โจรปล้นธนาคาร 5 ล้าน ราดน้ำมันใส่พนักงานขู่จุดไฟเผา เจอผู้จัดการฮึดสู้ สุดท้ายโดนรุมกระทืบน่วม
คนร้ายชาย 1 คน สวมเสื้อแจ๊กเก็ตสีฟ้าสวมฮู้และแมสปิดบังใบหน้า เดินถือขวดพาสติกบรรจุน้ำมันเบนซินบุกเดี่ยวเข้ามายังธนาคารภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ก่อนจะใช้น้ำมันเบนซินที่เตรียมมาราดใส่ผู้จัดการหญิงของทางธนาคารพร้อมทั้งขู่ให้พนักงานส่งเงินสดให้ 5 ล้าน บาท แต่ทางด้านผู้จัดการสาวไหวพริบดีจึงพยามวิ่งหนีแต่ถูกคนร้ายรายนี้พยามดึงเสื้อแจ๊กเก็ตแขนยาวของผู้จัดการเอาไว้ โดยที่ผู้จัดการตัดสินใจหมุนตัวเพื่อปลอดเสื้อแขนยาวและยิ่งหนีจากตัวคนร้ายรายนี้ได้ทำให้คนร้ายตกใจ ซึ่งจังหวะนั้นเองมีพนักงานของทางธนาคารและพลเมืองดีกระโดดเข้าชาร์จตัวคนร้าย จนคนร้าพยามวิ่งหนีออกจากทางห้าง
ภาพจากกล้องวงจรปิดทางเข้าห้างอีกตัวจับภาพได้ในขณะที่คนร้ายพยามวิ่งหลบหนี โดยยังมีขวดน้ำมันถือติดมือมา และมีทางด้านไรเดอร์และพนักงาน DIY วิ่งตามคนร้ายออกมาจากห้าง ส่วนภาพวงจรปิดอีกมุม จะเห็นจังหวะที่คนร้ายพยามวิ่งหลบหนี แต่ถูกไรเดอร์และพนักงานดีไอวายวิ่งตามมาและเข้ากัดคนร้ายรายนี้จนกรทั่งล้มกับพื้นและถูกพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์กรูเข้ารุมประชาทัณฑ์ จับตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.37 น. วันที่ 16 ก.พ. 69
หลังเกิดเหตุไม่นาน เจ้าหน้าที่ตำรวจสภบางพลีเดินทางเข้าที่เกิดเหตุและควบคุมตัวผู้ก่อเหตุรายนี้ โดยพบว่าได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลปูดบวมที่ใบหน้าหลายแห่งและมีเลือดไหลอกจากจมูก อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จึงปฐมพยาบาลและพาตัวส่งโรงพยาบาลบางพลี เพื่อให้แพทย์ตรวจรักษาโดยมีสายตรวจตามประกบตัวที่โรงพยาบาลบางพลี
นาย อดิศร อนุสนธ์ นักศึกษาใจเด็ด และเป็นหนี่งในพลเมืองดี ที่เข้าจับตัวคนร้ายรายนี้ บอกว่า ตนกำลังกลับบ้าน แล้วเห็นพี่ไรเดอร์บอกว่าเขาเอาน้ำมันไปราดคนในธนาคาร จังหวะเขากำลังหนีออกนอกประตูตนเลยวิ่งมาเตะเขา จนเขาสลบ เพราะตนได้ยินว่าเขาเอาน้ำมันไปราดคนธนาคารแล้วมีคนทำร้ายจนเขาวิ่งหนีออกมาทางนี้ ได้ยินเขาพูดว่า เขามาจากชลบุรีไม่มีเงินถึงทางตัน แค่จะข่มขู่
ขณะที่ นาย สุธิดล อายุ 48 ปี ผู้ก่อเหตุ ให้การกับทางด้านผู้กำกับของสภ.บางพลี เบื้องต้นว่า ตนเองขับขี่รถมาจากจังหวัดชลบุรี เพื่อมาก่อเหตุในครั้งนี้ จริง ส่วนที่ทำลงไปนั้นตน ตกงานไม่มีเงินใช้ ถึงทางตันเลยตัดสินใจ ซื้อน้ำมันมาเพื่อขู่เพื่อเอาเงินแต่ไม่ได้ลงมือทำเพราะว่าเขาสู้เลยไม่กล้าทำ โดยจะขอให้การเพิ่มเติมในชั้นศาลเท่านั้น
ด้าน พ.ต.อ. ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผู้กำกับสภ.บางพลี บอกว่า สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว หลังจากที่คนร้ายถือขวดน้ำมันเข้ามายังธนาคาร ก็มาเจอกับทางผู้จัดการของทางธนาคาร คนร้ายจึงใช้ขวดน้ำมันที่บรรจุน้ำมันเบนซิลมา ราดใส่ผู้จัดการของทางธนาคารทันที และบอกทางผู้จัดการให้อยู่เฉยๆ จากนั้นเอ่ยปากบอกให้ทางพนักงานของธนาคารส่งเงินให้คนร้ายจำนวน 5 ล้านบาท จังหวะนั้นเอง คนร้ายได้จับเสื้อคลุมแขนยาวของผู้จัดการไว้ ซึ่งผู้จัดการมีไหวพริบที่ดีและพยามเดินออกมานอกธนาคาร และอาศัยจังหวะที่คนร้ายเผลอ ผู้จัดการจึงเอี้ยวตัวหมุนเพื่อสะบัดตัวออกจากเสื้อคลุม โดยมีพนักงานธนาคารและพนักงานชายของดีเอวายกระโดนต่อยและถีบคนร้ายทันที จนคนร้ายต้องวิ่งหลบหนีออกจากทางห้างและถูกพเมืองดีตามจับตัวเอาไว้ได้ ตรวจสอบประวัติ ที่บ้านบึงซึ่งเป็นบ้านของเขา แต่ยังไม่พบพฤติกรรมที่สอบไปในทางที่เขามีความผิดปกติ แต่จากประวัติเขามีคดีทำร้ายร่างกาย เบื้องต้นความผิดของเขาในวันนี้ ที่เขา จับตัวผู้จัดการไว้ น่าจะเข้าข่ายความผิดโทษฐานกักขังหน่วงเหนี่ยว และการที่เขาบอกให้ส่งเงินน่าจะเข้าข่ายความผิดในการกรรโชกทรัพย์ แต่ในเรื่องของการพยายามชิงทรัพย์ธนาคาร ต้องขอตรวจสอบอีกที และเนื่องจากที่พลเมืองดีช่วยกันจับกุมตัวเขาแต่เกิดการต่อสู้ เลยทำให้เขาได้รับบาดเจ็บทางจมูก จึงส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลบางพลี แต่ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไว้ เมื่อสักครู่สอบถามถึงแรงจูงใจเขาขอยังไม่ให้การในชั้นสอบสวนและอ้างกฎหมายPDPA จึงทำให้เห็นว่าเขาน่าจะมีความไม่ปกติ เนื่องจากว่าช่วงนี้ทองแพง และคนร้ายมีโอกาสต้องการเงิน เพราะฉะนั้นในเรื่องของธนาคาร ร้านทอง ปกติตำรวจจะมีมาตรการ ในการป้องกันเหตุ ที่ห้างแห่งนี้ก็จะมีสายตรวจ ไว้รักษาความปลอดภัย และทางธนาคารก็จะมีการเชื่อมสัญญาณแจ้งเหตุไปยังที่โรงพัก มาตรการนอกเหนือจากนี้จะมีการเรียกประชุมและอาจจะมีการซักซ้อมแผน