ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน จี้ล้อมคอก ‘เครนถล่ม’ หยุดวงจรความสูญเสียต้องแก้กฎหมาย
นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุเครนถล่มทั้งที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และ ถนนพระราม 2 พร้อมส่งกำลังใจให้ผู้บาดเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว
ชี้ชัด: ไม่ใช่อุบัติเหตุเฉพาะหน้า แต่เป็นปัญหาเชิงระบบ
เหตุการณ์ดังกล่าว สะท้อนช่องว่างการกำกับดูแลความปลอดภัยในโครงการก่อสร้างของรัฐที่เกิดซ้ำซาก โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่และงานที่ต้องปฏิบัติงานบนที่สูง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการทบทวนและปรับปรุงอย่างเร่งด่วน
ย้ำบทบาทผู้ตรวจการแผ่นดิน: ไม่รอให้เรื่องเงียบ
ผู้ตรวจการแผ่นดินใช้อำนาจตาม มาตรา 32 พ.ร.ป.ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2560 หยิบยกปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างมาพิจารณา โดยเฉพาะกรณีถนนพระราม 2 ที่เกิดอุบัติเหตุต่อเนื่อง
ข้อเสนอเชิงระบบที่เคยเตือนแล้ว ต้องเร่งทำจริง
นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินย้ำว่า ข้อเสนอแนะที่ได้มีคำวินิจฉัยไปตั้งแต่ 29 กันยายน 2568 ไม่ใช่เพียง “แนวทางเชิงป้องกัน” อีกต่อไป แต่ต้องเร่งนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ได้แก่
• กำหนดมาตรการความปลอดภัยเฉพาะสำหรับงานก่อสร้างบนที่สูง
• บัญญัติมาตรการดังกล่าวเป็นกฎหมาย ระเบียบ หรือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างก่อสร้าง
เสนอจัดตั้งกลไกใหม่: “คณะกรรมการอิสระวิศวกรรมเพื่อความปลอดภัย”
เสนอให้ตั้ง คณะกรรมการอิสระด้านวิศวกรรมเพื่อความปลอดภัย ทำหน้าที่กำกับดูแลความปลอดภัยตั้งแต่ การวางแผน → ออกแบบ → ก่อสร้าง → ตรวจสอบหลังเกิดเหตุ เพื่อให้การควบคุมความปลอดภัยเป็นระบบและรัดกุมมากขึ้น
คุมผู้รับเหมาอย่างเป็นระบบ
เสนอเร่งพัฒนา “สมุดพกผู้รับเหมา” และเปิดเผยข้อมูลให้ทุกหน่วยงานรัฐใช้เป็นฐานตัดสินใจ รวมถึงการขึ้นทะเบียนผู้รับเหมาช่วงและผู้รับเหมาเฉพาะทาง เพื่อ ลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในอนาคต
แถลงการณ์
ย้ำให้รัฐ เร่งชดเชยและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม และผู้ตรวจการแผ่นดินจะติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดประชุมติดตามผลโดยเร่งด่วน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าประชาชนต้องได้รับความปลอดภัยสูงสุดจากโครงการของรัฐ