โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รู้จักเกาะเพชรในกัมพูชา หลังตลิ่งทรุดพังถล่มรุนแรง พื้นที่เคยเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่

มุมข่าว

เผยแพร่ 31 ม.ค. เวลา 07.30 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
รู้จักเกาะเพชรในกัมพูชา หลังตลิ่งทรุดพังถล่มรุนแรง พื้นที่เคยเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่

วันที่ 31 มกราคม 2569 เฟซบุ๊กเพจ Army Military Force ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ตลิ่งริมแม่น้ำบริเวณเกาะเพชร ประเทศกัมพูชา เกิดการทรุดตัวและพังถล่มลงมาอย่างรุนแรง พร้อมข้อความระบุว่า เมื่อคืนกลางดึกที่ผ่านมา มีรายงานว่า

เกิดเหตุตลิ่งริมแม่น้ำทรุดตัว และพังถล่มอย่างรุนแรงบริเวณ เกาะเพชรของกัมพูชา ในรายงานระบุว่า หน้าดินริมตลิ่งทรุดหายไปเป็นระยะทางยาวประมาณ 100 เมตร และทรุดลึกเข้ามาในฝั่งอีกประมาณ 10 เมตร

นอกจากนี้ เพจดังกล่าวยังได้โพสต์ภาพบรรยากาศความเสียหายในช่วงเช้า ซึ่งเผยให้เห็นแนวตลิ่งที่พังลงเป็นวงกว้าง หลังเกิดเหตุตลิ่งริมแม่น้ำทรุดตัวและพังถล่มอย่างรุนแรงบริเวณเกาะเพชร

ทั้งนี้ เกาะปึจ หรือ เกาะเพชร เป็นเกาะกลางแม่น้ำ ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำสองสาย คือแม่น้ำโขงและแม่น้ำบาสัก อยู่ในแขวงโตนเลบาสัก เขตจ็อมการ์มน กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ในอดีตเกาะปึจมีบ้านเรือนตั้งอยู่อาศัยเพียงไม่กี่หลัง เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสวนและที่ดินเกษตรกรรม โดยเมื่อปี พ.ศ. 2543 เกาะแห่งนี้ยังคงมีสภาพเป็นที่ลุ่มหนองน้ำ

ต่อมา มีการลงทุนจากประเทศจีน ส่งผลให้มีการขับไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ และพัฒนาเกาะปึจเป็นแหล่งก่อสร้างขนาดใหญ่ ประกอบด้วยโรงเรียนนานาชาติ อาคารสำนักงาน อาคารชุด ห้องพักอาศัย และภัตตาคารต่าง ๆ

ซึ่งล้วนสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรป รวมถึงสิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะคล้ายประตูชัยของประเทศฝรั่งเศส อีกทั้งยังมีย่านหนึ่งบนเกาะที่เรียกว่า เอลีเซ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมในกรุงปารีส รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ที่มีการก่อสร้างอาคารสูงใหม่อย่างต่อเนื่อง

การพัฒนาอย่างรวดเร็วดังกล่าว ส่งผลให้ราคาอสังหาริมทรัพย์บนเกาะปึจพุ่งสูงขึ้นในระยะเวลาไม่นาน และประชากรที่อาศัยอยู่บนเกาะส่วนใหญ่เป็นชาวจีน

ขณะเดียวกัน เกาะปึจยังเป็นสถานที่ที่เคยเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2553 ซึ่งตรงกับเทศกาลน้ำของกัมพูชา ได้เกิดเหตุเหยียบกันจนเสียชีวิตบนสะพานข้ามเกาะปึจ

ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 347 ราย และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 700 คน โดยเหตุการณ์ดังกล่าว ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาในขณะนั้น ระบุว่า เป็นโศกนาฏกรรมที่เลวร้ายที่สุดของประเทศ หลังสิ้นสุดยุคเขมรแดง

เรียบเรียงโดย มุมข่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...