ธุรกิจ “สุกี้” ขาลง? ตะลึง! ปี 68 “สุกี้ตี๋น้อย” อ่วม กำไรดิ่ง 26% แม้สาขาเพิ่มขึ้น แต่ผลงานไม่เติบโต
รายงานเป็นที่เรียบร้อย สำหรับภาพรวมผลประกอบการบริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMARTโดยมี 2568 พลิกขาดทุนสุทธิกว่า 161ล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิสูงถึง 1,140ล้านบาท แม้ธุรกิจจำหน่าย โทรศัพท์มือถือจะเติบโตและมีกำไรเพิ่มขึ้น แต่มีรายการขาดทุนทางบัญชีที่ไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสด (Noncash item)
ทั้งนี้ประกอบด้วย ธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพจัดเก็บกระแสเงินสดได้ลดลง ส่งผลให้เกิดการตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) เพิ่มขึ้น เพื่อสำรองความเสี่ยงในอนาคต รวมทั้งการขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของ อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 569.3 ล้านบาท
อีกทั้งขาดทุนจากการด้อยค่าของ ที่ดิน อาคาร และ อุปกรณ์ 114.1 ล้านบาท และผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากสินทรัพย์ทางการเงินจำนวน 104.2 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการวัดมูลค่ายุติธรรมตามราคาตลาด (Mark to Market) ของเงินลงทุน ณ วันสิ้นงวด
แต่ที่น่าสนใจ บริษัทรายงานว่า มีการรับรู้กำไรตามสัดส่วนการถือหุ้น 30% บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด (สุกี้ตี๋น้อย หรือ Suki Teenoi) โดยปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับส่วนแบ่งกำไรจากการถือหุ้น Suki Teenoi 258ล้านบาท (ก่อนหักการปันส่วนราคาซื้อหรือ Purchase Price Allocation) ทั้งนี้ บริษัทเป็นพันธมิตรทางการค้าที่ดีกับสุกี้ ตี๋น้อย ในด้านต่างๆ เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจไปด้วยกันในอนาคต
จากข้อมูลการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรตามสัดส่วนการถือหุ้น 30%สุกี้ตี๋น้อย หรือ Suki Teenoiเท่ากับว่าผลประกอบการปี 2568 ของ สุกี้ตี๋น้อย จะมีกำไรสุทธิประมาณ 860 ล้านบาท ลดลง 26% จากปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิกว่า 1,169 ล้านบาท
โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 สุกี้ตี๋น้อย มีสาขาทั้งหมด 93 สาขา Teenoi BBQ (บุฟเฟต์ปิ้งย่าง) 9สาขา และTeenoi Gold (บุฟเฟต์พรีเมียม) 1สาขา รวมทั้งหมด 103 สาขา เมื่อเทียบกับปี 2567 Suki Teenoi มีสาขาทั้งหมด 78 สาขา Teenoi BBQ (บุฟเฟต์ปิ้งย่าง) 1 สาขา และ Teenoi Express (บุฟเฟต์พรีเมียม) 1 สาขา โดยในปี 2567 Suki Teenoi ได้เปิดสาขาเพิ่มขึ้นจำนวน 23 สาขา