“แอร์เอเชีย” จ่อสั่งซื้อ A220 ราว 100 ลำ ดีลใหญ่สุดของรุ่น
หลังฟื้นตัวจากโควิด-19 "แอร์เอเชีย" เดินหน้าแผนเติบโตครั้งใหญ่ทั้งในเอเชียและตะวันออกกลาง จ่อสั่งซื้อ A220 ราว 100 ลำ
วันที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 11.03 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แหล่งข่าวระบุว่า สายการบินต้นทุนต่ำรายใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ AirAsia ใกล้บรรลุข้อตกลงสั่งซื้อเครื่องบินภูมิภาคของ Airbus SE ราว 100 ลำ สะท้อนแผนขยายธุรกิจครั้งสำคัญของสายการบิน
แหล่งข่าวระบุว่า ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงเงื่อนไขหลักแล้ว และอาจมีการประกาศอย่างเป็นทางการได้เร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ดีกำหนดเวลายังอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากการเจรจายังเป็นความลับ
ทั้งนี้คำสั่งซื้อระดับ 100 ลำดังกล่าวจะถือเป็นดีลสั่งซื้อเครื่องบินรุ่น A220 ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และ AirAsia ยังพิจารณาทางเลือกเพิ่มเติมที่อาจทำให้มูลค่าคำสั่งซื้อรวมเพิ่มขึ้นเป็น 150 ลำด้วย
AirAsia ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของนักธุรกิจชาวมาเลเซีย Tony Fernandes กำลังเร่งเดินหน้าแผนขยายธุรกิจ หลังจากลดขนาดการดำเนินงานและปรับโครงสร้างทางการเงินในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 นอกจากตลาดเอเชียแล้ว สายการบินเตรียมเปิดศูนย์กลางการบินในตะวันออกกลางที่ประเทศบาห์เรนภายในปีนี้ เพื่อใช้เป็นฐานต่อเครื่องไปยังยุโรป
ปัจจุบัน AirAsiaใช้ฝูงบินแบบ all-Airbus ราว 250 ลำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครื่องบินลำตัวแคบ และมีคำสั่งซื้อคงค้างเกือบ 400 ลำ ส่วนใหญ่เป็นตระกูล A320 รุ่นขายดีที่สุดของ Airbus โดยเมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว สายการบินได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในการซื้อเครื่องบิน A321neo รุ่นระยะไกลพิเศษสูงสุด 70 ลำ มูลค่า 1.23 หมื่นล้านดอลลาร์ พร้อมแผนทยอยปลดระวางเครื่องบินลำตัวกว้าง
ดีลเครื่องบิน A220 ใช้เวลาหารือยาวนาน โดยการเจรจาเริ่มตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา เครื่องบินรุ่นนี้รองรับผู้โดยสารราว 100-160 ที่นั่ง มีขนาดเล็กกว่าเครื่องที่AirAsia ใช้งานอยู่เป็นหลัก แต่เปิดโอกาสให้สายการบินสามารถให้บริการจากสนามบินขนาดเล็ก และทำเส้นทางที่มีอุปสงค์ไม่สูงพอสำหรับเครื่องบินลำตัวแคบมาตรฐาน
สำหรับ Airbus คำสั่งซื้อระดับสามหลักของ A220 จะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อโครงการเครื่องบินรุ่นเล็กเชิงพาณิชย์นี้ ซึ่งก่อนหน้านี้เผชิญความท้าทายจากยอดขายที่เติบโตช้า และปัญหาซัพพลายเชนที่กระทบต่อกำลังการผลิต โดย A220 ผลิตที่โรงงานในเมืองมิราเบล ประเทศแคนาดา และเมืองโมบิล รัฐแอละแบมา ของสหรัฐ
อ้างอิง : bloomberg.com