขตของแต่ละพื้นที่