ธ.ก.ส. ชี้ “ยกหนี้เกษตรกร” ต้องดูรอบด้าน ยันมีแนวทางดูแลลูกหนี้อยู่แล้ว
ธ.ก.ส. มองมาตรการ "ยกหนี้เกษตรกร" พิจารณารอบด้าน เน้นกลุ่มที่ไม่มีความสามารถชำระหนี้จริงและต้องดูข้อกฎหมายและหลักประกันเป็นสำคัญ ยันมีกรอบยุทธศาสตร์ดูแลลูกหนี้อยู่แล้วพร้อมให้ความสำคัญกับหนี้ผู้สูงอายุ
29 ม.ค. 2569 - นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวถึงกรณีที่มีพรรคการเมืองเสนอแนวคิดยกหนี้เกษตรกรว่า แนวทางการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ประสบปัญหา หรือ การปลดหนี้ให้เกษตรกรที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้จริง เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การดูแลลูกหนี้ในช่วงเปลี่ยนผ่านของ ธ.ก.ส. มีกรอบดำเนินการอยู่แล้ว โดยจะใช้เครื่องมือการปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับศักยภาพรายบุคคล โดยหากลูกหนี้ยังมีหลักทรัพย์ค้ำประกันจะไม่สามารถยกหนี้ได้ทันที จำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมายและเงื่อนไขหลักประกัน
ส่วนกรณีทั้งผู้กู้และผู้ค้ำประกันอยู่ในวัยสูงอายุและมีฐานะทางการเงินไม่พร้อมทั้งคู่ ธนาคารจะให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ ในการพิจารณามาตรการช่วยเหลือ รวมถึงความเป็นไปได้ในการปลดภาระหนี้ เพื่อลดผลกระทบต่อทั้งสองฝ่าย โดยจะให้หน่วยงานในพื้นที่ลงไปตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าเกณฑ์อย่างละเอียดต่อไป
ส่วนตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือ AMC ของ ธ.ก.ส. ดูแลกลุ่มเป้าหมายสำคัญ คือ เกษตรกรที่มีอายุมากกว่า 70 ปี และไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยอาจเข้าสู่กระบวนการตัดหนี้เป็นศูนย์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ตัวเลขรายละเอียดต้องพิจารณาเป็นรายกรณี และอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ปรับลดเป้าการปล่อยสินเชื่อในปีนี้ เหลือ 47,000 ล้านบาท จาก 50,000 ล้านบาท เนื่องจากเศรษฐกิจภาคการเกษตรไม่เติบโต ประกอบกับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย และความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้เกษตรกรกลับเข้าไปทําการเกษตรในพื้นที่ไม่ได้ คาดว่าช่วงไตรมาสสุดท้ายการปล่อยสินเชื่อจะเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น
ขณะที่ หนี้เสียของ ธ.ก.ส. ปี 2569 ตั้งเป้าที่ 5.3% ซึ่งขณะนี้อยู่ระดับกว่าร้อยละ 5 ถือว่าต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ระดับกว่า 6% ยืนยันมีการติดตามสถานการณ์หนี้เสียอย่างใกล้ชิดและยังอยู่ในระดับที่สามารถจัดการได้