“ทองคำ” ร่วงจากจุดสูงสุดรอบ 3 สัปดาห์ ดอลลาร์แข็งค่ากดดันราคา
"ราคาทองคำ" ร่วงจากจุดสูงสุดรอบ 3 สัปดาห์ หลังดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น กลบแรงหนุนจากความไม่แน่นอนด้านภาษีของสหรัฐและความตึงเครียดตะวันออกกลาง
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.19 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าราคาทองคำปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์ในการซื้อขายวันอังคาร หลังแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐมีน้ำหนักมากกว่าปัจจัยหนุนจากความไม่แน่นอนด้านภาษีของสหรัฐ และความตึงเครียดระหว่างวอชิงตันกับเตหะราน
สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐสำหรับเดือนเมษายน ปรับลง 1.1% มาอยู่ที่ 5,170.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ทองคำซึ่งซื้อขายในสกุลดอลลาร์มีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น
ก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ฺ ประธานาธิบดีสหรัฐ เตือนประเทศคู่ค้าต่าง ๆ ว่าอย่าถอยออกจากข้อตกลงการค้าที่เพิ่งเจรจากับสหรัฐ หลังศาลฎีกาสหรัฐมีคำวินิจฉัยคว่ำมาตรการภาษีฉุกเฉินของเขา โดยทรัมป์ระบุว่าหากประเทศใดถอยจากข้อตกลง สหรัฐจะตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงขึ้นภายใต้กฎหมายการค้าอื่น
ด้านนาย Christopher Waller ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) กล่าวว่า เขาเปิดกว้างต่อแนวคิดคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมเดือนมีนาคม หากข้อมูลการจ้างงานเดือนกุมภาพันธ์บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานของสหรัฐกลับมามีพื้นฐานที่แข็งแกร่งมากขึ้น หลังเผชิญปี 2568 ที่อ่อนแอ
ขณะเดียวกันตลาดการเงินคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยรวม 3 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ภายในปีนี้ ตามข้อมูลจาก CME FedWatch Tool
ในฝั่งตลาดหุ้นเอเชีย การซื้อขายช่วงเช้าเป็นไปอย่างผันผวน หลังตลาดวอลล์สตรีทร่วงลงเมื่อคืนก่อน ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนถูกกดดันจากความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีสหรัฐ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้เริ่มอพยพเจ้าหน้าที่รัฐบาลที่ไม่จำเป็น และครอบครัวของเจ้าหน้าที่ออกจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐในกรุงเบรุต ตามคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับสูง ท่ามกลางความกังวลต่อความเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งทางทหารกับอิหร่าน
สำหรับโลหะมีค่าอื่น ๆ ราคาโลหะเงินในตลาดสปอตร่วงลง 3.1% เหลือ 85.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์เมื่อวันจันทร์ ขณะที่แพลทินัมลดลง 2.9% มาอยู่ที่ 2,092.31 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแพลเลเดียมลดลง 2.1% อยู่ที่ 1,706.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อ้างอิง : reuters.com