โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดมุมมองนักวิเคราะห์ เฟดจะขยับต่ออย่างไร? หลังจ้างงานสหรัฐฯ ยังแกร่ง

efinanceThai

เผยแพร่ 12 ก.พ. เวลา 03.12 น.

เปิดมุมมองนักวิเคราะห์ เฟดจะขยับต่ออย่างไร? หลังจ้างงานสหรัฐฯ ยังแกร่ง

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -12 ก.พ. 69 10:12 น.

ข้อมูลการจ้างงานเดือนม.ค. ที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด ทำให้ตลาดมองว่า โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งภายในช่วงกลางปีนี้ลดลง ด้านนักวิเคราะห์เตือน ตัวเลขเดือนม.ค. อาจลดลงจากการปรับทวนในภายหลัง ขณะที่การจ้างงานยังคงกระจุกตัวอยู่เพียงไม่กี่ภาคส่วน

สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) เผย ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 130,000 ตำแหน่ง สูงกว่าคาดการณ์เฉลี่ยของดาวโจนส์ที่ 55,000 ตำแหน่ง และยังสูงกว่าเดือนธ.ค. ซึ่งมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 48,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงเล็กน้อยสู่ระดับ 4.3% ต่ำกว่าที่คาดว่าจะทรงตัวที่ 4.4% จากเดือนก่อนหน้า

รายงานการจ้างงานล่าสุด ทำให้นักลงทุนปรับลดโอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.ย. เหลือไม่ถึง 50% ก่อนหน้านี้ ความกังวลจากการว่างงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้เฟดลดดอกเบี้ยลง 3 ครั้งในปี 2025 ก่อนพักการลดดอกเบี้ยในเดือนม.ค. โดยให้เหตุผลถึงสัญญาณความมีเสถียรภาพในตลาดแรงงาน

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงเรียกร้องให้ลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยโพสต์บนโซเชียลมีเดียหลังการประกาศตัวเลขจ้างงานว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวเลขจ้างงานที่ยอดเยี่ยม และสหรัฐฯ ควรมีอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดในโลก

นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า ตัวเลขที่สดใสในเดือนม.ค. อาจถูกปรับทบทวนลดลงในภายหลัง และการจ้างงานยังคงกระจุกตัวอยู่ในเพียงไม่กี่ภาคส่วน โดยเฉพาะภาคสาธารณสุข ข้อมูลหลังปรับทวนในปีที่แล้วพบว่า การจ้างงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียง 15,000 ตำแหน่งต่อเดือน ลดลงจากตัวเลขเดิม ซึ่งอยู่ที่ 49,000 ตำแหน่ง

- ทิม มาเฮดี อดีตที่ปรึกษาอาวุโสของธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาซานฟรานซิสโก กล่าว ข้อมูลเดือนม.ค. ออกมาแข็งแกร่งมาก ทำให้เหตุผลในการลดดอกเบี้ยมีความซับซ้อนมากขึ้น

- สตีเฟน สแตนลีย์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐของ Santander US Capital Markets LLC มองว่า การฟื้นตัวในเดือนม.ค. น่าจะช่วยคลายความกังวลว่าการว่างงานจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางปัจจัยที่สร้างความกังวลต่อการจ้างงาน ทั้งผลกระทบจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการที่บริษัทต่าง ๆ กำลังชะลอแผนการจ้างงาน นอกจากนี้ ตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งในเดือนม.ค. ยังปัดความกังวลที่ว่า ตลาดแรงงานกำลังจะทรุดตัวลง ซึ่งพูดกันบ่อยในเฟดสาย Dovish ที่สนับสนุนการผ่อนคลายนโยบายการเงิน

- เจฟฟ์ ชมิด ประธานเฟด สาขาแคนซัสซิตี้ มองว่า ธนาคารกลางจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับที่เข้มงวดเพื่อกดเงินเฟ้อ ซึ่งตนเองยังไม่เห็นสัญญาณการชะลอตัวที่ชัดเจนจากข้อมูลเศรษฐกิจ

- เควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับ Fox Business Network ว่า เฟดยังมีพื้นที่อีกมากในการลดดอกเบี้ย โดยระบุถึงแรงกระตุ้นด้านอุปทานครั้งใหญ่จาก AI ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตโดยไม่ก่อให้เกิดเงินเฟ้อ ด้านเควิน วอร์ช ซึ่งได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดต่อจากเจอโรม พาวเวลล์ ก็แสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน

มุมมองจาก Bloomberg Economics
รายงานการจ้างงานเดือนม.ค. ช่วยลดความจำเป็นเร่งด่วนในการลดดอกเบี้ย และคาดว่าเงินเฟ้อจะชะลอลงในช่วงหลายเดือนข้างหน้า โดยเฉพาะดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนม.ค. (เผยแพร่ในวันที่ 13 ก.พ.) คาดว่าจะออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ทำให้ผู้กำหนดนโยบายยังมีพื้นที่ในการลดดอกเบี้ย เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของตลาดแรงงาน โดยรวมแล้ว คาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยรวม 1% ในปีนี้
นักวิเคราะห์ที่ติดตามเฟดยังเตือนว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินว่า เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรเมื่อถึงเดือนมิ.ย. ซึ่งจะเป็นการประชุมครั้งแรกของวอร์ช หากผ่านการรับรองและเข้ารับรองตำแหน่งทันเวลา

สเตฟานี รอธ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Wolfe Research มองว่า ตัวชี้วัดสำคัญยังสะท้อนว่าตลาดแรงงานและเศรษฐกิจโดยรวมมีแนวโน้มแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งไม่เป็นไปตามที่วอร์ชต้องการให้ลดอัตราดอกเบี้ย

ที่มา Bloomberg

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...