โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ทรัมป์” รื้อกฎ EV หวังกดราคารถยนต์ลง รับมือเงินเฟ้อก่อนเลือกตั้งกลางเทอม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 ม.ค. เวลา 10.53 น. • เผยแพร่ 18 ม.ค. เวลา 03.53 น.

รัฐบาล ทรัมป์ ชูนโยบายยกเลิกกฎปล่อยมลพิษและแรงจูงใจรถไฟฟ้า อ้างช่วยลดราคารถยนต์และเพิ่มทางเลือกผู้บริโภค ท่ามกลางเสียงเตือนว่าอาจแลกมาด้วยต้นทุนเชื้อเพลิงและผลกระทบสิ่งแวดล้อมระยะยาว

วันที่ 18 มกราคม 2569 เวลา 03.04 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าชูผลงานด้านนโยบายยานยนต์ โดยระบุว่า การยกเลิกกฎควบคุมการปล่อยมลพิษของรถยนต์จะช่วยลดราคารถใหม่ และเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค ท่ามกลางความกังวลเรื่องค่าครองชีพที่ยังเป็นประเด็นสำคัญของชาวอเมริกัน

นายฌอน ดัฟฟี รัฐมนตรีคมนาคมสหรัฐ นายลี เซลดิน ผู้อำนวยการสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม (EPA) และนายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เดินทางเยี่ยมชมงาน Detroit Auto Show เพื่อปิดภารกิจเยือนภูมิภาคมิดเวสต์เป็นเวลา 2 วัน หลังเข้าชมโรงงานผลิตรถกระบะของ Ford และโรงงาน Jeep ของ Stellantis ในรัฐโอไฮโอ

รัฐบาลทรัมป์ได้เร่งรื้อถอนกฎสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่วางไว้ในยุครัฐบาลโจ ไบเดน โดยดัฟฟีกล่าวว่า กฎเหล่านั้นทำให้ราคารถแพงขึ้น และไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ พร้อมย้ำว่า “นี่ไม่ใช่สงครามกับรถ EV” แต่รัฐบาลไม่ควรใช้นโยบายบังคับให้ตลาดมุ่งไปทางใดทางหนึ่ง พร้อมลงโทษรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป

แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ของทรัมป์ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน หลังเข้ารับตำแหน่งครบ 1 ปี แม้เขาจะหาเสียงว่าจะเร่งแก้ปัญหาราคาสินค้าสูงก็ตาม โดย ข้อมูลจาก Cox Automotive ระบุว่า ราคาเฉลี่ยรถใหม่ในสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดที่ 50,326 ดอลลาร์ในเดือนธันวาคม จากความนิยมรถกระบะและ SUV ขณะที่รถราคาประหยัดมีให้เลือกน้อยลง

เมื่อปีที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ลงนามยกเลิกเครดิตภาษีรถ EV มูลค่า 7,500 ดอลลาร์ ยกเลิกกฎ EV ของรัฐแคลิฟอร์เนีย และยกเลิกบทลงโทษผู้ผลิตรถที่ไม่ผ่านมาตรฐานประหยัดพลังงาน ด้านเซลดินระบุว่า รัฐไม่ควรบังคับตลาดให้สวนทางกับความต้องการของผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตรถยนต์ยังต้องเผชิญภาษีนำเข้ารถและชิ้นส่วนจากต่างประเทศที่ทรัมป์กำหนด แม้นโยบาย EV จะผ่อนคลายลง แต่ยอดขายรถใหม่ในสหรัฐฯ ปี 2025 ยังเพิ่มขึ้น 2.4% อยู่ที่ 16.2 ล้านคัน

ฝั่งพรรคเดโมแครตวิจารณ์ ว่า ภาษีรถยนต์และการตัดแรงจูงใจ EV จะซ้ำเติมผู้บริโภค ขณะที่เกรียร์ยืนยันว่าราคารถมีแนวโน้มลดลง และผลกระทบจากภาษียังไม่ส่งตรงถึงผู้บริโภค

ขณะเดียวกันกลุ่มสิ่งแวดล้อมออกมาโจมตีนโยบายดังกล่าว โดยระบุว่า จะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมน้ำมันมากกว่าผู้บริโภค และจะเพิ่มภาระค่าเชื้อเพลิงในระยะยาว

กระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ ประเมินว่าการผ่อนคลายมาตรฐานประหยัดพลังงานจะช่วยลดต้นทุนรถใหม่เฉลี่ยคันละ 930 ดอลลาร์ แต่จะทำให้การใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นถึง 100,000 ล้านแกลลอนภายในปี 2050 และทำให้ชาวอเมริกันต้องจ่ายค่าเชื้อเพลิงเพิ่มสูงสุดอีก 185,000 ล้านดอลลาร์

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวอื่น ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...