โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐฯ อ้างจีนขยายคลังนิวเคลียร์หลังสนธิสัญญา “นิวสตาร์ท” หมดอายุ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 24 ก.พ. เวลา 01.22 น.
สหรัฐฯ กล่าวหาจีนขยายคลังอาวุธนิวเคลียร์รวดเร็ว เรียกร้องร่วมเจรจาควบคุมอาวุธร้ายแรงดังกล่าว หลังจากสนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์นิวสตาร์ท ระหว่างสหรัฐฯและรัสเซียหมดอายุลง

สหรัฐฯ แถลงเมื่อวานนี้ (23 กุมภาพันธ์) กล่าวหาจีนเพิ่มขนาดคลังอาวุธนิวเคลียร์อย่างมาก และย้ำข้อกล่าวหาว่าจีนดำเนินการทดสอบนิวเคลียร์อย่างลับ ๆ พร้อมเรียกร้องอีกครั้งให้จีนเข้าร่วมในสนธิสัญญาควบคุมอาวุธฉบับใหม่ในอนาคต

สหรัฐฯ ระบุว่า การสิ้นสุดลงเมื่อต้นเดือนนี้ของสนธิสัญญา “นิวสตาร์ท” (New START) ซึ่งเป็นสนธิสัญญาฉบับสุดท้ายระหว่างสองมหาอำนาจนิวเคลียร์อย่างสหรัฐฯและรัสเซีย เปิดโอกาสให้มีการบรรลุ “ข้อตกลงที่ดีกว่า” ซึ่งควรรวมถึงจีนด้วย

อย่างไรก็ตาม จีนได้ปฏิเสธต่อสาธารณะถึงข้อเรียกร้องให้เข้าร่วมการเจรจาสนธิสัญญาไตรภาคีฉบับใหม่

คริสโตเฟอร์ เยียว รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศสหรัฐฯ ด้านการควบคุมและการไม่แพร่ขยายอาวุธ กล่าวต่อที่ประชุมว่าด้วยการลดอาวุธที่นครเจนีวาว่า สนธิสัญญานิวสตาร์ท มีข้อบกพร่องร้ายแรง ซึ่งบางทีข้อบกพร่องที่ใหญ่ที่สุดคือ นิวสตาร์ท ไม่ได้คำนึงถึงการสะสมอาวุธนิวเคลียร์ของจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน มีเจตนา ชัดเจน และขาดความโปร่งใส แม้จีนจะอ้างตรงกันข้าม แต่จีนได้ขยายคลังอาวุธนิวเคลียร์อย่างมหาศาลโดยปราศจากข้อจำกัด ไม่มีความโปร่งใส และไม่มีการบ่งชี้ถึงเจตนาหรือเป้าหมายสุดท้าย เยียวระบุอีกว่า “เราเชื่อว่าจีนอาจมีศักยภาพทัดเทียมภายใน 4-5 ปีข้างหน้า” โดยไม่ได้อธิบายเพิ่มเติมว่าหมายถึงความทัดเทียมในด้านใด

ตามข้อมูลจาก ICAN ซึ่งเป็นกลุ่มรณรงค์ต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์ ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ทั้งรัสเซียและสหรัฐฯ มีอาวุธนิวเคลียร์รวมกันมากกว่า 5,000 ลูก

สนธิสัญญานิวสตาร์ท ซึ่งหมดอายุเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้จำกัดจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ที่ติดตั้งใช้งานของสหรัฐฯ และรัสเซียไว้ที่ฝ่ายละ 1,550 หัวรบ ซึ่งสหรัฐฯระบุว่าจีนกำลังเข้าใกล้ตัวเลขดังกล่าวอย่างรวดเร็ว

เยียวกล่าวว่า “ปักกิ่งกำลังอยู่ในเส้นทางที่จะมีวัสดุฟิสไซล์เพียงพอสำหรับหัวรบนิวเคลียร์มากกว่า 1,000 หัวภายในปี 2030”

การหมดอายุของนิวสตาร์ท นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่ไม่มีสนธิสัญญาจำกัดการประจำการอาวุธที่ทำลายล้างสูงสุดของโลก ก่อให้เกิดความกังวลต่อการแข่งขันสะสมอาวุธครั้งใหม่

เยียวกล่าวแสดงความยินดีกับการหมดอายุของสนธิสัญญาดังกล่าว โดยยืนยันว่าข้อจำกัดด้านจำนวนหัวรบและแท่นยิงนั้น "ไม่เกี่ยวข้องอีกต่อไปแล้ว" เนื่องจากรัสเซียถูกกล่าวหาว่าละเมิดสนธิสัญญาดังกล่าว เขายังกล่าวหารัสเซียว่าช่วย “เสริมขีดความสามารถของจีนในการเพิ่มขนาดคลังอาวุธ” การหมดอายุของสนธิสัญญาเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสม พร้อมยืนยันว่าจะเปิดทางให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผลักดันไปสู่ “เป้าหมายสูงสุดของเขาในการบรรลุข้อตกลงที่ดีกว่า”

เขาย้ำว่า “การหมดอายุของสนธิสัญญา และการไม่มีสนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ใด ๆ ในขณะนี้ ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐฯ จะถอนตัวหรือเพิกเฉยต่อการควบคุมอาวุธ ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เป้าหมายของเราคือข้อตกลงที่ดีกว่า เพื่อนำไปสู่โลกที่มีอาวุธนิวเคลียร์น้อยลง”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...