โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

“31 ปี NSM จากรากฐานแห่งพระมหากรุณาธิคุณสู่นวัตกรรมแห่งอนาคต”ต่อยอด “พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติสู่ Eco-system แห่งการเรียนรู้ระดับโลก”

เดลินิวส์

อัพเดต 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 22.41 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“31 ปี NSM จากรากฐานแห่งพระมหากรุณาธิคุณสู่นวัตกรรมแห่งอนาคต”องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) หรือ NSM เดินทางมาครบรอบปีที่ 31 ด้วยความมุ่งมั่นที่จะยกระดับ อพวช.หรือ NSM สู่การเป็น

“31 ปี NSM จากรากฐานแห่งพระมหากรุณาธิคุณสู่นวัตกรรมแห่งอนาคต”องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) หรือ NSM เดินทางมาครบรอบปีที่ 31 ด้วยความมุ่งมั่นที่จะยกระดับ อพวช.หรือ NSM สู่การเป็น "Eco-system แห่งการเรียนรู้" ที่สมบูรณ์ที่สุดในภูมิภาคและสู่พิพิธภัณฑ์ระดับโลก

“รากฐานของ NSM มาจากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในปี 2535 โดยรัฐบาลในขณะนั้นได้ดำเนินโครงการจัดตั้ง "พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์" เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวาระมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ด้วยสายพระเนตรอันกว้างไกล พระองค์ทรงตระหนักว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มิใช่เรื่องไกลตัว แต่คือ “เครื่องมืออันทรงพลัง” ในการพัฒนาภูมิปัญญา ยกระดับงานหัตถศิลป์ และสร้างอาชีพให้พสกนิกรพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน จากสายพระเนตรอันกว้างไกล จึงนำมาสู่การจัดตั้งองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 ม.ค.2538 และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เมื่อพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่ออาคารลูกบาศก์อันเป็นเอกลักษณ์ว่า “อาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์มหาราชินี” ในวันที่ 8 มิ.ย.2543 ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ และพื้นที่จุดประกายการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ของไทยนับตั้งแต่นั้นมา” นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทน ผอ.NSM แถลงความสำเร็จของ NSM

ตลอด 31 ปีที่ผ่านมา NSM ไม่เคยหยุดนิ่ง จากอาคารเพียงหลังเดียว ได้ขยายสู่การเป็น "Eco-system แห่งการเรียนรู้" ที่สมบูรณ์ที่สุดในภูมิภาค บนพื้นที่กว่า 180 ไร่ ประกอบด้วย 5 พิพิธภัณฑ์ ที่ตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย ซึ่งในปี 2568 เรามียอดผู้เข้าชมสูงถึง 4,000,000 คน โดย NSM มีนิยามก้าวต่อไปที่ชัดเจนสำหรับพิพิธภัณฑ์ทั้ง 5 แห่ง ดังนี้พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ มุ่งสู่ภารกิจสำรวจโลกวิทยาศาสตร์ที่สนุกสนานภายใต้แนวคิด "The Ultimate Science Exploration Mission" พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา มุ่งสู่ภารกิจ ศูนย์กลางการอนุรักษ์และความหลากหลายทางชีวภาพแห่งเอเชีย ภายใต้แนวคิด “ASIA's Hub for Biodiversity Conservation” พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ มุ่งสู่ภารกิจพื้นที่เรียนรู้ดิจิทัลสุดล้ำเพื่อการใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด ภายใต้แนวคิด “IT Museum Transforms into Future Digital Playground” พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า มุ่งสู่ภารกิจ นิทรรศการที่มีชีวิตตามรอยเบื้องพระยุคลบาท รัชกาลที่ 9 ในการรักษาสมดุลธรรมชาติ ภายใต้แนวคิด "Ecosystem with Living Exhibition that Ignite Eco-Consciousness" FUTURIUM ศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต จิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่จะเปลี่ยนเยาวชนจาก "ผู้ดู" ให้เป็น "ผู้สร้างนวัตกรรม" ผ่านการบ่มเพาะทักษะอาชีพแห่งอนาคต

“ดังนั้น NSM ในวันนี้ จึงเป็นมากกว่าพิพิธภัณฑ์ แต่เราคือ กลไกขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจฐานความรู้ ที่ทำหน้าที่ปลูกฝังทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 และวางรากฐานในการสร้าง "นวัตกรไทย" เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายสุวรงค์ กล่าว

แน่นอนสิ่งที่สำคัญอีกประการในก้าวที่ 31 คือ NSM จะยกระดับสู่มาตรฐานสากล โดยเฉพาะในมิติของการบริการที่ตอบโจทย์ความหลากหลายของผู้เข้าชม เพื่อยกระดับ NSM ให้ทัดเทียมพิพิธภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก โดยมีการออกแบบนิทรรศการให้เป็น Bilingual 2 ภาษา ไทย-อังกฤษ ทั้งระบบ เพื่อให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ที่ไร้พรมแดน พร้อมบริการ Audio Guide ในจุดไฮไลต์สำคัญ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวและผู้เข้าชมชาวต่างชาติที่นับวันจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายสุวรงค์ กล่าวว่า ความภาคภูมิใจสูงสุดอย่างหนึ่งของเราคือการได้รับรางวัลมาตรฐาน Friendly Design for MICE Venue จาก TCEB สำหรับพิพิธภัณฑ์พระรามเก้า ซึ่งเป็นการยืนยันว่าพื้นที่ของเราถูกออกแบบภายใต้หลัก Universal Design ที่คำนึงถึงความสะดวกปลอดภัยของคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้สูงอายุหรือผู้พิการ ทำให้ NSM เป็นจุดหมายปลายทางของการเรียนรู้ที่ "เข้าถึงได้จริง" สำหรับทุกคนในสังคม

“ด้วยความพร้อมทั้งด้านสถานที่และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ NSM ได้รับความเชื่อมั่นอย่างสูงจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ทั่วโลก โดยในปี 2569 นี้ เราได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงานสำคัญระดับนานาชาติถึง 2 งานใหญ่ คือ INTEDIF 2026 (International Directors Forum 2026: INTEDIF 2026) การประชุมผู้บริหารระดับสูงพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิทยาศาสตร์ระดับโลก ระหว่างวันที่ 17-18 ส.ค.2569 และงาน ASPAC Conference 2026 (Asia Pacific Network of Science and Technology Centres Conference 2026) การประชุมเครือข่ายพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ระหว่างวันที่ 19–22 ส.ค.2569 นี่คือเครื่องพิสูจน์ว่า วันนี้ NSM พร้อมแล้วที่จะเป็นหัวเรือใหญ่ในการขับเคลื่อนการสื่อสารวิทยาศาสตร์ในระดับสากล และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยบนเวทีโลก” นายสุวรงค์ ระบุ

สำหรับก้าวต่อไปของ NSM นายสุวรงค์ เล่าว่า โครงการที่เป็นหัวใจสำคัญของก้าวต่อไปคือ FUTURIUM หรือ ศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต ซึ่งเราวางบทบาทให้เป็น "พื้นที่บ่มเพาะนวัตกร" โดยจะเปลี่ยนประสบการณ์จากการเดินชมพิพิธภัณฑ์แบบเดิม ให้เป็นการลงมือปฏิบัติจริงผ่านทักษะอาชีพ STEM และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อปูพื้นฐานให้เยาวชนไทยมีความพร้อมในการแข่งขันบนเวทีโลกปี 2573 ได้

“ที่สำคัญ NSM กำลังยกระดับพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาให้เป็นฐานที่มั่นด้านชีวภาพของอาเซียน โดยเรามีจุดแข็งคือการเป็นคลังเก็บรักษา "ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตอ้างอิง" กว่า 240,000 รายการ ซึ่งเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการวิจัยระดับภูมิภาค ในการปรับปรุงนี้ เราจะคัดสรรคอลเลกชันที่ทรงคุณค่าหมุนเวียนออกมาจัดแสดงเป็นช่วง ๆ ตามหัวข้อที่น่าสนใจ ผสานเทคโนโลยีการเล่าเรื่องล้ำสมัย เพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสหลักฐานทางธรรมชาติวิทยาของจริงที่หาดูได้ยาก พร้อมบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ให้เป็นพลังสำคัญในการปกป้องมรดกทางธรรมชาติของอาเซียน โดยคาดว่าในปลายปีนี้ทุกท่านจะได้พบกับโฉมใหม่ของพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา” นายสุวรงค์ กล่าว

NSM พร้อมแล้วที่จะก้าวสู่ทศวรรษใหม่ ในฐานะ "Eco-system แห่งการเรียนรู้" ที่ไม่ได้เพียงแค่ให้ความรู้ แต่จะสร้างแรงบันดาลใจและมอบโอกาสให้กับคนไทยทุกคน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมฐานนวัตกรรมที่ยั่งยืนสืบไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...