โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ภาษีทรัมป์หยุด “จีน” ไม่ได้! ซัพพลายเชน-แรงงานบังคับ หนุนเกินดุลการค้าทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 ม.ค. เวลา 13.50 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. เวลา 06.50 น.

แม้มาตรการภาษีทรัมป์สกัดการส่งออกจีน แต่ จีน อ้อมผลิตผ่านประเทศที่ 3 ใช้แรงงานต้นทุนต่ำ ลดแรงกระแทก ดันเกินดุลการค้าทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นประวัติการณ์

วันที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 05.03 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า แม้โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะพยายามใช้มาตรการภาษีนำเข้าเพื่อสกัดความแข็งแกร่งของภาคการส่งออกจีน แต่ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่าจีนไม่เพียงหลบเลี่ยงแรงกดดันได้สำเร็จ หากยังขยายอิทธิพลทางการค้าได้มากขึ้น โดยจีนเพิ่งทำสถิติดุลการค้าเกินดุลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์

ข้อมูลด้านการค้าและซัพพลายเชน ระบุว่า ความสำเร็จของจีนในการลดผลกระทบจากภาษีสหรัฐฯ มีปัจจัยสำคัญอยู่ 2 ประการ ได้แก่ การย้ายกระบวนการผลิตไปยังประเทศที่สาม โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการใช้แรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทาน

อ้อมผลิตผ่านอาเซียน หลบภาษีสหรัฐ

นับตั้งแต่สงครามการค้าในสมัยแรกของทรัมป์ปี 2561 บริษัทจีนจำนวนมากได้ย้ายสายการผลิตไปยังประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เวียดนาม เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้า แนวโน้มดังกล่าวยังคงดำเนินต่อเนื่องและส่งผลดีต่อจีนมาจนถึงปัจจุบัน

ข้อมูลจาก Vizion ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มติดตามข้อมูลการขนส่งสินค้า พบว่า การค้าระหว่างจีนกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปี 2568 จากความพยายามของผู้ผลิตและผู้นำเข้าในการเร่งนำเข้าสินค้าล่วงหน้า (frontloading) เพื่อหลบเลี่ยงมาตรการภาษีระลอกแรกของรัฐบาลทรัมป์ในสมัยที่สอง ก่อนถึงเดือนเมษายนซึ่งถูกเรียกว่า Liberation Day

ขณะเดียวกันสถานการณ์ดุลการค้าของสหรัฐยังคงผันผวน โดย ข้อมูลล่าสุด ณ เดือนพฤศจิกายน ระบุว่า ดุลการค้าขาดดุลของสหรัฐกับประเทศคู่ค้าทั่วโลก เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเป็น 5.68 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยการค้ากับสหภาพยุโรปคิดเป็น 1 ใน 3 ของยอดดังกล่าว ขณะที่ดุลการค้าขาดดุลกับจีนลดลงเล็กน้อยราว 1 พันล้านดอลลาร์ มาอยู่ที่ 1.39 หมื่นล้านดอลลาร์

การอ้อมผลิตระดับโลกของจีน

พอล แบรชเชียร์ รองประธานฝ่ายซัพพลายเชนโลกของ ITS Logistics ระบุว่า ปริมาณนำเข้าจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เวียดนาม ไทย และอินโดนีเซีย เพิ่มขึ้นราว 20% เมื่อเทียบรายปี สะท้อนความพยายามของผู้นำเข้าในการกระจายแหล่งผลิตออกจากจีนไปยังประเทศที่มีภาษีต่ำกว่า

ด้าน แบรนดอน แดเนียลส์ ซีอีโอของ Exiger ระบุว่า ดุลการค้าเกินดุล 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ของจีน เป็นผลจากกลยุทธ์การอ้อมกระบวนการผลิตทั่วโลก โดยสินค้าส่วนใหญ่ยังคงผลิตในจีน ก่อนถูกส่งไปยังประเทศอื่นในเอเชียเพื่อประกอบขั้นสุดท้ายและส่งออกต่อ

ข้อมูลของ Exiger ระบุว่า ในปี 2567 เวียดนามคิดเป็น 80% ของการส่งออกไปสหรัฐ จากบริษัทที่จีนถือหุ้น 100% โดยมีอิตาลี ไทย และมาเลเซียตามมา และคาดว่าแนวโน้มนี้จะต่อเนื่องไปอย่างน้อยถึงปี 2568

แรงงานบังคับ ต้นทุนที่มองไม่เห็น

Exiger ยังชี้ว่าการขยายตัวของซัพพลายเชนจีนเชื่อมโยงกับการใช้แรงงานบังคับ โดยจีนใช้แรงงานต้นทุนต่ำหรือผิดกฎหมายเพื่อลดต้นทุน ก่อนส่งสินค้าไปยังประเทศที่สามซึ่งมีอัตราภาษีต่ำกว่า ข้อมูลจากฐานข้อมูล forcedlabor.ai ของ Exiger ระบุว่าจีนและประเทศรองรับการผลิตบางแห่งมีสัญญาณการใช้แรงงานบังคับเพิ่มขึ้น ขณะที่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ International Labour Organization ประเมินว่ามีแรงงานบังคับทั่วโลกเกือบ 28 ล้านคน สร้างกำไรผิดกฎหมายกว่า 2.36 clนล้านดอลลาร์ต่อปี

ในปี 2568 คณะทำงานบังคับใช้กฎหมายแรงงานบังคับของผู้แทนการค้าสหรัฐ Office of the United States Trade Representative ได้เพิ่มรายชื่อบริษัทจีนอีก 78 แห่ง ในบัญชีเฝ้าระวัง ทำให้ยอดรวมเพิ่มเป็น 144 แห่ง

รายได้ภาษีเพิ่ม แต่จีนยังไม่อ่อนแรง

แม้มาตรการภาษีของทรัมป์จะสร้างรายได้ให้รัฐบาลสหรัฐอย่างมหาศาล โดย สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดน U.S. Customs and Border Protection รายงานว่า ในปีแรกของสมัยที่สอง รัฐบาลเก็บรายได้จากภาษีและค่าธรรมเนียมกว่า 3.05 แสนล้านดอลลาร์ แต่Exiger ระบุว่า มาตรการเหล่านี้ยังไม่สามารถบ่อนทำลายความเป็นมหาอำนาจการผลิตของจีนได้

แดเนียลส์สรุปว่าจีนยังคงรักษาความได้เปรียบทางเศรษฐกิจผ่านการลงทุนในโรงงานเงาในประเทศตัวกลาง ซึ่งไม่เพียงบิดเบือนการแข่งขันทางการค้า แต่ยังทำให้การบังคับใช้กฎหมายด้านแรงงานและซัพพลายเชนของชาติตะวันตกซับซ้อนยิ่งขึ้น

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...