โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

วิวัฒนาการ ‘บะหมี่จีน’ รสชาติพันปีคู่โต๊ะอาหารชาวจีน

Xinhua

อัพเดต 16 ก.พ. เวลา 20.59 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. เวลา 13.59 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

เซี่ยงไฮ้/ไท่หยวน, 16 ก.พ. (ซินหัว) — บะหมี่ซุปไก่เป็นเมนูที่ผู้คนในหลายเมืองทั่วมณฑลอันฮุยทางตะวันออกของจีนมักรับประทานในเช้าวันแรกของวันขึ้นปีใหม่จีน เนื่องจากคำว่า “ไก่” ออกเสียงคล้ายกับคำศัพท์ภาษาจีนว่า “โชคดี” และบะหมี่เป็นสัญลักษณ์ของอายุยืนยาว ขณะที่ในอำเภอจิ้งหย่วน มณฑลกานซู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ เชื่อว่าบะหมี่ไม่ได้เป็นเพียงอาหารหลักของมื้อเปิดปีใหม่ แต่ผู้คนยังเลือกรับประทานในวันต่อๆ มาอีกด้วย

โคเรนติน เดลครัวซ์ เชฟ นักทำคอนเทนต์ด้านอาหาร และคนดังบนโลกออนไลน์ชาวฝรั่งเศสที่อาศัยอยู่ในจีน บอกเล่ากับสำนักข่าวซินหัวในภาษาจีนอย่างคล่องแคล่วว่าบะหมี่เป็นหนึ่งในอาหารที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของอาหารจีนได้ดีที่สุด เพราะมีความหลากหลายทั้งในด้านรูปทรง วิธีการทำ เนื้อสัมผัส และเครื่องเคียง เขาใช้เวลา 3 ปีที่ผ่านมาในการนำเสนอเมนูบะหมี่เกือบ 10 ชนิดบนโซเชียลมีเดีย โดยเกือบทุกภูมิภาคมีเมนูบะหมี่ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง และแต่ละเมนูจะบอกเล่าเรื่องราวของวัฒนธรรมและมรดกท้องถิ่นแตกต่างกันไป

แหล่งกำเนิดบะหมี่

งานวิจัยโบราณคดีชี้ให้เห็นว่าจีนเป็นแหล่งกำเนิดบะหมี่ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ย้อนหลังไปราว 4,000 ปี เส้นบะหมี่ถูกขุดพบที่ซากปรักหักพังหล่าเจียทางตะวันตกของมณฑลชิงไห่ ซึ่งมักถูกเรียกว่า “ปอมเปอีแห่งตะวันออก” และเป็นหลักฐานยืนยันถึงประเพณีการบริโภคอาหารที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานของชาวจีน

ตามประเพณี บะหมี่ถูกเสิร์ฟในโอกาสสำคัญต่างๆ ผู้คนจะรับประทาน “บะหมี่อายุยืน” ในงานวันเกิดเพราะเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงการอวยพรให้มีอายุยืนยาวและสุขภาพแข็งแรง ขณะเดียวกัน การเสิร์ฟบะหมี่ให้แก่สมาชิกในครอบครัวที่เดินทางกลับบ้านยังเป็นการแสดงออกถึงการต้อนรับที่อบอุ่นใจ ส่วนในงานแต่งงาน คู่บ่าวสาวมักจะได้รับประทานบะหมี่เพื่อสื่อถึงความรักที่มั่นคงยืนยาวและชีวิตคู่ราบรื่น ความสำคัญของบะหมี่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในครัวเรือนเท่านั้น แต่ยังปรากฏในเมนูงานเลี้ยงรับรองระดับรัฐของจีนอีกด้วย

ตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา บะหมี่ได้พัฒนาไปสู่รูปแบบที่หลากหลายทั่วจีน อย่างภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้เน้นรสชาติเผ็ดร้อน ส่วนภูมิภาคตะวันออกเน้นรสชาติอ่อนกว่า ขณะที่กลุ่มชาติพันธุ์เกาหลีในเมืองเหยียนจี๋ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีนนิยมบะหมี่เย็น และเมืองหลานโจวในมณฑลกานซู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือนั้นขึ้นชื่อในเรื่องบะหมี่เนื้อตุ๋น ส่วนมณฑลซานซีทางตอนเหนือของจีนมักถูกขนานนามว่าเป็นอาณาจักรแห่งบะหมี่ เมื่อนับเฉพาะบะหมี่ต้มมีมากกว่า 200 รูปแบบ ซึ่งแตกต่างกันไปตามวิธีการผลิต ส่วนผสม และเครื่องเคียง แป้งถูกยืด ตัดด้วยกรรไกร หั่นเป็นชิ้น คลึงด้วยมือ หรือกดขึ้นรูปจากแป้งชนิดต่างๆ เช่น แป้งสาลี ข้าวโอ๊ต บัควีท ถั่วเหลือง ข้าวโพด หรือข้าวฟ่าง ให้เป็นรูปทรงที่หลากหลาย

การเปลี่ยนแปลงยุคใหม่

นับตั้งแต่การปฏิรูปและเปิดประเทศในช่วงปลายทศวรรษ 1970 การขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดดได้ผลักดันให้จีนกลายเป็น “โรงงานของโลก” พร้อมทั้งนำไปสู่การขยายตัวของธุรกิจแฟรนไชส์อาหารจานด่วนอย่างแพร่หลาย ขณะเดียวกัน วัฒนธรรมบะหมี่ดั้งเดิมของจีนก็ได้ปรับตัวสู่ความทันสมัยโดยยึดผู้บริโภคเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการรสชาติอันหลากหลายจากทั่วโลกของเหล่านักชิมชาวจีน

เส้นบะหมี่จากทั่วโลกได้เข้ามาสู่ตลาดจีน ไม่ว่าจะเป็นราเมนญี่ปุ่น สปาเก็ตตีอิตาลี หรือเฝอเวียดนาม แต่ละชนิดต่างดึงดูดนักชิมที่ต้องการสำรวจรสชาติใหม่ๆ โดยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น จนครั้งหนึ่งเคยถูกยกให้เป็น “สินค้าหรู” ด้วยจุดเด่นด้านความสะดวกสบายและรสชาติที่มีให้เลือกสรรอย่างหลากหลาย แต่เมื่อสังคมพัฒนาขึ้น ผู้คนมีทางเลือกที่สะดวกสบายกว่าเดิม และการตระหนักถึงสุขภาพที่เพิ่มขึ้นทำให้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกลับไปอยู่ในบทบาทของอาหารทดแทนอีกครั้ง

วิวัฒนาการของบะหมี่ยังสะท้อนผ่านวัตถุดิบที่แปรเปลี่ยนไป โดยเมื่อราว 25 ปีก่อน เส้นบะหมี่ที่ทำจากแป้งสาลีถือเป็นอาหารหลัก แต่ปัจจุบันเส้นบะหมี่ที่ทำจากแป้งข้าวโอ๊ตและแป้งถั่วเหลืองกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานในเมืองที่ใส่ใจสุขภาพและชื่นชอบอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ ขณะที่ในพื้นที่ตอนใต้ของจีน มาตรฐานการครองชีพที่สูงขึ้นสะท้อนให้เห็นได้อย่างเด่นชัดผ่านความหลากหลายและคุณภาพระดับพรีเมียมของเครื่องเคียงหรือท็อปปิ้งบนหน้าบะหมี่

ก้าวสู่ระดับสากล

บะหมี่จีนดั้งเดิมกำลังขยายไปยังตลาดต่างประเทศสำคัญๆ และได้รับความนิยมจากนานาชาติเพิ่มขึ้นช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาท่ามกลางกระแสความนิยมวัฒนธรรมจีนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก เชฟจากหลายประเทศ เช่น อิตาลีและสเปน ได้เดินทางไปเยี่ยมชมร้านอาหารท้องถิ่นในเซี่ยงไฮ้ เพื่อเรียนรู้เทคนิคการทำบะหมี่จีนแบบดั้งเดิม จากนั้นนำวิธีการเหล่านั้นมาผสมผสานกับวิธีแบบฉบับตะวันตกและสร้างสรรค์อาหารฟิวชันที่ลงตัวและเป็นที่ยอมรับในหลายวัฒนธรรม

หลิวตังเฉิง เชฟอาวุโสที่ขึ้นทะเบียนกับสมาคมอาหารจีน กล่าวว่าสำหรับหลายคนแล้ว บะหมี่เป็นมากกว่าอาหาร มันเป็นเหมือนประตูสู่วัฒนธรรมจีน โดยเฉพาะในช่วงที่กระแส “กลายเป็นคนจีน” (Becoming Chinese) กำลังมาแรง ซึ่งผู้คนจากนานาประเทศหันมาใช้ชีวิตในไลฟ์สไตล์แบบจีน และมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาใช้บริการร้านบะหมี่ในท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้นด้วย

(แฟ้มภาพซินหัว : ชุดเมนูบะหมี่กุ้งที่ร้านบะหมี่ซงเฮ่อโหลว ซูโจว นูดเดิลส์ในนครเซี่ยงไฮ้ วันที่ 13 ก.พ. 2026)
(แฟ้มภาพซินหัว : เจ้าของร้านรับออร์เดอร์ลูกค้าที่ร้านบะหมี่แห่งหนึ่งในกรุงปารีสของฝรั่งเศส)
(แฟ้มภาพซินหัว : เชฟเตรียมบะหมี่ที่ร้านอาหารมังสวิรัติแห่งหนึ่งในนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีน วันที่ 26 มี.ค. 2021)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...