บิวกิ้น เล่าความพิเศษคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่ 2 พยายามป้องกันการโก่งราคาบัตร
บิวกิ้น พุฒิพงศ์ เล่าความพิเศษคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่ 2 เผยโชว์ 3 วันไม่เหมือนกัน - พยายามป้องกันการโก่งราคาบัตร มองเป็นเรื่องที่แย่!
เป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่ทุกคนรอคอย สำหรับคอนเสิร์ตของศิลปินมากความหมายอย่าง “บิวกิ้น พุฒิพงศ์” ที่กำลังจะจัดคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่ 2 “BILLKIN FEELQUENCY CONCERT PRESENTED BY CP” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 13-15 มีนาคมนี้ และจะเปิดจำหน่ายบัตรในวันที่ 7 กุมภาพันธ์นี้
ล่าสุดวันที่ 6 ก.พ. ข่าวสดบันเทิงได้มีโอกาสเจอบิวกิ้นที่ชวนสื่อมวลชนมาสัมภาษณ์เล่าความพิเศษของคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่ 2 ที่ at work 6th floor Lumpini Room Central Park
“จะบอกว่าพรุ่งนี้ขายบัตรแล้วนะครับสำหรับ BILLKIN FEELQUENCY CONCERT PRESENTED BY CP ตื่นเต้นมาก อย่าลืมไปกดบัตรกันนะครับ (หัวเราะ)“
คอนเสิร์ตครั้งนี้เตรียมไปถึงไหนแล้ว? ”เรื่องการเตรียมโชว์เกือบ 100% แล้วครับ 99% แล้ว มีเรื่องดีเทลนิดหน่อย แต่ว่าโครงสร้าง ฟังก์ชัน ทุกอย่างวางไว้เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็เป็นเรื่องของการซ้อมล้วนๆ ครับ“
ที่มาที่ไปของคอนเสิร์ตนี้? “ผมว่ามันก็เป็นทุกๆ ครั้งที่ทำคอนเสิร์ตเดี่ยว ผมว่ามันก็จะเป็นวาระของมัน อย่างคราวที่แล้วมันก็เป็นจังหวะที่ทำ รู้สึกเหมือนเราเดินทางผ่านการใช้ชีวิต จนเรารู้สึกว่าเหมือนเราเขียนหนังสือจบอีกเล่มหนึ่งแล้ว เราพร้อมที่จะมาทำคอนเสิร์ต มีเรื่อง มีไอเดีย มีสิ่งที่อยากจะนำเสนอ”
ความพิเศษของคอนเสิร์ตครั้งนี้? “คอนเสิร์ตครั้งนี้จะมาได้ธีม music quality เรารู้สึกว่าด้วยแรงบันดาลใจหรือสิ่งต่างๆ ที่ไปเสพหรือพบเจอมาในระยะที่ผ่านมาในการทำงานด้วย มันทำให้เรามีแรงบันดาลใจใหม่ๆ มีสิ่งที่เราอยากจะนำเสนอใหม่ๆ music quality อาจจะเป็นการนำเสนอในเดฟที่มันมากขึ้น พยายามจะเล่าในหลายความรู้สึก ทั้งความสนุก ความคิดถึง ความเหงาอะไรต่างๆ ก็จะถูกตีความมาในรูปแบบดนตรีที่เป็นแรงบันดาลใจๆ ที่ได้รับมาตลาด 2 ปีกว่าๆ“
ไลน์อัพเพลงก็ต้องเลือกยากมากแน่ๆ? ”ผมว่าส่วนหนึ่งก็จะเป็นเพลงของผมเองที่จริงๆ มันก็จะมีเรื่องราวหลายเรื่องราวที่มันจะเล่าหลายความรู้สึกจากสิ่งที่เราอยากจะนำเสนอ บางเพลงมันก็จะเป็นเพลงที่ตรงกับโจทย์ของแต่ละฟังก์ชันของแต่ความรู้สึก ส่วนบางเพลงคุณอาจจะเคยฟังมาในหลายๆ ครั้งหรือในหลายๆ รูปแบบ เราก็พยายามจะนำเสนอในวิธีใหม่ๆ ในการตีความแบบใหม่กับเพลงเดิม บวกกับมันก็จะมีเพลงที่เราชอบ หรือมันอาจจะมีเพลงที่เรารู้สึกว่ามันเหมาะกับบริบท มันก็จะมาเสริมความรู้สึก หรือแต่ละคลื่นความถี่ของความรู้สึก ให้มันเล่าได้เต็มรสชาติมากขึ้น“
2 ปีที่ผ่านมามีเรื่องจะเล่าไหม? “ผมคิดว่าแต่ละการตีความของแต่ละความรู้สึกมันก็มีภูมิหลัง แล้วก็มี Setting ของมันอยู่ ที่เหมือนกับว่าแต่ละเพลงที่มันนำเสนอมันผ่านแนวคิดอะไรมา ก็คิดว่าน่าจะมีเล่าบ้างระหว่างทาง“
สองปีเจอหลากหลายเรื่องราว? ”เยอะแยะ หยิบจับมาก็เล่าได้ ไม่หยิบจับมาก็เล่าได้(มีเรื่องอะไรอยากเล่าเป็นพิเศษไหม?) มีครับ มีเยอะเลยครับ ผมรู้สึกว่ากว่าจะทำคอนเสิร์ตได้ มันเหมือนกับว่าเราต้องไปเก็บความรู้สึกเก็บเรื่องราว เหมือนไปใช้ชีวิตซักพักนึง พอมาถึงจุดที่เราพร้อมที่จะเล่าจริงๆ ในวันนี้ ผมว่ามันก็มีหลายๆ เรื่องหลายๆ ความรู้สึก คิดว่ามีเยอะพอที่จะทำคอนเสิร์ตได้“
จะเอาเรื่องราวที่อังกฤษมาเล่าด้วยไหม? ”ผมว่ามันก็ผสมๆ กัน จริงๆ ตั้งแต่ตอนทำเพลง หรือว่าอะไรต่างๆ มันก็มีหลายๆ แรงบันดาลใจที่ไปคิด หรือตกตะกอนได้ในช่วงตอนที่อยู่อังกฤษ หรือว่ามันก็มีเพลงที่มีเบื้องหลังเป็นการถ่ายเอ็มวีที่ไปถ่ายที่อังกฤษ หรือว่าได้ความรู้สึก ได้อะไรกลับมา ผมว่ามันก็เป็นคาบเกี่ยวของช่วงชีวิตช่วงหนึ่งที่ก็ดีครับ“
คอนเสิร์ตครั้งนี้จะมีกี่พาร์ต? ”เยอะครับ พยายามจะทำให้มันครบกับทุกคลื่นความถี่ความรู้สึก มันเหมือนกับการเล่าหนังสือชีวิตแล้วกัน 2-3 ปีที่ผ่านมาไปเจออะไรมาบ้าง ความรู้สึกไหนในวันนี้เรามีมุมมองแต่ละมุมยังไง ผมว่าน่าจะครบทุกความรู้สึก สนุกสนาน“
แล้วเรื่องเต้น? “ก็มีบ้าง ผมว่ามันก็เป็นอีกมุมนึงที่ไปซุ่มซ้อมมาบ้าง คิดว่ามีครับ มีบ้าง (สนิทกับร่างกายขึ้นแล้ว?) คุยกันทุกวันครับผม ตอนนี้เริ่มคุยรู้เรื่องแล้ว ก่อนหน้านี้คุยกันไม่ค่อยถูกคอเท่าไหร่ ตอนนี้เริ่มคุยกันรู้เรื่องเริ่มไปด้วยกันแล้ว”
หลายคนอยากเห็นเราในเพลงไวรัลต่างๆ? “เพลงเดียวผมซ้อมหลายวันนะครับ ก็พยายามจะให้มันครบหลายๆ แบบ (มีไหมที่ยังไม่เคยทำแล้วจะได้เห็นคอนเสิร์ตนี้?) ผมว่ามีนะ คนน่าจะได้เห็นภาพโชว์ที่อาจจะไม่เคยเห็นผมไปอยู่ในบริบทที่มันหลากหลายขนาดนี้ ก็พยายามใส่ให้สุดมากที่สุด”
แสดงว่าสามวันก็แตกต่างกัน? “แตกต่างครับ ก็มีความแตกต่างในแต่ละวัน เพราะผมว่าจริงๆ เดี๋ยวนี้เราทำอะไร ก็พยายามจะหาอะไรที่ให้คนรู้สึกว่ามีอะไรให้ได้ลุ้น หรือว่ามีอะไรให้ตื่นเต้นในทุกๆ วัน บอกด้วยว่าไม่เหมือนกัน”
แขกรับเชิญสามวันจะเหมือนกันไหม? “ต้องรอดู (มีแขกรับเชิญแน่ๆ?) มีครับ แต่ก็คิดว่ามีความแตกต่างแล้วกัน”
จะได้เห็นทุกคนที่เราเคยไปคอลแลปด้วยไหม? “ทุกคนเลยหรอครับ อาจไม่ครบทุกคน แต่อาจจะมีหลายๆ คน ผมว่ามีหลายๆ โชว์ที่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้เฉพาะในวาระของคอนเสิร์ตเท่านั้น เป็นวาระพิเศษแล้วกันที่มันจะเกิดขึ้นได้ในคอนเสิร์ตเท่านั้น ที่รู้สึกว่ามันอาจจะไม่ได้ไปเกิดในบริบทอื่นบ่อยๆ”
แล้วในพาร์ตของโปรดักชั่น? “เราพยายามจะทำให้มันเต็มที่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ผมคิดว่าทุกคนที่มาดูน่าจะได้เจอกับการนำเสนอดนตรีในรูปแบบที่เรียกได้ว่าฟูลสเกลในหลายๆ รูปแบบที่มันไปในแต่ละธีม ในแต่ละความรู้สึก ก็คิดว่าน่าจะเต็มที่ แล้วก็ทำให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วก็เคยมี“
งบทุ่มไปเท่าไหร่? ”ยังไม่รู้เลยครับตัวเลข ก็ยังไม่ได้คุยเรื่องตัวเลข ตอนนี้เอามันส์ก่อนครับ ทำงานเอาสะใจก่อน ทำเต็มที่เท่าที่จะทำได้“
มีการป้องกันกับการที่จะมีคนเอาบัตรไปขายเกินราคาไหม? “อันนี้ต้องให้เครดิตทีมงาน ผมว่ามันเป็นประเด็นที่อ่อนไหว ผมว่ามันมีหลายๆ แง่มุมที่ต้องคิด จริงๆ แล้วเราก็อยากทำออกมาให้มันสมูทที่สุด ทำคอนเสิร์ตแต่ละครั้งอยากให้มันมีมวลของการมันมีความสุขด้วยกัน มาสนุก มามีช่วงเวลาดีๆ ด้วยกัน ไม่อยากให้เสียอารมณ์ในเรื่องเล็กๆ น้อย ก็พยายามจะคิดให้ได้มากที่สุด“
เวลาเห็นคนที่เค้ามาโกงคนที่รักเรารู้สึกยังไง? “ผมว่ามันก็เป็นเรื่องที่แย่ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็ตามพูดรวมๆ เราเอาเรื่องของความรักความชอบ ผมว่ามันแย่ เราก็เป็นเรื่องที่คิดว่าน่าเศร้า ใครที่ทำก็ควรจะพึงระลึกกับตัวเองไว้ให้ดี ก็คิดเอาเองครับ เราก็พยายามจะแก้ปัญหาให้ได้มากที่สุด”
ตั้งแต่ทำคอนเสิร์ตมาบิวกิ้นก็พยายามที่จะแก้ปัญหานี้ให้ให้ได้มากที่สุดแต่มันก็มีมาใหม่อยู่ตลอด? “ผมว่ามันมีปัญหาที่มันแก้ได้ และแก้ไม่ได้ ผมว่าปัญหาที่มันแก้ได้ในพื้นที่ที่มันอยู่ในการตัดสินใจของเรา ทำเราก็พยายามจะทำให้มันรอบด้านมากที่สุด และคิดให้รอบคอบมากที่สุด แต่บางอย่างเราควบคุมไม่ได้ ปัจจัยคนนอก ปัจจัยระบบ เราก็เอาที่เราช่วยได้ไปอุดรอยรั่วเหล่านั้นให้ดีที่สุด”
ลุกส์ผมยาวจะได้เห็นในคอนเสิร์ตไหม? “น่าจะได้เห็นนะครับ(คอสตูมเยอะไหม?) ค่อนข้างเยอะครับ เต็มที่แล้วกัน อาจจะเป็นสไตล์ที่รอดู”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บิวกิ้น เล่าความพิเศษคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่ 2 พยายามป้องกันการโก่งราคาบัตร
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th