โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สถาบันแห่ตุน ‘ดอลลาร์’ สูงสุดรอบ 2 ปี แข็งค่าตามราคาน้ำมันพุ่ง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 20.55 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 03.10 น.

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานข้อมูลจาก State Street ระบุว่า กลุ่มนักลงทุนสถาบันรายใหญ่กำลังเข้าซื้อเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” อย่างคึกคักที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กระตุ้นให้เกิดความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย

นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ Bloomberg Dollar Spot Index ปรับตัวสูงขึ้นแล้ว 1.8% ผลจากการที่นักลงทุนโยกย้ายเงินมาพักในดอลลาร์ ประกอบกับราคาน้ำมันที่แพงขึ้นซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นด้วย

ดอลลาร์กลับมาเป็น ‘ที่พักเงิน’ อันดับหนึ่ง

ลี เฟอร์ริดจ์ นักกลยุทธ์จาก State Street ให้สัมภาษณ์ว่า ตั้งแต่เกิดความขัดแย้งขึ้น ดอลลาร์ได้ตอกย้ำสถานะการเป็น "สินทรัพย์ปลอดภัยของโลก" อีกครั้ง จนเกิดแรงซื้ออย่างมหาศาล โดยตัวเลขกระแสเงินทุนชี้ว่านี่เป็นการเข้าซื้อจากกลุ่มสถาบันที่รุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี

ก่อนหน้านี้ นักเทรดส่วนใหญ่เคยวางเดิมพันว่าดอลลาร์จะอ่อนค่าลง แต่พอเกิดเรื่องก็ต้องรีบถอนตัวจากตำแหน่งเหล่านั้น ปัจจุบันดอลลาร์แข็งค่าขึ้นล้อไปกับราคาพลังงาน

ในขณะที่สกุลเงินยูโรและเงินเยนของญี่ปุ่นกลับอ่อนค่าลงหนักที่สุดในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ หรือว่า G10 เพราะทั้งสองภูมิภาคนี้มีความเสี่ยงสูงต่อต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์ที่พุ่งสูงขึ้น

ข้อมูลจากCFTC แสดงให้เห็นว่าตอนนี้นักเก็งกำไรมองดอลลาร์ในแง่ลบน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม โดยรายงานล่าสุด สิ้นสุด 3 มีนาคม พบว่ามีการถือสถานะขายดอลลาร์ลดลงเหลือ 1.23 หมื่นล้านดอลลาร์ จากเดิมที่สูงถึง 1.89 หมื่นล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ก่อนหน้า

การพุ่งขึ้นของดอลลาร์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เคยทำผลงานแย่ที่สุดในรอบ 8 ปี โดยในปี 2025 ดอลลาร์ร่วงลงกว่า 8% จากนโยบายการค้าที่ดุดันของทรัมป์ จนนักลงทุนต้องหนีไปลงทุนนอกสหรัฐ แต่พอตอนนี้ดอลลาร์กลับมาเป็นขาขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...