โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Onitsuka Tiger ปักธง โรงงานแม่แบบ ขยายกำลังผลิตชิงตลาดโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คอลัมน์ : Market Move

โอนิซึกะ ไทเกอร์ (Onitsuka Tiger) อาจจะเป็นชื่อที่ห่างหายจากวงการรองเท้าผ้าใบของไทยมาระยะหนึ่ง แต่แม้จะโลว์โปรไฟล์ แบรนด์รองเท้าสัญชาติญี่ปุ่นรายนี้ก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ ยังเดินหน้าขยายธุรกิจและรุกตลาดโลกต่อเนื่อง

ล่าสุดเมื่อเดือนมกราคม 2026 บริษัทเปิดโรงงานแห่งใหม่ที่เมืองซากาอิมินาโตะ ทางตะวันตกของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์ของยุทธศาสตร์รุกตลาดโลก เพราะจุดเด่นของโรงงานใหม่แห่งนี้ ไม่ใช่แค่เพียงเทคโนโลยีการผลิตแต่รวมไปถึงดีไซน์สีเหลือง-ดำของตัวอาคารที่สื่อถึงตำนานรองเท้าผ้าใบโอนิซึกะ ไทเกอร์ รุ่น Mexico 66 ที่โด่งดังไปทั่วโลกจากภาพยนตร์เรื่อง “Kill Bill”

สำนักข่าว “นิกเคอิ เอเชีย” รายงานว่าโอนิซึกะ ไทเกอร์ พลิกโฉมโรงงานเดิมของเอสิคซ์ (ASICS) ให้เป็น Onitsuka Innovative Factory ฐานผลิตระดับเรือธง ซึ่งสะท้อนความเป็นแบรนด์ระดับพรีเมี่ยม และตำนานของแบรนด์

“เรียวจิ โชดะ” ประธานแบรนด์โอนิซึกะ กล่าวในพิธีเปิดว่า Onitsuka Innovative Factory แห่งนี้จะเป็นชิ้นส่วนสำคัญสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนของแบรนด์โอนิซึกะ ไทเกอร์ เนื่องจากโรงงานแห่งนี้แตกต่างจากโรงงานทั่วไปที่เน้นประสิทธิภาพการผลิตจำนวนมาก แต่ Onitsuka Innovative Factoryจะเป็นโรงงานแม่แบบที่ช่วยขยายเทคนิคการผลิตสินค้าคุณภาพสูงไปยังศูนย์การผลิตในต่างประเทศอื่น ๆ ต่อไป

โดยคาดว่าพนักงานประมาณ 160 คนจะสามารถผลิตรองเท้าได้ 280,000 คู่ต่อปี เน้นที่ไลน์สินค้าพรีเมี่ยม Nippon Made ที่มีจุดเด่นด้านความประณีต ซึ่งที่ผ่านมาโรงงานในต่างประเทศไม่สามารถทำได้

แต่ “โชดะ” ตั้งใจให้โรงงานแห่งนี้เป็นศูนย์ฝึกอบรมและการสนับสนุนทางเทคนิคแก่โรงงานอื่น ๆ ด้วย นอกจากนี้การเปิดโรงงานแห่งนี้ยังสะท้อนถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของโอนิซึกะ ไทเกอร์ต่อเอสิคซ์ หลังจากผลประกอบการเติบโตรวดเร็ว และยังมีกำไรสูง

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2025 โอนิซึกะไทเกอร์ สร้างรายได้สุทธิ 1.36 แสนล้านเยน เพิ่มขึ้น 43% จากปีก่อนหน้า ขณะที่มีกำไร 5.14 หมื่นล้านเยน เพิ่มขึ้น 59% อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 37.7% เพิ่มขึ้น 19.5 จุดเปอร์เซ็นต์จากปี 2019 และสูงที่สุดในบรรดากลุ่มธุรกิจของเอสิคซ์

“โชดะ” กล่าวไว้เมื่อปีที่แล้ว มีเพียงไม่กี่บริษัทเท่านั้นที่สามารถสร้างยอดขายทะลุ 1 แสนล้านเยนด้วยแบรนด์เดียว ซึ่งราคาสินค้าไม่สูงเท่าแบรนด์หรู แต่ก็ไม่ต่ำเท่าแบรนด์แฟชั่นราคาประหยัด ตัวอย่างเช่น รองเท้ารุ่น Mexico 66 หนึ่งคู่มีราคา 16,500 เยนในญี่ปุ่น หรือประมาณ 100 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

ในเรื่องนี้ “โช คาวาโนะ” กรรมการผู้จัดการของโกลด์แมน แซคส์ ในญี่ปุ่น อธิบายว่า โอนิซึกะ ไทเกอร์ประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์แฟชั่นสไตล์เรโทร ในขณะเดียวกันปริมาณสินค้าที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้บริษัทสามารถรักษาระดับกำไรสูงไว้ได้โดยไม่ต้องลดราคา

ขณะเดียวกัน ฝ่ายบริหารของโอนิซึกะไทเกอร์มองว่า การยึดมั่นในความเป็นอิสระของแบรนด์จากเอสิคซ์ คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ โดยแบรนด์ดำเนินงานภายใต้ระบบภายในของตนเองมาตั้งแต่ปี 2019

“โชดะ” ย้ำว่าตนเป็นหัวหน้าของโอนิซึกะ ไทเกอร์ ซึ่งบริหารเองมาตั้งแต่ปี 2011 มากกว่าที่จะเป็นรองประธานบริหารของเอสิคซ์

ด้วยเหตุนี้ ทำให้โอนิซึกะ ไทเกอร์ มีอิสระในการทำธุรกิจ อาทิ การขายตามราคาที่ระบุไว้ และมุ่งเน้นสร้างประสบการณ์ที่นอกเหนือจากการขายรองเท้าเพียงอย่างเดียว เช่น เปิดคาเฟ่ในร้าน และบริการปรับแต่งรองเท้าตามความต้องการของลูกค้า เป็นต้น

โดยร้านแต่ละสาขามักจะมีลูกค้าต่อแถวยาวเหยียดตั้งแต่เวลาเปิดทำการ เช่น ในย่านกินซ่า ทำให้ยอดขายในญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้วอยู่ที่ 6.71 หมื่นล้านเยน คิดเป็นเกือบ 50% ของรายได้รวมทั้งหมด ซึ่งรวมถึงรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 4.15 หมื่นล้านเยน เพิ่มขึ้น 89% จากปีก่อนหน้า

ขณะเดียวกัน แบรนด์ยังเดินหน้าขยายสาขาไปทั่วโลก โดยเมื่อปี 2025 ปักธงร้านแฟลกชิปบนถนน Champs-Elysees ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ส่วนวางแผนการหวนบุกตลาดสหรัฐอเมริกาอีกครั้งในช่วงต้นปี 2027 หลังปี2025 ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวอเมริกันมาซื้อรองเท้าโอนิซึกะ ไทเกอร์ ในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเกือบ 200%

ทั้งนี้ Onitsuka Innovative Factoryตั้งอยู่ในจังหวัดทตโตริ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ “คิฮาจิโร โอนิซึกะ” ผู้ก่อตั้งบริษัทและแบรนด์โอนิซึกะ ไทเกอร์ เมื่อปี 1949 ตามด้วยการควบรวมกิจการกับบริษัทผลิตอุปกรณ์กีฬาอีก 2 แห่งในปี 1977 ทำให้เกิดชื่อ ASICS ซึ่งเป็นคำย่อจากวลีภาษาละตินว่า “Anima Sana In Corpore Sano” หรือ “จิตใจที่แข็งแรงในร่างกายที่แข็งแรง”

“คิฮาจิโร โอนิซึกะ” ได้รับแรงบันดาลใจจากคำกล่าวนี้ จึงเชื่อว่ากีฬาเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาทางร่างกาย และจิตใจของเยาวชน นำไปสู่ความตั้งใจที่จะสร้างรองเท้ากีฬาขึ้นมา แม้ว่าจะไม่มีประสบการณ์หรือทักษะมาก่อนก็ตาม

โดยเริ่มต้นด้วยรองเท้าบาสเกตบอล จากนั้นตามด้วยรองเท้าสำหรับมวยปล้ำ และวิ่ง โดยแถบสีที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ปรากฏบนรองเท้าเป็นครั้งแรกในช่วงทศวรรษ 1960

ต่อมาภายใต้การบริหารของเอสิคซ์ แบรนด์โอนิซึกะ ไทเกอร์ มีความเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์มากขึ้น เหตุการณ์หนึ่งที่สะท้อนชัดคือ “อูมา เธอร์แมน” นักแสดงดังสวมรองเท้าผ้าใบโอนิซึกะ ไทเกอร์รุ่น Mexico 66 สีดำและเหลืองในภาพยนตร์เรื่อง “Kill Bill” ของ“เควนติน ทารันติโน” เมื่อปี 2003ซึ่งเป็นการแสดงความเคารพต่อบรูซ ลี ที่สวมรองเท้าแบบเดียวกันในภาพยนตร์เรื่อง“Game of Death” ในปี 1978

ทั้งนี้ ต้องรอดูกันว่าโรงงานแห่งใหม่ที่จะเป็นแม่แบบสำหรับเผยแพร่กระบวนการผลิตสไตล์ญี่ปุ่นไปทั่วโลกนี้จะช่วยให้แบรนด์สามารถรุกตลาดโลกได้ตามที่หวังหรือไม่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Onitsuka Tiger ปักธง โรงงานแม่แบบ ขยายกำลังผลิตชิงตลาดโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...