โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก น้ำมันพุ่งใกล้ $100 จากสงครามอิหร่าน

PostToday

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลงอย่างหนักในวันพฤหัสบดี หลังสถานการณ์สงครามในอิหร่านทวีความรุนแรง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและกระตุ้นให้นักลงทุนเทขายหุ้นอย่างกว้างขวาง

ดัชนีหุ้นหลักทั้งสามของสหรัฐปรับตัวลดลงมากกว่า 1.5% ในการเทขายครั้งใหญ่ของตลาด โดยหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวลง ยกเว้นกลุ่มพลังงานและหุ้นเชิงป้องกันความเสี่ยงบางส่วนที่ยังคงทรงตัวได้ ขณะที่ดัชนี S&P 500 บันทึกการปรับตัวลดลงสะสมตลอดสามวันมากที่สุดในรอบหนึ่งเดือน

ปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดคือการโจมตีของอิหร่านต่อเรือบรรทุกน้ำมันสองลำ ซึ่งทำให้ตลาดพลังงานตึงตัวมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้นำสูงสุดของอิหร่านประกาศจะยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก

สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เตือนว่า สงครามกับอิหร่านกำลังก่อให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลก

ด้านตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI งวดส่งมอบใกล้สุดปิดพุ่งขึ้น 9.7% ในวันเดียว ขณะที่น้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 9.2% แตะระดับใกล้ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แหล่งข่าวระบุว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แจ้งบริษัทน้ำมันและผู้ให้บริการขนส่งของสหรัฐให้เตรียมความพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ในการยกเว้นกฎหมาย Jones Act ชั่วคราว ซึ่งเป็นกฎหมายการขนส่งทางทะเลภายในประเทศที่มีอายุยาวนานกว่า 100 ปี เพื่อช่วยบรรเทาราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น

ในด้านนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีกำหนดประชุมวันที่ 17 มีนาคม แม้ว่าข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดบ่งชี้ว่าการเติบโตของราคายังอยู่ในระดับควบคุมได้ แต่สงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อมานานเกือบสองสัปดาห์และราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นยังไม่สะท้อนในข้อมูลเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ นักวิเคราะห์คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ย แต่ตลาดจะจับตาการปรับประมาณการเงินเฟ้อใหม่อย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน ความกังวลด้านคุณภาพสินเชื่อเริ่มเพิ่มขึ้น โดยบริษัทไพรเวตอิควิตีของสวิตเซอร์แลนด์เตือนว่า อัตราการผิดนัดชำระหนี้ในตลาดสินเชื่อเอกชนอาจเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า

สถาบันการเงินรายใหญ่เริ่มดำเนินมาตรการป้องกันความเสี่ยง เช่น มอร์แกน สแตนลีย์จำกัดการไถ่ถอนเงินจากกองทุนสินเชื่อเอกชนบางกอง ขณะที่เจพีมอร์แกน เชส ปรับลดมูลค่าสินเชื่อบางรายการ ส่งผลให้ราคาหุ้นของทั้งสองบริษัทปรับตัวลดลง

ด้านกฎระเบียบการเงิน รองประธานธนาคารกลางสหรัฐฝ่ายกำกับดูแลเสนอการปรับเกณฑ์กำกับธนาคารให้ผ่อนคลายมากขึ้น โดยลดข้อกำหนดเงินสำรองสำหรับความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นข่าวดีต่อธนาคารวอลล์สตรีท

ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 739.42 จุด หรือ 1.56% ปิดที่ 46,677.85 จุด ขณะที่ S&P 500 ลดลง 103.22 จุด หรือ 1.52% ปิดที่ 6,672.58 จุด และ Nasdaq Composite ลดลง 404.15 จุด หรือ 1.78% ปิดที่ 22,311.98 จุด

ในตลาดโลหะมีค่า ราคาทองคำปรับตัวลดลงมากกว่า 1% เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าและความหวังในการลดอัตราดอกเบี้ยลดลง หลังความตึงเครียดจากสงครามอิหร่านกระตุ้นความกังวลเงินเฟ้อ โดยราคาทองสปอตลดลง 1.1% อยู่ที่ 5,118.16 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐส่งมอบเดือนเมษายนปิดลดลง 1% ที่ 5,125.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...